ตอนที่ 198
บทที่198 บุคคลลึกลับขององค์กรมังกร
October 28, 2026
บทที่198 บุคคลลึกลับขององค์กรมังกร
“เป็นไปไม่ได้!”
หวงจ้านถลึงตามองเหรียญนี้อย่างตาไม่กะพริบ ชั่วขณะนั้นร้องตกใจ
ผู้กำกับปีนขึ้นมาอย่างซวนเซ หวงจ้านร่างกายสั่นเทา เขามองเหรียญนี้อยู่ ชั่วขณะนั้นสีหน้าเปลี่ยนไปซับซ้อนแบบหาที่เปรียบไม่ได้
“เขายังบอกว่า……” ผู้กำกับพูดแบบสั่นไหว “ต่อไปให้ตระกูลหวงอยู่เฉยๆ หน่อย……”
หวงจ้านกัดฟัน แย่งเหรียญนี้เข้าไป เขาลูบไล้เหรียญนี้ ในใจผุดคลื่นยักษ์ขึ้น
“เขาจะมีอันนี้ได้ยังไง......” หวงจ้านอกสั่นขวัญหายไปหมด สับสนทำอะไรไม่ถูก เขาบีบเหรียญนี้เอาไว้ จิตใจสั่นระริก
สีหน้าของกำกับที่มองทางหวงจ้านเปลี่ยนแปลงรุนแรง ในใจสั่นสะเทือน ยากจะสงบใจ
ปฏิกิริยาของหวงจ้านเกินกว่าการคาดการณ์ของเขาไกลริบหรี่
หวงจ้านบีบเหรียญเอาไว้ ก้นกระแทกลงบนโซฟา หน้าหมดอาลัยตายอยาก หลังจากที่สีหน้าตกตะลึงค่อยๆ จางไปก็ถอนหายใจยาวๆ คล้ายในใจมีความกลัว สายตาเย็นชาลุ่มลึก “คิดเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น เข้าใจมั้ย?”
“ครับ” ผู้กำกับสั่นไปทั้งตัว รีบพยักหน้าตอบรับ
หวงจ้านก้มหน้า จ้องเหรียญนี้ไว้แล้วลุกขึ้น หมุนตัวไม่นานก็หายไปจากหน้าประตูห้องทำงาน เหลือไว้เพียงคำพูดหนึ่งที่ดังก้องภายในห้องทำงาน ทำให้ผู้กำกับหัวใจเต้นแรง “ถ้าถูกใครคนไหนรู้เรื่องนี้เข้า ที่นี่จะกลายเป็นลานสุสาน”
ผ่านไปตั้งนาน หลังจากหวงจ้านออกไป ผู้กำกับถึงหายใจสะดวก หัวใจที่แขวนอยู่ที่ลำคอ เมื่อสักครู่เต้นสับสนบ้าคลั่ง เร็วถึงขั้นสุด
ผู้กำกับมองทางหน้าประตูห้องทำงานที่ว่างเปล่า ด้านหลังหนาวเย็นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ราวกับผ่านศึกใหญ่ที่อันตรายขั้นเป็นหรือตายเลย ทั้งตัวเสื่อมทรุดแล้ว
ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อสักครู่เขาเหมือนกำลังเต้นรำอยู่บนปลายมีดเหลือเกิน หากประมาทเลินเล่อสักนิด คงโดนหวงจ้านที่อารมณ์ที่ไม่แน่นอนและความคิดลึกล้ำฆ่าตายแน่
“ผู้กำกับ เฉินเป่ยหนีไปแล้ว”
ในเวลานี้ปรากฏร่างงดงามที่มีเสน่ห์มากอยู่หน้าประตูห้องทำงาน จากนั้นพุ่งเข้าห้องทำงานอย่างเร่งรีบ เอ่ยปากอย่างร้อนใจ
“พยุงฉันขึ้นไปก่อน” ผู้กำกับหายใจแรง พูดอย่างอ่อนแรง
เย่ชวงสีหน้าร้อนใจพุ่งเข้าห้องทำงาน พยุงผู้กำกับขึ้นมาแล้วนั่งลงบนโซฟา
“ผู้กำกับคะ ท่านถูกเฉินเป่ยทำร้ายเหรอ?” ท่าทางเย่ชวงเต็มไปด้วยความห่วงใย
ผู้กำกับส่ายหน้าอีกครั้ง เขาไม่มีแรงพูดอะไรแล้ว เหลือเพียงลมหายใจแรงๆ พยายามทำให้หัวใจที่เต้นคลุ้มคลั่งของตนเองสงบลง
ส่วนเย่ชวงเห็นผู้กำกับไม่ได้ปฏิเสธ สีหน้ายิ่งหนาวเย็นราวกับน้ำค้างแข็ง ในใจมีไฟโกรธลุกไหม้โชติช่วง
เฉินเป่ยเจ้าคนเลวนี้ ชั่วขณะนั้นเย่ชวงตัดสินไปแล้วว่าเฉินเป่ยเป็นคนทำ เธอกัดริมฝีปากแดงไว้ ในดวงตางดงามยิงความแค้นเคืองเต็มเปี่ยมออกมา
หลังเฉินเป่ยหนีออกมาจากห้องขัง ก็พบท่าทางของผู้กำกับที่อ่อนแรงเข้า ลองเปลี่ยนเป็นใครต่างก็ผลักความรับผิดชอบทุกอย่างนี้ไปที่เฉินเป่ย
เย่ชวงแอบสาบานในใจว่าจะต้องจับเฉินเป่ยกลับมาดำเนินคดีแน่.....เธอไม่เคยเจอคนที่กำเริบเสิบสานเช่นนี้มาก่อน คาดไม่ถึงยังกล้าลงมือกับผู้กำกับ
“ผู้กำกับคะ คุณวางใจได้ ฉันจะจับเฉินเป่ยกลับมาดำเนินคดีให้ได้” เย่ชวงบอกไป
ผู้กำกับกลับส่ายหน้าไม่หยุด ถึงแม้เสียงยังเผยความอ่อนแออยู่ แต่น้ำเสียงนั้นกลับหนักแน่อย่างยิ่ง “เรื่องนี้ ห้ามเธอยุ่งเกี่ยว”
เย่ชวงตะลึง แต่หลังรับรู้ถึงความหนักแน่นในน้ำเสียงผู้กำกับ จึงทำได้เพียงพยักหน้า “ค่ะ”
............
หลังหวงจ้านเดินออกจากสถานีตำรวจก็เหมือนวิญญาณหายไป จากนั้นนั่งเข้ามาในรถยนต์
“ไปบ้านตระกูลหวง” เสียงของหวงจ้านแหบแห้ง ท่าทางที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ส่วนในบ้านตระกูลหวง หวงปิงและหวงหรุงมองสาวงามแต่ละคนที่ใส่ชุดกระโปรงยาวเต้นระบำพลิ้วไหว ผิวพรรณอมชมพูล่องลอยขึ้นลง ทำให้หวงหรุงแววตาเร่าร้อน จ้องสาวงามหนึ่งในนั้นอยู่ มุมปากมีความหมายหลงระเริงขึ้น
และในเวลานี้รถยนต์คันหนึ่งจอดที่หน้าประตูบ้านตระกูลหวง หวงจ้านรีบร้อนพุ่งเข้ามา
“อารอง” หวงหรุงมองเห็นหวงจ้าน สีหน้าดีใจ ไม่สนใจระบำของสาวงามชุดโบราณพวกนั้น กระตือรือร้นเข้าไปใกล้
“เป็นยังไงบ้าง เอาข่าวดีมาฝากพวกเราแล้วเหรอ?” หวงปิงยิ้มถามขึ้นก่อน
หวงจ้านไม่ได้เอ่ยปาก สีหน้าซีดขาว ในดวงตาประกายความซับซ้อนตื่นตระหนก
“มีอะไรเหรอ?” รอยยิ้มหวงปิงหดลง ท่าทางของหวงจ้านนี้ไม่เหมือนลักษณะที่มีข่าวดีสักนิดเดียว
หวงจ้านส่ายๆ หน้า ในใจขมขื่น “เขาโดนคนอื่นพาไปแล้ว”
ซู่!
ชั่วขณะนั้นหวงปิงและหวงหรุงสีหน้าเปลี่ยน หวงปิงสีหน้าเย็นชืด ขมวดคิ้วถามว่า “คนอื่น? ใคร?”
“ไม่รู้” หวงจ้านส่ายหน้า หวงหรุงตะลึง บอกว่า “อารอง ยังมีคนที่อาไม่รู้อีกเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่ลูกเขยที่แต่งเข้าบ้านผู้หญิงคนหนึ่งหรอกเหรอ ทำไมถึงเกิดเรื่องเปลี่ยนแปลงมากขนาดนี้” หวงปิงสีหน้าเย็นยะเยือก เอ่ยปากอย่างไม่พอใจ