ตอนที่ 213
บทที่213 พระจันทร์มืดลมแรง
October 28, 2026
บทที่213 พระจันทร์มืดลมแรง
หลีเช่าหงสีหน้าแข็งไปเล็กน้อย ส่วนบอดี้การ์ดด้านหน้าเฉินเป่ยคนนั้นคงไม่ได้โชคดีขนาดนั้น
ในฐานะบุคคลทำงานลับเฉพาะแนวหน้า คุณภาพร่างกายของเขาทระนงองอาจอย่างมาก ยิ่งผ่านการฝึกฝนต้านการโจมตี......ยังห่างไกลกว่าบอดี้การ์ดธรรมดาจะพอมาเปรียบเทียบได้
แต่ตอนที่ฝ่ามือหนึ่งของเฉินเป่ยตกลงมา เกือบทำให้เขาพัดลอยไปดื้อๆ ตาลายจนเห็นดาว
บอดี้การ์ดคนนี้ใกล้จะสงสัยในชีวิตตนเองเสียแล้ว เฉินเป่ยเป็นเพียงนักเลงข้างถนนธรรมดาคนหนึ่ง แต่กำลังกลับใหญ่โตจนน่าตกใจ ผิดปกติอย่างยิ่ง
“ว่ามา ทำไมถึงทำเมียฉันตกใจ” เฉินเป่ยจับคอเสื้อของบอดี้การ์ดขึ้น ตะคอกอย่างโมโห
หลีชิงเยียนที่อยู่ด้านข้างงงไปหมด มองเฉินเป่ยออกหน้าเพื่อเธอ ดวงตางดงามอึ้งค้าง
“ผมไม่ได้ทำ” บอดี้การ์ดอยากจะลงมือโจมตีคืน......แต่หลีเช่าหงไม่ได้มีคำสั่งใดๆ เขาจึงไม่กล้าขยับ
บอดี้การ์ดหลายคนที่อยู่ด้านข้างเฉินเป่ยมองเห็นเพื่อนร่วมรบของตนเองถูกเฉินเป่ยสบประมาทต่อยตีอย่างกำเริบเสิบสาน ดวงตาทั้งคู่เย็นยะเยือก ราวกับสัตว์ป่าดุร้าย แต่ละตัวเหมือนอยากกลืนเฉินเป่ยลงไป
พวกเขายืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นเทา พวกเขาอยากลงมือมาก แต่ความรู้ความสามารถด้านกลยุทธ์แนวหน้าของพวกเขาบอกกับพวกเขาว่าหลีเช่าหงไม่ได้สั่งการ
“ไม่ได้ทำแล้วนายหลายๆ คนนี้วิ่งเข้ามาทำอะไร หาเรื่องโดนตีเหรอ?” เฉินเป่ยยิ้มเยาะตวาด และตบหน้าไปอีก
“ปั๊วะๆๆ”
เฉินเป่ยใช้มือทั้งสองหมุนเวียนกันตบ เสียงฝ่ามือตบที่กังวานแข็งๆ บอดี้การ์ดคนนั้นยืนอยู่ที่เดิม ไม่นานแก้มก็บวมสูงขึ้น ถูกตบจนใกล้จะกลายเป็นหัวหมูแล้ว
กำลังของเฉินเป่ยแรงเหลือเกิน ถึงแม้จะเป็นบอดี้การ์ดแนวหน้า เดิมทีก็รับไม่ไหว
“ป๊าบ”
ทันใดนั้นเสียงบอดี้การ์ดร้องโหยหวนดังขึ้นทีหนึ่งจนสิ้นทันที เลือดสดกระจาย บอดี้การ์ดพ่นฟันที่เปื้อนเลือดซี่หนึ่งออกมา
บอดี้การ์ดคนนี้ เวลานี้ย่ำแย่จนเกินทน มีท่าทางพาลแบบก่อนหน้าที่ไหน แม้แต่โดนเฉินเป่ยตบจนอ้วนฉุเปลี่ยนรูปไปแล้ว
“ยังมีใครอีกที่กล้าทำเมียฉันตกใจ” เฉินเป่ยทำเสียงฮึดฮัด
“พอแล้ว”
ในทันใดนั้นหลีเช่าหงหมดความอดทน หมุนตัว สีหน้าหนาวเหน็บราวกับน้ำค้างแข็ง
เฉินเป่ยมองทางหลีเช่าหง สีหน้าเปลี่ยนไป จากนั้นเผยรอยยิ้มออกมา “นายไม่ได้สั่งสอนลูกน้องของนายให้ดี ฉันเลยลงมืออบรมให้สักหน่อย ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก”
หลีเช่าหงมองเฉินเป่ยอย่างเย็นชา เฉินเป่ยสีหน้าเรียบนิ่ง หนังหน้าหนาจนถึงขั้นที่ทำให้เดือดดาลมาก
“เอ๋อตงเฉิน ที่ฉันมาวันนี้ ถ้าแกไม่สามารถให้คำตอบที่น่าพอใจกับฉันสักอย่างได้......” หลีเช่าหงหันหน้ามากวาดตามองหลีชิงเยียนทีหนึ่ง “ฉันจะให้หล่อนไปฝังอยู่ในสุสานด้วยกันกับแก”
คำพูดหลีเช่าหงพึ่งร่วงลง ชายชุดดำหลายคนก็เคลื่อนไหวร่างกาย ปรากฏตัวด้านหลังของหลีชิงเยียน ทำให้ดวงตาทั้งคู่ของเฉินเป่ยเปลี่ยนไป แรงอาฆาตหนึ่งยิงสะท้อนออกมา
“บ้านหลียังหลงงมงายไม่เลิก” เฉินเป่ยยิ้มเยาะบอก
“สรุปแกพูดอะไรไป ทำให้หล่อนหักหลังฉัน......” หลีเช่าหงก้าวเท้าหนึ่งออก ยืนอยู่ด้านหน้าของเฉินเป่ย สอบถามอย่างหนาวเย็น
ใบหน้าหลีชิงเยียนซีดขาว เธอรู้สถานการณ์ในเวลานี้ดีมาก ซึ่งอันตรายอย่างมาก
วันนี้หลีเช่าหงเตรียมพร้อมเข้ามา เขาคงไม่พูดหลอกๆ ถ้าต้องการจะฆ่าจริง สิ่งที่สั่งการต้องเป็นวิธีสังหารหมู่อย่างแน่นอน
“ฉันบอกหล่อนว่าตามนายไปก็ไม่มีอนาคตหรอก” เฉินเป่ยพูดเสียดสี
หลีเช่าหงจ้องมองเฉินเป่ยแวบหนึ่ง มุมปากโค้งเส้นรัศมีวงกลมขึ้น
เขายื่นมือออก บอดี้การ์ดคนหนึ่งนำปืนพกรีวอลเวอร์ที่งดงามกระบอกหนึ่งยื่นให้อย่างเคารพนบน้อม
เฉินเป่ยสีหน้าสงบเรียบเฉย แต่หลังจากมองเห็นปืนพกรีวอลเวอร์กระบอกนั้น ในแววตาลึกก็มีความดุเดือดแฉลบผ่าน
หลีเช่าหงรับปืนพกรีวอลเวอร์กับกระสุนมา นำกระสุนลูกหนึ่งยัดเข้าในรูเล็ตต์แล้วค่อยๆ เอ่ยปาก “รูเล็ตต์รัสเซีย แกน่าจะเคยเล่นมั้ง?”
หลีชิงเยียนมองทางปืนพกรีวอลเวอร์กระบอกนั้น ในใจเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้น ดวงตางดงามเผยความหวาดกลัวออกมา
“แกอยากทำอะไร?” เฉินเป่ยพ่นเสียงหนึ่งออกมา สีหน้าเย็นยะเยือก
“โอกาสกุมไว้ในมือของแกอยู่ พูดกับไม่พูด......แกตัดสินใจแล้วกัน” หลีเช่าหงหัวเราะเยาะเย้ย รอยยิ้มนี้เต็มไปด้วยคาวเลือดโหดร้าย
ในที่สุดสีหน้าเฉินเป่ยก็เปลี่ยนไป ตอนที่ปืนพกรีวอลเวอร์ของหลีเช่าหงจ่อบนศีรษะของหลีชิงเยียน ในที่สุดเขาก็เผยแรงอาฆาตมหาศาลที่ไม่เก็บซ่อนใดๆ
“แกกล้า” เฉินเป่ยท่าทางดุร้าย แววตาโหดเหี้ยม อุณหภูมิในอากาศลดลงทันใด โดนแรงอาฆาตไร้ขอบเขตจนแทบแข็งเป็นน้ำแข็งก่อนหมด
เฉินเป่ยมองทางหลีชิงเยียน ใจร้อนเหมือนโดนไฟลนก้น ครั้งนี้เขาคาดไม่ถึงโดยสิ้นเชิง หลีเช่าหงจะทำเรื่องที่รุนแรงมากขนาดนั้น
“ปัง”
ทันใดนั้นหลีเช่าหงก็ดึงไกปืน เสียงดังกังวานทีหนึ่ง หลีชิงเยียนหลับตาไว้ ร่างกายสั่นเทา
ใบหน้างดงามของหลีชิงเยียนซีดขาว......เธอโดนปืนพกรีวอลเวอร์ในมือของหลีเช่าหงทำให้ตะลึงค้างถึงที่สุด.......แต่ละวินาทีมีชีวิตอยู่บนขอบของความเป็นความตาย
หลีชิงเยียนเคยพบเจอกับเรื่องเส้นความเป็นความตายอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไร......เธอไม่เคยคิดว่าหลีเช่าหงจะไร้จิตใจขนาดนั้น พอภายนอกจอมปลอมในตอนต้นโดนฉีกออก ในใจของหลีเช่าหงยังเหี้ยมโหดไร้ความรู้สึกหลายเท่า นับไม่ถ้วนยิ่งกว่าหลีเช่าเทียนเสียอีก
หลีเช่าเทียนมีความหยิ่งยโสของตนเอง นั่นเป็นข้อบกพร่องใหญ่ที่สุดของเขา ส่วนหลีเช่าหง เดิมทีไม่มีข้อเสียพวกนี้อย่างหลีเช่าเทียน ทว่าเขายังจบจุดอ่อนของเฉินเป่ยอีกด้วย......นั่นก็คือหลีชิงเยียน
หลีชิงเยียนถอนหายใจออกมาทีหนึ่งอย่างหนักหน่วง ส่วนเฉินเป่ยดวงตาทั้งคู่แดงก่ำ ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด ราวกับภายในตัวมีสัตว์ป่าดุร้ายอยู่
หลีชิงเยียนเป็นที่หวงแหนของเฉินเป่ย......เฉินเป่ยเคยสาบานว่าจะไม่ทำให้หลีชิงเยียนได้รับบาดเจ็บ แต่ตอนนี้หลีเช่าหงกลับกำเริบเสิบสาน ใช้วิธีแบบนี้เริ่มต้นบีบบังคับเขาแล้ว
“ปัง”
เป็นเสียงดังกังวานอีกทีหนึ่ง หัวใจของเฉินเป่ยแขวนอยู่ที่ลำคอ......หลีชิงเยียน กำลังเข้าใกล้ความตายไปทีละก้าว