ตอนที่ 235
บทที่235 สังหารโหดถึงที่
October 28, 2026
บทที่235 สังหารโหดถึงที่
............
เยี่ยนจิง บ้านหลี
พลบค่ำ ภายในลานหน้าห้องมุข หลีหงกับหลีเช่าเทียนนั่งขัดสมาธิอยู่ ตรงกลางของสองคนวางกระดานหมากรุกอันหนึ่ง บนกระดานหมากรุก จัดวางหมากรุกขาวดำไว้เต็ม
สาวใช้สองคนด้านข้างถือโคมไฟไว้ แสงไฟที่เหลืองนวลส่องไปบนกระดานหมาก หลีเช่าเทียนสีหน้าเรียบเฉย ส่วนหลีหงมองกระดานหมากรุกอยู่ ครุ่นคิดอย่างหนัก
ครู่หนึ่ง หลีหงวางหมากลง ส่ายๆ หน้าแล้วยิ้มบอกด้วยความจำใจ “ปู่แพ้แล้ว”
หลีเช่าเทียนเอ่ยปากอย่างสงบ “อย่าได้ใส่ใจกับการแพ้ชนะแค่ครั้งเดียว คุณปู่ไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเอง”
หลีหงส่ายหน้า “ปู่ก็แก่แล้ว สมองไม่ประมวลผล หลานเคยเป็นอัจฉริยะของวงการธุรกิจ อนาคตเป็นของหลาน”
หลีเช่าเทียนยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มนิ่งสงบ “คุณปู่เคยบอกว่าความสามารถยิ่งมาก ความรับผิดชอบยิ่งสูง เวลานี้ผมควรจะเปิดตาดูโลกกว้าง และไม่ใช่คร่ำครึอยู่ในโลกธุรกิจแคบๆ ผมอยากแบกทั้งตระกูลหลีไว้”
หลีหงมองทางหลีเช่าเทียน แววตาเผยความชื่นชม “มีหลานอยู่ ตระกูลหลีคิดจะไม่เจริญก้าวหน้าคงยาก”
“ช่วงเวลานี้ปู่ไม่ได้สนใจเรื่องการบริหารบ้านเมือง กำลังฝึกฝนนิสัยของหลานให้แหลมคมมาโดยตลอด ตอนนี้ดูแล้วนิสัยของหลานก็ดีมากแล้ว” หลีหงยิ้มบอก
“คุณปู่ เมื่อไรที่ผมจะรับช่วงต่อจากคุณปู่ เข้าไปดูแลเรื่องของบริษัทได้?” หลีเช่าเทียนมองทางหลีหง
“ตำแหน่งนี้ของปู่ ถ้าอยากส่งต่อให้คนอื่น ยากเสียยิ่งกว่ายาก......ไม่รู้ว่ามีคนมากแค่ไหน ผู้มีอิทธิพลมากแค่ไหนจ้องการเคลื่อนไหวของปู่ทุกก้าวย่าง” หลีหงค่อยๆ เอ่ยปากพูด “รอหลานเตรียมตัวให้พร้อม ปู่ย่อมจะถ่ายทอดทุกอย่างให้หลานอยู่แล้ว”
หลีหงกวาดสายตามองสระน้ำเล็กกลางลานบ้านแวบหนึ่ง บอกว่า “นี่ก็พอสมควรแล้ว หลานควรออกไปมีประสบการณ์ที่โชกโชนหน่อย วันเวลาช่วงที่หลานจิตใจเหงาหงอยเศร้าซึมมานี้ เยี่ยนจิงเปลี่ยนแปลงไปมากมาย หลานไม่จำเป็นต้องไปสัมผัสสมาคมพ่อค้าของเยี่ยนจิง แค่ต้องรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรง และสายใยของเยี่ยนจิงเมืองแห่งนี้ก็พอ......”
“รอไว้ตอนที่หลานเตรียมพร้อมอย่างแท้จริง หลานย่อมจะรู้เอง” หลีหงพูดจบ ลุกขึ้น สะบัดแขนเสื้อยาว ไม่นานภาพเงาก็หายไปจากหน้าประตูลานหน้าห้องมุข
หลีเช่าเทียนมองทางหน้าประตูลานหน้าห้องมุข แววตาที่เรียบเฉยค่อยๆ ถูกความลุ่มลึกแทนที่......เขาก้มหน้ากวาดตามองแขนเสื้อที่ว่างเปล่า มุมปากโค้งยิ้มเยาะขึ้น
“เพียงน่าเสียดาย แก้แค้นไม่ได้แล้วล่ะ......” หลีเช่าเทียนพูดกับตนเอง บ่นพึมพำ
“หลีเช่าหงตายแล้ว กลับให้ฉันมาลำบากเพื่อคนอื่นเปล่าๆ ......รอฉันรับช่วงจากหลีหงแล้ว......หัวหน้าตระกูลหลีจะถือว่าเป็นอะไรกัน?” มุมปากหลีเช่าเทียนฉีกรอยยิ้มที่เย็นเฉียบขึ้น รอเขานั่งที่ตำแหน่งของหลีหงได้จริง ควบคุมอำนาจสิทธิ์ขาด ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ เฉินเป่ยหลีชิงเยียนจะอยู่หรือตาย ก็ไม่ใช่แค่ความคิดหนึ่งของเขาเหรอ......แม้กระทั่งทั้งเมืองหู้ไห่ เขาก็ได้มาอย่างง่ายดายเช่นกัน
ความแค้นเล็กน้อยในเวลานี้ เขาย่อมไม่เอามาใส่ใจ ทุกอย่างต้องเอาเรื่องใหญ่เป็นหลัก
หลีหงไม่รู้ความคิดในใจของหลีเช่าเทียน ถ้าหลีหงรู้ความคิดทุกอย่างในใจหลีเช่าเทียนในเวลานี้ ต้องไม่ให้หลีเช่าเทียนรับช่วงความรู้ความสามารถของตนเองแน่
............
เมืองหู้ไห่ สี่แยก รถเบนท์ลีย์ขับออกไปอย่างเร็ว ไม่นานรถตำรวจหลายคันส่งเสียงร้องเข้ามาจากที่ถนนห่างไกล เสียงไซเรนเสียดแก้วหูดังก้องอยู่ในอากาศบนถนนของเมืองหู้ไห่ จอดลงที่ด้านข้างรถไมบัค
เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละนายลงจากรถ เจอหลีชิงเยียนแล้ว เตรียมจะช่วยเหลือหลีชิงเยียน
หลังจากหลีชิงเยียนถูกช่วยเหลือออกมา ร่างกายอ่อนยวบหมดแรง นั่งอยู่บนรถพยาบาล ใบหน้างดงามซีดเซียวราวกับกระดาษ
พนักงานกู้ชีพตรวจร่างกายให้หลีชิงเยียนชุดหนึ่ง พูดปลอบใจเธอ “ประธานหลี คุณเพียงแค่ตกใจไปเท่านั้น ความดันเลือดต่ำเกิน อาการผิดปกติในร่างกายอย่างอื่นไม่มีอะไรพิเศษ”
บนร่างกายของหลีชิงเยียนคลุมผ้าขนหนูไว้ชั้นหนึ่ง เวลานี้การหายใจของเธอยังคงไม่สงบลงมา หายใจเร่งรีบ และยังคงสั่นเทา
ทุกอย่างเมื่อสักครู่นั้นช่างน่าตกใจเหลือเกิน หลีชิงเยียนหลุดเข้าไปข้างเส้นความตาย เกือบจะถึงแก่ความตายแล้ว
ถ้ามีซามูไรสักคนพบว่าเธออยู่ในรถไมบัคเข้า เธอคงตายจริงๆ แล้ว
“พวกคุณยังเห็นคนอื่นๆ อีกรึเปล่า?” หลีชิงเยียนดึงเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งไว้
เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นส่ายหน้า บอกว่า “ไม่มีคนอื่นแล้วครับ”
ภายในหลีชิงเยียนตกใจ เฉินเป่ยให้ตนเองรออยู่ในรถ ตัวเองกลับไม่เห็นแม้แต่เงา
เขาไปที่ไหนกัน?
หลีชิงเยียนไม่ใช่คนโง่ ชั่วขณะนั้นนึกถึงตอนที่เจอลอบฆ่าครั้งแรก เฉินเป่ยพอเจออันตรายก็หลบหนีไป ทิ้งเธอเอาไว้ในรถ
ครั้งนี้เล่นลูกไม้เก่าอีกแล้ว ทิ้งเธอไว้ในรถคนเดียวอีกครั้ง ตัวเองกลับหนีไปไม่สนใจอะไร ถ้าไม่ใช่ผู้ลึกลับท่านั้นปรากฏตัวขึ้น ตนเองคงตายอยู่ในเงื้อมมือของซามูไรกลุ่มนั้นแล้ว
ดวงตาของหลีชิงเยียนเผยความเคียดแค้นที่เย็นยะเยือกออกมา เฉินเป่ยดีต่อเธอมากจริง แต่เธอไม่ชอบพวกที่ขี้ขลาดตาขาวแบบนี้ที่สุด พอเจอกับอันตรายถึงชีวิต ตัวเองหนีเอาตัวรอดคนเดียว ทิ้งผู้หญิงเอาไว้ เผยสันดานที่เห็นแก่ตัวของเขาออกมา
หลีชิงเยียนยิ่งเกลียดเฉินเป่ยโดยไม่รู้ตัว แม้กระทั่งหลีชิงเยียนรู้สึกว่าเฉินเป่ยล้วนไม่คู่ควรกับตนเอง หลีชิงเยียนไม่มีทางทนกับผู้ชายที่นิสัยแบบเฉินเป่ย
วินาทีนั้นหลีชิงเยียนจึงตัดสินใจแน่วแน่ กลับไปตนเองจะต้องคิดหาทุกวิถีทางขับไล่เฉินเป่ยไป
และเวลานี้ เฉินเป่ยที่เป็นแพะรับบาปนั่งอยู่บนรถแท็กซี่คันหนึ่ง ในรถ เฉินเป่ยต่อสายไปหาชิงเหนียน พูดสั่ง “ซามูไรของเขามาโจมตีฉันแล้ว”
ในสายนั้น เสียงของชิงเหนียนลอยมา “ผมเห็นแล้วเหมือนกัน วงจรปิดของเส้นทางแถวนั้นโดนผมปรับแก้เรียบร้อย”