ตอนที่ 239
บทที่239 ปิดบังความจริง
October 28, 2026
บทที่239 ปิดบังความจริง
เฉินเป่ยมองคำพูดของซูเสี่ยวหยุนในข้อความนั้นอยู่ ครั้งหนีหลีชิงเยียนโกรธยกใหญ่แล้ว ซูเสี่ยวหยุนให้ช่วงเวลานี้ดีที่สุดเฉินเป่ยอย่าปรากฏตัวต่อหน้าหลีชิงเยียน แม้กระทั่งไม่ต้องกลับบ้าน
รอหลีชิงเยียนหายโกรธลงมาหน่อยค่อยกลับบ้าน
เฉินเป่ยอ่านข้อความ ยื่นๆ ปาก ไปที่ห้องครัว ชงชามาสองสามแก้ว จากชั้นสอง ยกชาเดินลงมา
“ประธานหลี พี่ซู ชงชามาให้พวกคุณแล้วครับ” บนหน้าเฉินเป่ยแขวนด้วยรอยยิ้มที่เหมือนเอาอกเอาใจ
แต่พอหลีชิงเยียนมองเห็นเฉินเป่ย ชั่วขณะนั้นมึนงงไป หลีชิงเยียนมองทางเฉินเป่ย แววตาเต็มไปด้วยความตกใจ
ซูเสี่ยวหยุนก็งงเช่นกัน มองทางเฉินเป่ย ในดวงตาเหมือนกำลังสอบถามเฉินเป่ยว่าทำไมอ่านข้อความแล้วยังมาปรากฏตัวที่นี่อีก
“นายเข้ามาได้ยังไง?” หลีชิงเยียนมองทางเฉินเป่ย ถามอย่างเย็นชา
เธอนั่งอยู่ที่ในห้องโถงมาตลอด ไม่เห็นเฉินเป่ยจะเข้ามาทางหน้าประตูคฤหาสน์เลย ผลปรากฏว่าเฉินเป่ยยกน้ำชามาโผล่อยู่ตรงหน้าเธอ ทำเอาเธอตกใจไปยกหนึ่ง
“ผมอยู่ในห้องมาตลอดนี่” เฉินเป่ยอึ้ง พูดอธิบายอย่างสงบนิ่งมาก
“นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไร?” หลีชิงเยียนขมวดคิ้วขึ้น เริ่มสอบถามขึ้นมา
“กลับมาตั้งนานแล้ว หลังกลับมาผมยังนอนไปตื่นหนึ่งด้วย” เฉินเป่ยเอ่ยปากแบบหน้าไม่อาย พูดคำโกหกขึ้นมาได้อย่างหน้าตาเฉย
“จริงเหรอ?” ดวงตางดงามของหลีชิงเยียนจ้องเฉินเป่ยไม่กะพริบ ยังคงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
เธอไม่รู้ว่าเฉินเป่ยปรากฏตัวอยู่ในคฤหาสน์แบบกะทันหันได้อย่างไร แต่ก็มีเพียงคำอธิบายแบบนี้ทำให้เธอไม่เชื่อไม่ได้
เธอย่อมไม่เชื่อว่าเฉินเป่ยหลบการจับจ้องของวงจรปิด พลิกเข้ามาจากด้านนอกคฤหาสน์แล้ว
“บนตัวนายทำไมถึงมีกลิ่นคาวเลือด?” ทันใดนั้นซูเหลยที่อยู่ด้านข้างเอ่ยปาก สายตาจ้องเฉินเป่ยไว้แน่น
เฉินเป่ยยังนิ่งสงบ สีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจสั่นขึ้นฉับพลัน ในแววตาลึกๆ ประกายความสับสน
เขาที่แต่ไหนแต่ไรไม่สะทกสะท้านใดๆ ลนลานเป็นครั้งแรกแล้ว
เขาถอดเสื้อที่เปื้อนเลือดออกไปได้ เปลี่ยนเป็นชุดใหม่ แต่กลิ่นคาวเลือดที่เปื้อนบนตัวกลับทำได้แค่ผ่านการอาบน้ำถึงจะหลุดออก.....แต่เขาย่อมไม่อาจสนใจอะไรแล้วไปอาบน้ำภายใต้สถานการณ์ที่ไม่โดนหลีชิงเยียนพวกเธอรู้เข้าได้
ผลลัพธ์คือซูเหลยในฐานะทีมรบพิเศษของหัวเซี่ย การได้กลิ่นจึงว่องไวกว่าคนธรรมดาอยู่มาก แวบเดียวก็จับจุดที่ไม่ปกติไว้ได้
สีหน้าเฉินเป่ยยังคงเรียบเฉย ส่วนหลีชิงเยียน พอได้รับการเตือนสติแบบนี้ของซูเหลยเข้า จึงมองทางเฉินเป่ย ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัยอีกครั้ง
ภายใต้การจับจ้องของดวงตางดงามทั้งสองสาย ถ้าเฉินเป่ยไม่ให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลออกมา มีความเป็นไปได้ว่าจะโดนซูเหลยค้นหาจนเจอเบาะแส ตามกลิ่นคาวเลือดนั้นไปเจอเสื้อเปื้อนเลือดที่ซ่อนเอาไว้ในตู้เสื้อผ้า
ทันใดนั้นเฉินเป่ยคิดวิธีดีๆ ออก ก่อนจะบอกว่า “หลังจากคลานออกมาจากในรถ เลือดบนตัวนักฆ่าคนหนึ่งที่ตายแล้วกระเด็นมาโดนผมเข้า ผมเลยเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ แต่ก็ยังกำจัดกลิ่นคาวเลือดออกไปไม่ได้”
“เขาตายยังไง” ซูเหลยถามขึ้น
“โดนคนหนึ่งปาดคอแล้ว เลือดสดพุ่งกระจาย ในเหตุการณ์น่าสยดสยองมาก” เฉินเป่ยพูดอย่างปลงอนิจจัง ท่าทางที่ในใจมีความกลัว
ซูเหลยมองทางหลีชิงเยียน หลีชิงเยียนขมวดคิ้ว ย้อนความทรงจำหน่อย......เหมือนเธอจะว่าเห็นมีคนหนึ่งถูกปาดคอจริงๆ ด้วย
ซูหลยพยักหน้า “ฉันไม่มีคำถามอะไรแล้ว”
ซูเหลยพูดจบ จึงลุกขึ้นเดินไปทางชั้นสอง
เฉินเป่ยมองทางหลีชิงเยียน หลีชิงเยียนชายตามองทีหนึ่งอย่างเย็นชา ทำเสียงฮึดฮัด ไม่ได้พูดจาสักประโยคเดียว เดินไปทางชั้นสอง
ภายในห้องรับแขก เหลือเพียงเฉินเป่ยกับซูเสี่ยวหยุนแล้ว
ซูเสี่ยวหยุนมองทางเฉินเป่ย ยิ้มแบบมีเสน่ห์ “ครั้งนี้นายหาเรื่องยั่วโมโหเสี่ยวเยียนเข้าจริงๆ แล้ว”
เฉินเป่ยยักไหล่......กลัดกลุ้มอยู่บ้าง ไม่ใช่เพื่อหลีชิงเยียนเหรอ ตนเองถึงไปหาโอลิเวอร์กับตระกูลหวังเพื่อคิดบัญชี จึงไม่ทันระวังลืมหลีชิงเยียนไว้
“ดึกแล้ว นอนก่อนเถอะ” ซูเสี่ยวหยุนลุกขึ้น ใส่ชุดนอนลูกไม้สีม่วง บางดุจปีกจักจั่น ปกคลุมบนร่างกายที่โค้งเว้าน่าสนใจของหล่อน นั่นคือสัดส่วนที่เซ็กซี่น่าดึงดูด
แม้กระทั่งเฉินเป่ยที่แววตาดีที่สุด ยังมองสัดส่วนหน้าอกจากบนตัวซูเสี่ยวหยุนออกแบบรางๆ
สะโพกนั้นบิดจนเผยการยั่วยวน......เฉินเป่ยจ้องภาพด้านหลังของซูเสี่ยวหยุนอยู่......นี่เป็นผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่งดงาม ครอบครองความเซ็กซี่ ทำให้รู้สึกปั่นป่วนท้องน้อย กำลังเคลื่อนไหวจะก่อการร้าย
ร่างอ้อนช้อยนี้ คิดก็ไม่ต้องคิด อวบอิ่มอุดมสมบูรณ์ ราวกับพีชน้ำผึ้งที่สุกงอม สดนุ่มฉ่ำน้ำ ทำให้คนอยากกัดสักคำจนแทบขาด ต่อให้ต้องชดใช้มากแค่ไหนก็ตาม
จ้องภาพด้านหลังนี้อยู่ มุมปากเฉินเป่ยค่อยๆ ยกเส้นรัศมีวงกลมขึ้น มีความหมายแฝงไว้
............
เช้าตรู่วันต่อมา ทั้งเมืองหู้ไห่มีเสียงไซเรนเสียดแก้วหูจากรถตำรวจนับไม่ถ้วนดังก้องอยู่ สถานีตำรวจหู้ไห่ มีกองกำลังออกมาเต็ม ขับเข้ามาด้วยความเร็วจากถนนทุกสายของเมืองหู้ไห่
รถตำรวจแต่ละคันจอดอยู่ที่โรงแรมนานาชาติ หน้าประตูของตระกูลหวังแห่งหู้ไห่ เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละคนปิดล้อมโรงแรมนานาชาติไว้