ตอนที่ 291
บทที่291 สุดยอดดาบสามเล่ม
October 28, 2026
บทที่291 สุดยอดดาบสามเล่ม
ภายในห้องพนันเพชรพลอย บนโต๊ะที่ปูผ้าแดงตัวหนึ่ง มีหินเทาดำไปทั่วทั้งก้อนวางอยู่ในถาดนิ่งๆ
หินก้อนนี้ ดูแวบแรกไม่ต่างอะไรกับก้อนหินทั่วไป ดูไม่สะดุดตาเลยสักนิดเดียว แต่บุคคลที่นั่งอยู่ด้านหน้าหินก้อนนี้ล้วนเป็นแขกผู้มีเกียรติที่มาจากแต่ละที่ของหัวเซี่ย
แขกผู้มีเกียรติเหล่านี้ หากเลือกออกมาสักท่านหนึ่ง สถานะยังเพียงพอที่จะสั่นสะเทือนเยี่ยนจิงได้
และเวลานี้ แขกผู้มีเกียรติแต่ละท่านกำลังนั่งสงบกันอยู่ตรงที่นั่ง สายตาค่อยๆ ตกอยู่บนหินก้อนนี้ บ้างใช้สายตาเร่าร้อน บ้างคุยกระซิบกระซาบกับคนข้างกาย ไม่มีใครที่ไม่ถกเถียงถึงหินก้อนนี้
และหลังเฉินเป่ยหลีชิงเยียนพวกเขาเดินเข้ามา ชั่วขณะนั้นก็ดึงดูดสายตาได้ไม่น้อย
หลีชิงเยียนกลัวว่าเฉินเป่ยจะพูดอะไรที่ทรยศสักอย่างขึ้นมาอีก จึงรีบดึงๆ แขนเสื้อของเฉินเป่ย แสดงความหมายโดยนัยให้เขาอย่าเอ่ยปาก
หลังทั้งสามคนนั่งลง สายตาหลีชิงเยียนเพียงกวาดผ่าน ใบหน้างดงามยิ่งเปลี่ยนสีฉับพลัน เผยความหมายที่ตื่นตกใจ
ภายในห้องพนันที่เล็กๆ แห่งนี้ มีบุคคลยิ่งใหญ่ที่หลีชิงเยียนรู้จักไม่น้อยกว่าสามท่าน
บุคคลยิ่งใหญ่เหล่านี้ แม้แต่หลีชิงเยียนยังไม่อยากเชื่อ แม้กระทั่งแวบหนึ่งคิดว่าตนเองอยู่ในอาการหลอน
หลีชิงเยียนไม่มีทางสงบต่อไปได้ ดวงตาของเธอตื่นตระหนก มือสวยเรียวคู่นั้นกำลังสั่นเทาเล็กน้อย
ปกติเธออยู่ที่หู้ไห่มาหลายปี ล้วนไม่แน่ว่าจะได้เจอผู้นำสักท่าน แต่ตอนนี้ เพียงแค่ในห้องพนันที่เล็กๆ แห่งนี้ คาดไม่ถึงจะเจอตั้งสามสี่ท่าน
ที่มากกว่านั้นคือบุคคลที่หลีชิงเยียนไม่รู้จัก แต่สัญชาตญาณของหลีชิงเยียนบอกเธอว่าคนเหล่านี้ ทั้งหมดล้วนไม่ธรรมดา ดวงตาทั้งคู่ล้ำลึกราวดาวบนฟ้า ทำให้คนแค่มองดูไม่ออก
พวกเขาสีหน้าเรียบนิ่ง เพียงแต่ระหว่างที่ไม่สนใจอยู่นั้น ท่วงทีที่แพร่ออกมากลับทำให้หลีชิงเยียนนิ่งเฉยไม่ได้
ในแววตาลึกของหลีชิงเยียนมีความตกใจแวบผ่านไป น้อยมาที่เธอจะหวาดกลัว แต่ศึกแบบในวันนี้ ทำให้เดิมทีเธอไม่สามารถรักษาความสุขุมเยือกเย็นไว้ได้อีก
ในที่สุดเธอก็สังเกตเห็นสิ่งที่ไม่เหมือนกันของงานพนันเพชรพลอยครั้งนี้กับเมื่อในอดีต เมื่อก่อนการพนันเพชรพลอยห้องหนึ่ง การมีผู้สูงศักดิ์สักคนปรากฏตัวก็ยากมากแล้ว ทว่าครั้งนี้ห้องหนึ่งกลับมีการดำรงอยู่ของผู้ทรงอิทธิพลที่ตนเองรู้จักถึงสามสี่ท่าน......งั้นคนที่ไม่รู้จักอีกล่ะ?
เกรงว่าคงด้อยไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว และเป็นการมีตัวตนที่ยังต้องให้หลีชิงเยียนเลื่อมใสพึ่งพิง
หลังหลีชิงเยียนนั่งลง ยังคงไม่สามารถสงบได้ ซูเหลยที่อยู่ด้านข้างมองหลีชิงเยียนแบบแปลกประหลาด หล่อนในฐานะทีมรบพิเศษ มีหน้าที่แค่คุ้มกันหัวเซี่ย ไม่ได้ความสัมพันธ์ส่วนตัวอันดีขนาดนั้นแบบหลีชิงเยียน ย่อมไม่รู้จักผู้ทรงอิทธิพลเหล่านี้เป็นธรรมดา
หล่อนไม่เข้าใจ หลังจากที่หลีชิงเยียนเข้ามา คาดไม่ถึงตื่นเต้นเสียเหลือเกิน
หลีชิงเยียนที่นิสัยเย็นชาเรียบเฉย แต่เวลานี้ไม่มีทางควบคุมอารมณ์ที่ตื่นเต้นได้ มองไปทางเจ้านายใหญ่ที่นั่งอยู่ไม่ขาดสาย ในใจเต้นตุบๆ อย่างแรง
บางทีคงเป็นหลีชิงเยียนที่ฮึกเหิมเกินไป ทันใดนั้นบุคคลยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งก็ขมวดคิ้วแล้ว ในใจมีความรู้สึกบางอย่าง มองเข้าไปทางหลีชิงเยียน
หลีชิงเยียนสีหน้าเปลี่ยนรีบก้มหน้าลง ท่าทางประหม่าและกังวลมาก
ในเวลานี้ ทันใดนั้นฝ่ามือใหญ่ที่กว้างและหนาคู่หนึ่งก็วางอยู่บนมือของหลีชิงเยียน
หลีชิงเยียนเงยหน้า มองเห็นเฉินเป่ยมองเธออย่างมีความหมายลึกซึ้ง สีหน้าผ่อนคลาย “ไม่ต้องกลัว คนใหญ่โตพวกนี้ก็เป็นคนเหมือนคุณ หายใจลึกๆ”
เฉินเป่ยพูดด้วยเสียงทุ้ม ทำให้หลีชิงเยียนนิ่งค้าง หายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่งตามเสียงของเฉินเป่ยอย่างไม่รู้ตัว
“ฮู้.......” หลีชิงเยียนค่อยๆ พ่นลมหายใจออกทีหนึ่ง ถึงตอนที่เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในใจสงบลงไปไม่น้อย
หลีชิงเยียนมองทางเฉินเป่ย ดวงตาเผยท่าทางที่รู้สึกซาบซึ้งใจนิดๆ ในใจยิ่งรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง ถามเสียงต่ำ “นายทำได้ยังไงกัน?”
เฉินเป่ยชายตามองหลีชิงเยียน ตอบเรียบๆ “คนระดับเมืองไม่กี่คน ก็ทำคุณตกใจได้แล้วเหรอ?”
น้ำเสียงของเฉินเป่ยสงบ ทว่ากลับทำให้ใบหน้าหลีชิงเยียนแดงขึ้นแวบหนึ่ง ราวกับโดนเฉินเป่ยเย้ยหยัน จึงทำเสียงฮึดฮัด “งั้นก็ยังดีกว่าพวกนายที่ไม่มีความรู้แบบนี้เยอะเลย”
เฉินเป่ยหัวเราะแบบช่วยไม่ได้จริงๆ แม้แต่ระดับของคนเหล่านี้ ตนเองล้วนดูออกหมด หลีชิงเยียนยังมาเหน็บแนมว่าตนเองไม่มีความรู้?
แม่งเอ๊ยนี่ใครไม่มีความรู้กันแน่?
เฉินเป่ยส่ายๆ หน้าแล้วถอนหายใจทีหนึ่ง กวาดตามองแขกผู้มีเกียรติ พูดพึมพำ “อืม......แม้แต่คนระดับประเทศยังไม่มี.......งานพนันเพชรพลอยนี้ไม่ไหวเลย......”
ส่วนหลีชิงเยียนที่อยู่ด้านข้างได้ยินสิ่งที่เฉินเป่ยพึมพำ ในใจตื่นตะลึง คาดไม่ถึงเฉินเป่ยมองทีเดียวก็สามารถมองแขกผู้มีเกียรติเหล่านี้ออก นี่เป็นไปได้อย่างไร
เกือบจะชั่วพริบตาเดียว หลีชิงเยียนบอกกับตนเองว่าเฉินเป่ยต้องกำลังหลอกลวงโอ้อวดอยู่แน่ แขกผู้มีเกียรติเหล่านี้ แม้แต่ตนเองยังรู้จักไม่กี่คนเอง เป็นไปได้อย่างไรที่เฉินเป่ยมองรวดเดียวก็ดูระดับออก?
อย่างไรเสียหลีชิงเยียนก็ไม่เชื่อ สิ่งที่ทำให้เธอยิ่งรู้สึกว่าประหลาดเกินความเป็นไปได้คือน้ำเสียงที่มีประสบการณ์โชกโชนของเฉินเป่ยนั้น ราวกับสมัยก่อนเคยเข้าร่วมงานพนันเพชรพลอยที่ประเทศตี้กั๋ว ทั้งยังวิจารณ์ว่างานพนันเพชรพลอยรอบนี้ไม่ไหว......หรือว่าเมื่อก่อนยังมีบุคคลระดับประเทศปรากฏตัวด้วย
หลีชิงเยียนจะเชื่อถือได้อย่างไร งานพนันเพชรพลอยเล็กๆ นี้ เป็นไปได้อย่างไรที่จะมีบุคคลแบบนั้นมา......ความพิเศษของงานพนันเพชรพลอยรอบนี้ไม่ได้เป็นเพราะการพนันเพชรพลอยล้วนๆ เหรอ ดังนั้นถึงได้ดึงดูดผู้นำนับไม่ถ้วนเข้ามา
ส่วนเฉินเป่ยราวกับมองความคิดในใจของหลีชิงเยียนออก จึงพูดแบบสบายอยู่ด้านข้าง “งานพนันครั้งนี้แน่นอนว่าดึงดูดบุคคลมากขนาดนี้ไม่ได้......คุณดูสิ บุคคลระดับเมืองพวกนี้ แม้แต่ข้างกายยังไม่มีปรมาจารย์พนันเพชรพลอยสักคนเลย เล่นอันนี้เป็นการลงทุนโดยเฉพาะ......หรือพูดได้ว่าแสร้งทำเป็นพนันเพชรพลอย แต่ในความเป็นจริงมีเป้าหมายอื่น”
“เป้าหมายอะไร?” แม้ว่าหลีชิงเยียนจะเหยียดหยามคำพูดของเฉินเป่ย แต่ยังอดถามไปไม่ได้
เฉินเป่ยหัวเราะเล็กน้อย “เรื่องนี้ต้องถามคนจัดงานพนันเพชรพลอยครั้งนี้แล้วล่ะ สรุปแล้วเขาอยากทำอะไร”
หลีชิงเยียนฟังคำพูดของเฉินเป่ยด้วยความสับสนงงงวย ใบหน้างดงามปรากฏความฉงน สงสัย
เฉินเป่ยถอนหายใจทีหนึ่ง พูดอธิบาย “ที่งานพนันเพชรพลอยครั้งนี้พิเศษขนาดนั้น เป็นเพราะเบื้องหลังมีมือคนคนหนึ่งกำลังบงการทุกอย่างนี้”
เฉินเป่ยพูดๆ อยู่ก็หยุดฉับพลัน สายตากลับลุ่มลึกขึ้นมา บ่นพึมพำ “จิง สรุปนายอยากทำอะไร......”