ตอนที่ 297
บทที่297 อับอายไหม?
October 28, 2026
บทที่297 อับอายไหม?
หลังจากแขกผู้มีเกียรติไม่น้อยที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ยินเบื้องหลังของอวี้ย้งเซวียนแล้ว จึงนำความมั่นใจทั้งหมดทุ่มลงไปบนตัวของเขาอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด
สำหรับเฉินเป่ย? ถูกคนลืมเลือนหายเข้ากลีบเมฆไปตั้งแต่แรกแล้ว
ขอเพียงแขกผู้มีเกียรติที่รู้ประวัติของอวี้ย้งเซวียนสักนิดหนึ่ง ล้วนเคยได้ยินมาว่าวงการพนันเพชรพลอย มีอัจฉริยะมากมาย อวี้ย้งเซวียนก็คือคนหนึ่งในนั้นที่ค่อนข้างจะทำตัวธรรมดา
ส่วนเบื้องหลังตระกูลอวี้ของเขานั้น ในวงการพนันเพชรพลอยตอนนี้ ที่เป็นตระกูลการพนันเพชรพลอยมีจำนวนไม่มากนัก ในตอนนี้การสืบทอดพนันเพชรพลอยโดนตัดขาด ตระกูลอวี้ถือว่าเป็นที่ใหญ่โตมหึมาตระกูลหนึ่งเลย
อัจฉริยะที่เดินออกมาจากตระกูลอวี้จะทำธรรมดาได้เหรอ?
อวี้ย้งเซวียนไม่ทำให้ผู้คนผิดหวัง ครั้งแรกที่เขาออกมาจากตระกูลอวี้ ทำให้เยี่ยนจิงสั่นสะเทือนไปนิดหน่อย
ลูกหลานของตระกูลอวี้......ภายในหนึ่งวันสั้นๆ อวี้ย้งเซวียนไปท้าทายปรมาจารย์พนันเพชรพลอยของเยี่ยนจิงหลายท่านถึงที่ติดต่อกัน การโจมตีที่ไม่มีข้อยกเว้นสักนิด เป็นความสำเร็จที่แสนภาคภูมิใจ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผู้คนไม่น้อยในวงการพนันเพชรพลอยจึงรู้จักเขาแล้ว และผ่านงานพนันเพชรพลอยหลายครั้งก่อนหน้านี้ ชื่อเสียงของอวี้ย้งเซวียนนับวันยิ่งดังขึ้น ทำให้บุคคลที่ไม่ได้อยู่ในวงการพนันเพชรพลอยมากมายต่างเคยได้ยินชื่อของเขาด้วย
อัจฉริยะหนุ่ม ผู้สืบทอดในอนาคตของตระกูลการพนันเพชรพลอย ความก้าวหน้าอันไร้ขีดจำกัด
ถึงงานพนันเพชรพลอยครั้งนี้ โดยพื้นฐานคนที่มาเข้าร่วมงานพนันเพชรพลอยหลายครั้งมักคุ้นเคยกับชื่อเสียงนี้ของอวี้ย้งเซวียนเสียงเหลือเกิน
เป็นเพราะเหตุนี้ อวี้ย้งเซวียนถึงได้รับความรู้สึกดีๆ ของแขกผู้มีเกียรติมากขนาดนั้น ที่งานเกือบจะไม่มีใครสนใจเฉินเป่ย......แม้แต่หลีชิงเยียนกับซูเหลยก็ไม่ยกเว้น
หลีชิงเยียนกะพริบดวงตาที่เย็นชาจ้องเฉินเป่ยไว้แน่น เธอไม่รู้ว่าเฉินเป่ยอยากทำอะไร แต่ท่าทางนี้ของเฉินเป่ยก็ยั่วโมโหเธอเข้าแล้ว
อวี้ย้งเซวียน ตระกูลที่สืบทอดการพนันเพชรพลอย พูดถึงการพนันเพชรพลอย เฉินเป่ยสักร้อยคนก็เกรงว่าไม่สามารถเทียบกันกับอวี้ย้งเซวียนได้......เขาเอาความมั่นใจมาจากที่ไหน? คาดไม่ถึงอยากไปพนันเพชรพลอยกับเขา?
โอกาสชนะของเฉินเป่ยช่างบางเบาเหลือเกิน เกือบจะไม่ได้รับความสนใจของใครเลย? แม้หลีชิงเยียนที่เข้าใจเฉินเป่ยอย่างมาก ในใจยังชัดเจนดี เจ้าหมอนี่ สำหรับการพนันเพชรพลอยครั้งนี้ ไม่มีฝีมือสักครึ่งเดียว
มากที่สุดก็แค่ระดับต่ำ อยากมาท้าทายกับลูกหลานที่ครอบครองการสืบทอดสายตรง สรุปเป็นใครไม่รู้จักเจียมตัวกันแน่?
หลีชิงเยียนกอดหน้าอกไว้ มุมปากของเธอฉีกยิ้มเยาะนิดๆ ขึ้นฉับพลัน นั่นคือปฏิกิริยาที่เธอโกรธอย่างหนักถึงจะแสดงออกมา
เธออยากดูหน่อยว่าเฉินเป่ยเอาความมั่นใจมาจากที่ไหน? ถึงตอนนั้นปล่อยไก่แล้ว เฉินเป่ยจะกู้สถานการณ์อย่างไร
หลีชิงเยียนตัดสินใจเรียบร้อย จะไม่ช่วยเจ้าหมอนี่แก้ปัญหาอีกแล้ว หรือยิ้มเข้าสู้เพื่อขอโทษคนอื่นอีกแล้ว เจ้าหมอนี่ทำเรื่องดีของตนเองพัง รอหลังกลับไป ตนเองจะต้องบอกกับหลีหยาง ไม่ให้ไปมาหาสู่ใดๆ กับเจ้าหมอนี่อีกแล้ว
แผนการที่หลีชิงเยียนตั้งใจเตรียมการถูกเฉินเป่ยพังลงทันใด นี่จะให้เธอไม่โกรธไปได้อย่างไรกัน?
และในเวลานี้ ปลายมีดของเครื่องตัดหมุนวนของรวดเร็วค่อยๆ ตัดหินออก สายตาแต่ละคนจ้องหินไว้แน่น รอยมีดลงลึกไม่หยุด ร่องของหินนับวันยิ่งใหญ่ ไม่นานผลลัพธ์ก็จะเปิดเผยแล้วว่าแพ้หรือชนะ
ส่วนอวี้ย้งเซวียนร้องให้หยุดกะทันหัน เขามองทางเฉินเป่ย มุมปากอมรอยยิ้มนิดๆ พูดอย่างมีความเจ้าเล่ห์ “ฉันให้โอกาสครั้งสุดท้ายกับนาย ขอโทษฉันแบบดีๆ ถ้ามีท่าทีจริงใจ ฉันจะคิดเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นก็ได้”
เฉินเป่ยที่ไม่รู้ว่าเอาบุหรี่มาตอนไหน คาบไว้ในปาก หรี่ดวงตามองอวี้ย้งเซวียน ยักคิ้ว “นายมีความมั่นใจขนาดนี้เลย?”
อวี้ย้งเซวียนหัวเราะเยาะ ชี้ที่หินถูกตัดก้อนนั้น ในรอยตัดมีแสงไฟสะท้อนสีเขียงมรกตออกมาแบบเลือนราง บอกว่า “ผลสรุปตัดสินจากมีดแรกที่ลงไปแล้ว”
เฉินเป่ยมองอวี้ย้งเซวียนด้วยสีหน้าสงบเกินไป แม้กระทั่งจากบนใบหน้าของเขา เดิมทีมองสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่ออก
ด้านข้างต่างเห็นว่าผลแพ้ชนะตัดสินแล้ว แขกผู้มีเกียรติจึงถกเถียงกันเสียงต่ำขึ้นมา
ตระกูลการพนันเพชรพลอยไม่เสียแรงเป็นตระกูลการพนันเพชรพลอย......อวี้ย้งเซวียนในฐานะลูกหลาน ฝีมือของการพนันเพชรพลอยสูงสุดยอด
“เฉินเป่ย คู่ควรมาเปรียบเทียบกับอวี้ย้งเซวียนเหรอ? เกรงว่ามากสุดก็คู่ควรแค่ขัดรองเท้าล่ะมั้ง?”
แขกผู้มีเกียรติท่านหนึ่งเอ่ยปากอย่างไม่เกรงกลัว พูดความคิดในใจที่จริงแท้สุดของแขกผู้มีเกียรติหลายคนออกมา
ส่วนใบหน้าสวยเพริศพริ้งของหลีชิงเยียนดูแย่ขึ้นมาฉับพลัน ดวงตาจ้องหินที่อยู่ด้านข้าง หลังจากเธอมองเห็นสีเขียวที่เป็นระลอกในร่องมีดแบบรางๆ ใบหน้าขาวซีดขึ้นทันที
จากนั้นสายตาที่เธอมองทางเฉินเป่ยเปลี่ยนไปเป็นโกรธเคือง คือเฉินเป่ย เป็นเพราะเฉินเป่ยพูดเองเออเอง ตอนนี้แพ้แล้วจริงๆ
“ไม่มีความสามารถนายยังจะมาอวดฝีมืออะไรกัน” หลีชิงเยียนใส่รองเท้าส้นสูงเดินตึกๆๆ อย่างรีบร้อนไปด้านข้างเฉินเป่ย พูดอย่างเย็นชา
ส่วนเฉินเป่ยกวาดสายตามองหลีชิงเยียนแวบหนึ่ง ในน้ำเสียงเพิ่มความน่าเชื่อถือขึ้นมาอีก “ยังไม่ถึงท้ายสุด คุณเข้ามาทำอะไร? กลับไป!”
“ยังไม่ถึงท้ายสุด? ดูแล้วนายไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ? ดี งั้นฉันจะทำให้นายสมหวัง!” อวี้ย้งเซวียนหัวเราะฮาๆ เสียงหัวเราะยิ่งเย้ยหยันสุดๆ เต็มไปด้วยความหมายเยาะเย้ย
และในเวลานี้ ทันใดนั้นมีเสียงตื่นตกใจดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศที่ร้อนรนในเวลานี้
“เป็นไปได้ยังไง!”
ทุกคนมองไปตามเสียง เห็นเพียงผู้เชี่ยวชาญการตัดสีหน้าตื่นตะลึงเต็มไปหมด มองหินก้อนนี้อย่างอึ้งทึ่ง ไม่ตอบสนองเข้ามา
“มีอะไรแล้วเหรอ?” อวี้ย้งเซวียนสีหน้านิ่งเฉย แต่ตอนที่สายตาของเขาตกอยู่บนตัวหินก้อนนั้น เขาก็งุนงงเช่นกัน
สีหน้านิ่งเฉยของอวี้ย้งเซวียนแข็งทื่อทันใด อากาศราวกับโดนน้ำแข็งปกคลุมในชั่วพริบตาเดียว เวลาก็เหมือนจะหยุดเดินด้วย
แขกผู้มีเกียรติแต่ละท่านมองไปตามเสียง และตอนที่มองเห็นหินก้อนนั้น ในใจของพวกเขาต่างเต้นตึกตักอย่างแรง
หินก้อนนี้ที่ก่อนหน้าแพร่สีเขียวมรกตออกมา หลังมีดแรกตัดลงไปเสร็จ รอบมีดที่เผยออกมาครั้งแรก......คาดไม่ถึงว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น
ส่วนสีเขียวก่อนหน้าที่ทุกคนมองเห็นกัน ไม่ใช่แค่หินที่ใกล้จะเป็นหยกเองหรอกเหรอ.......แม้แต่หยกคุณภาพต่ำสุดยังไม่นับ
มีดแรกที่ให้ผู้คนมองเห็น กลับเป็นเพียงหินธรรมดาก้อนหนึ่ง......เป็นหยกจักรพรรดิแบบที่อวี้ย้งเซวียนพูดอะไรกัน......นั่นเป็นราชาของหยก ยิ่งเป็นหยกชั้นเยี่ยม ระดับที่ล้ำค่าและมีน้อยจนยากจะจินตนาการได้
ส่วนหยกจักรพรรดิที่อวี้ย้งเซวียนพูดถึงนั้น ช่างต่างกับหินธรรมดาก้อนนี้มากเหลือเกิน เดิมทีไม่ใช่ระดับเดียวกัน