ตอนที่ 298
บทที่298 เพื่อนเก่าหวนกลับมาพบกันใหม่!
October 28, 2026
บทที่298 เพื่อนเก่าหวนกลับมาพบกันใหม่!
ทุกคนมองทางผู้เชี่ยวชาญการตัด ผู้เชี่ยวชาญการตัดนั่งก้นกระแทกพื้นลงไป มองหินก้อนนั้นอยู่ ดวงตาทั้งคู่เบิกโต ก่อนหน้านี้เขายังตื่นเต้นตื่นตกใจ เวลานี้บนหน้าเหลือเพียงท่าทางตื่นตระหนกและคาดคิดไม่ถึง
อวี้ย้งเซวียนรีบขยับเข้ามาใกล้ทันที หลังลงมีดแรกแล้ว มีดที่สองก็ตัดเร็วมาก หลังอวี้ย้งเซวียนมองเห็นมีดที่สองตัดลง สีหน้าซีดขาวราวกระดาษโดยฉับพลัน
“นี่เป็นไปไม่ได้......นี่เป็นไปไม่ได้......” แขกผู้มีเกียรติมากมายมองอวี้ย้งเซวียนพึมพำ ค่อยๆ มองไปด้วยท่าทีที่สงสัย
และตอนที่แขกผู้มีเกียรติในเหตุการณ์มองเห็นหิน ร้องตกใจฮือฮาขึ้นอย่างกับเห็นผี
พวกเขามองเห็นอะไรกันแล้ว?
บนก้อนหินมีเส้นสีเขียวเป็นเค้าโครงลักษณะของหัวปีศาจออกมาแบบเลือนราง ดวงตาคู่นั้นอาฆาตแค้นหนาวเย็น เพียงแค่เค้าโครงที่เรียบง่ายแม้กระทั่งบิดเบี้ยวกลับแฝงด้วยเสน่ห์น่าเคลิบเคลิ้มอย่างน่าประหลาด ตอนพวกเขามองเห็นด้านในหินมีหัวปีศาจสะท้อนออกมา หนาวเย็นไปทั้งตัว ราวกับหลังได้รับการโจมตีจิตใจก็ตกฮวบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืออวี้ย้งเซวียน วินาทีนั้นเขาเกือบเป็นลมหมดสติไป
ถ้าสีเขียวพวกนั้นเป็นหยกก็คงดี แต่เส้นสีเขียวพวกนั้นกับแสงสีเขียวพวกนั้นเมื่อสักครู่กลับไม่มีข้อแตกต่าง ล้วนเป็นหินที่ใกล้จะกลายเป็นหยก แต่เทียบกับหยกที่คุณภาพต่ำสุดแล้วยังมีระยะห่างที่ไกลมากอยู่ช่วงหนึ่งเลย
มูลค่าของมันไม่มีอะไรแตกต่างกับหินทั่วไป
“ไปเถอะ” ตอนที่หลีชิงเยียนอยากไปดูให้มั่นใจ ทันใดนั้นเฉินเป่ยก็พูดขึ้นคำหนึ่ง ดึงหลีชิงเยียนออกไปอย่างไม่ยอมให้อธิบายเลย ให้ซูเหลยตามอยู่ด้านหลัง นำหินสองก้อนออกไปด้วย
ทั้งห้องพนันไม่มีสักคนที่สังเกตถึงการหายตัวไปของเฉินเป่ยและหลีชิงเยียน ความสนใจทั้งหมดล้วนถูกหินที่โดนตัดออกก้อนนี้ดึงดูดไปหมดแล้ว หินนี้ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน นี่เดิมทีไม่อาจเป็นสิ่งที่คนทำขึ้นในภายหลัง เป็นของที่มีมาแต่กำเนิดอย่างแน่นอน
“ของพิลึกประหลาด นี่ก็เป็นของพิลึกประหลาดในตำนาน” ผู้เชี่ยวชาญการตัดคนนั้นพึมพำ ตอนที่ดวงตาทั้งคู่มองทางหินก้อนนี้ สายตาเผยความเคารพและหวาดกลัว
“นี่คือคำสาปแช่งในตำนาน นี่ไม่ใช่การพนันเพชรพลอยอะไร นี่คือหินปีศาจ” ทันใดนั้นอวี้ย้งเซวียนสีหน้าซีดขาวเอ่ยปากขึ้น น้ำเสียงเผยความอ่อนล้าและหมดหวัง
“หมายความว่าอะไร?” มีแขกผู้มีเกียรติไม่เข้าใจ ถามขึ้น
“ในของล้ำค่ามีของใช้ผู้ตายที่ขโมยมาจากสุสาน ตำนานเล่าว่าหากสัมผัสจะต้องตาย เต็มไปด้วยพลังชั่วร้าย เหมือนหินปีศาจ........หินแบบนี้มีตัวตนเพียงแต่ในตำนาน นึกไม่ถึงมีสักวันจะสามารถเห็นมันกับตาตัวเอง.......” อวี้ย้งเซวียนหัวเราะอย่างเศร้าใจ
ทันใดนั้นไม่รู้ใครเอ่ยปากพูดประโยคหนึ่ง “สองคนนั้นไม่อยู่แล้ว”
อวี้ย้งเซวียนหันหน้า ที่แท้เฉินเป่ยกับหลีชิงเยียนนำหินสองก้อนนั้นหายตัวไปทันที
“นี่คือการพนัน พวกเขาอยากเอาไปก็ให้พวกเขาเอาไปเถอะ” อวี้ย้งเซวียนถอนหายใจทีหนึ่ง ทันใดนั้นเขาสั่นไปทั้งตัว เหมือนระลึกอะไรได้ สีหน้าเปลี่ยนไปมาก
ก่อนที่เฉินเป่ยออกไป คงรู้ว่าหินก้อนนี้เป็นหินปีศาจอย่างแน่......ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบร้อนออกไป......นี่หมายความว่าเขาจงใจยั่วยุให้อวี้ย้งเซวียนตัดลงอีกเป็นมีดที่สอง
“หาที่ตาย!” สีหน้าอวี้ย้งเซวียนดูแย่ดุร้ายขึ้นมา เขากุมหมัดทั้งคู่ ลุกยืนขึ้นมาทันใด
ลูกน้องสองคนพุ่งเข้ามาจากด้านนอก ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยความเคารพ
“กล้ามาล้อเล่นกับฉันอวี้ย้งเซวียน ไปตามหาพวกเขาสองคนกลับมา ฉันต้องให้พวกเขาตายทั้งเป็น!” อวี้ย้งเซวียนเอ่ยปากเสียงเนิบช้า ชัดถ้อยชัดคำ ล้วนเต็มไปด้วยความหนาวเย็น แรงอาฆาตที่ไร้จิตใจ
เขาไม่ได้กำลังล้อเล่น วินาทีนั้น ทั้งตัวเขามีกลิ่นอายของอันตรายเต็มเปี่ยม เหมือนพลิกทีเดียวก็เปลี่ยนร่าง กลายเป็นสัตว์ป่าดุร้ายที่สุดแห่งยุค
เขาในยามปกติสุภาพเรียบร้อย แต่เวลานี้ในที่สุดเขาก็โกรธแล้ว ตระกูลการพนันเพชรพลอย ไม่มีผู้คุ้มครองเพื่อปกป้องลูกหลานให้เติบโตอย่างแข็งแรงได้เหรอ?
พริบตาเดียวลูกน้องสองคนก็พุ่งออกไปราวกับลูกธนูที่ยิงออกไป อวี้ย้งเซวียนตามร่องรอยของลูกน้องสองคนอยู่ จากนั้นก้าวเท้าออกมา
เพียงแค่เขาในเวลานี้อึมครึมมาก เดิมทีทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้
เฉินเป่ยลากหลีชิงเยียนเดินก้าวใหญ่ๆ ความรวดเร็วของเฉินเป่ยไวเหลือเกิน อีกต่อไปเกือบจะวิ่งขึ้นมาแล้ว
“ทำไมนายเดินเร็วขนาดนี้กัน?” หลีชิงเยียนขมวดคิ้วถามขึ้น
ส่วนเฉินเป่ยไม่ได้อธิบาย แต่เร่งฝีเท้ารีบพาหลีชิงเยียนไป
ซูเหลยตามหลังทั้งสองคน ไม่รู้ว่าหล่อนเอากระสอบมาจากที่ไหนกัน นำหินทั้งสองก้อนใส่ไปข้างในกระสอบแล้ว รีบเดินตามด้านหลังของเฉินเป่ยและหลีชิงเยียน
สำหรับคนทั่วไปแล้วหินสองก้อนนี้หนักมาก แต่ซูเหลยที่ผ่านการฝึกฝนที่เหี้ยมโหดมา ระดับพวกนี้ สำหรับหล่อนนั้น ยังไม่ถือว่าเท่าไร
หลังหลีชิงเยียนวิ่งตามเฉินเป่ยมาได้หลายสิบเมตร หลีชิงเยียนก็โซเซฉับพลัน เสียงร้องตกใจ “โอ๊ย” ออกมา เกือบจะหกล้มลง
โชคดีมีเฉินเป่ยพยุงรับ ดึงแขนของหลีชิงเยียนไว้ ถึงไม่ทำให้เธอล้มลง
“เป็นอะไรไปแล้ว?” เฉินเป่ยถามขึ้น
“เท้าพลิก นายวิ่งเร็วขนาดนี้ทำไม ทำเหมือนข้างหลังมีคนกำลังตามฆ่าพวกเราอยู่” หลีชิงเยียนลูบเท้าที่งดงามอยู่ พูดตำหนิเสียงน่าดึงดูด