ตอนที่ 300
บทที่300 เทพเจ้าแห่งสงครามของเยี่ยนจิงในอดีต!
October 28, 2026
บทที่300 เทพเจ้าแห่งสงครามของเยี่ยนจิงในอดีต!
อากาศสงบยิ่งขึ้น บางเบา ยังสามารถสังเกตได้ถึงความเคร่งขรึมนิดๆ
ที่ว่างเงียบกริบ บรรยากาศอัดอั้นตันใจอย่างน่าประหลาดใจ จางเป่าเฉิงที่อยู่ด้านข้างสีหน้าเปลี่ยนนิดหน่อย พูดกับหลีชิงเยียนเสียงต่ำ “ผมไม่เคยเจอเขาท่าทางอย่างนี้มาก่อนเลย รู้สึก......น่ากลัวมาก”
หลีชิงเยียนขมวดคิ้วขึ้น เธอกดความกลัวในใจลง ก้าวเท้าออกมา เอ่ยปากบอก “เขาเป็นลูกน้องของฉัน หากเขามีอะไรตรงไหนที่ทำไม่ถูก เป็นฉันอบรมไม่ดี.......”
หลีชิงเยียนยังไม่ทันพูดจบ ทันใดนั้นเสียงที่ดุเดือดหนาวเย็นเสียงหนึ่งดังขึ้น “หุบปาก!”
ในใจของหลีชิงเยียนสั่นโดยจิตใต้สำนึก ดวงตาตื่นตระหนก เธอโดนนายพลขัดจังหวะแล้ว
เธอยังอยากช่วยเฉินเป่ยอธิบายอะไรบ้าง เพราะใครก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น หลีชิงเยียนเป็นห่วงเฉินเป่ย......โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายพลท่านนี้เป็นนายพลระดับสูงที่มาจากกระทรวงการป้องกันสงครามของเยี่ยนจิง ไม่ใช่นายทหารธรรมดา
ส่วนจางเป่าเฉิงดึงแขนของหลีชิงเยียนไว้ ส่ายๆ หน้าให้เธอ ให้เธอไม่ต้องพูดอะไร
ดวงตาหลีชิงเยียนสาดส่องไปทางเฉินเป่ย เธอทั้งโกรธทั้งกังวล
ส่วนเฉินเป่ยยืนอยู่ที่นั่น เหมือนไม่ได้รู้สึกถึงความกังวลและการบีบคั้นของนายพลสักนิดเดียว
“ฉันถามนายอยู่นะ” นายพลเห็นเฉินเป่ยไม่สนใจตนเอง ความหนาวเย็นในแววตายิ่งล้ำลึกขึ้น
เฉินเป่ยชายตามองเขาแวบหนึ่ง ทันใดนั้นถามกลับ “นี่ ฉันว่า......ฉันติดเงินนายรึไง?” เฉินเป่ยพ่นควันบุหรี่ออกมา ถามอย่างเรียบเฉย
นายพลส่ายหน้าแล้ว
เฉินเป่ยถามต่อไปอีก “งั้นฉันมีความแค้นอะไรกับนายรึไง?”
นายพลตะลึงนิดหน่อย ส่ายหน้าอีกครั้ง
“งั้นนายแม่งจ้องฉันอยู่ กัดฉันไม่ปล่อย นายแม่งจะเอายังไง? เชี้ย!” เฉินเป่ยหมดความอดทน ด่ากราดใส่นายพลยกใหญ่
ซู่!
ทั้งหมดในเหตุการณ์ หลีชิงเยียน จางเป่าเฉิง......แม้แต่ซูเหลย ล้วนงงไปหมด
เฉินเป่ย นี่เป็นบ้าไปแล้วเหรอ? เขารู้หรือเปล่าว่าที่เขาด่าเป็นใครกัน..........นี่คือนายพลระดับสูงของกระทรวงการป้องกันสงครามของเยี่ยนจิง.......เป็นบุคคลใหญ่สุดของเมืองหลวง ที่เยี่ยนจิง มีใครที่กล้า......เสียมารยาทเช่นนี้ต่อเขา? นี่เป็นพวกอยู่ดีไม่ว่าดีอยากหาที่ตายชัดๆ
“หยุดพูด ท่านนี้คือพลเอกหลี่ของกระทรวงการป้องกันสงครามของเยี่ยนจิง ห้ามเสียมารยาท!” ในที่สุดหลีชิงเยียนอัดอั้นตันใจจนไม่ไหว พูดเตือนสติด้วยเสียงร้อนรน
เฉินเป่ยสังเกตดูพลเอกหลี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตนเองแวบหนึ่ง จากนั้นทำหน้าไม่เชื่อ ผ่านไปสักพักหนึ่ง ถึงหัวเราะแบบอึดอัดพูดว่า “อ่อ เป็นพลเอกหลี่หรอกเหรอ...ถึงว่าพอเจอหน้าก็รู้สึกถึงกลิ่นอายชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่บนตัวของพลเอกหลี่......”
จางเป่าเฉิงและหลีชิงเยียนที่อยู่ด้านข้างต่างใกล้แข็งเป็นหินแล้ว......มุมปากของหลีชิงเยียนเป็นตะคริวอย่างแรง......กลิ่นอายชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่.......สรุปเขากำลังชม หรือกำลังด่าคนกันแน่?
ส่วนพลเอกหลี่ที่เงียบนิ่งไม่พูดจา สายตาเผยความลุ่มลึกที่ไร้ขีดจำกัดและความสงสัยที่น่าประหลาด........ผู้ชายตรงหน้าคนนี้ บุคลิกกลับเหมือนเขาในเวลานั้น...เพียงแค่ตอนนั้น ตนเองยังเป็นนายทหารทั่วไปที่ไม่มีชื่อเสียงอะไรนายหนึ่ง ส่วนเขาเป็นถึงเทพเจ้าแห่งสงครามที่ไร้ศัตรูไปตั้งนานแล้ว......ต่อให้ตะลุยไปทั้งเยี่ยนจิง ก็ไม่มีใครจัดการได้
เพียงแต่เขาในตอนนั้น กับพวกต่ำต้อยตรงหน้าคนนี้.......ช่างต่างกันเหลือเกิน บุคคลลำดับหนึ่งของเยี่ยนจิง ซึ่งน่ายกย่องในโลกปัจจุบันนี้...ส่วนคนต่ำต้อยที่อยู่ด้านหน้าคนนี้ ไม่ใช่แค่ผู้ชายแต่งเข้าบ้านผู้หญิงกระจอกคนหนึ่งเองเหรอ ผู้ชายแต่งเข้าบ้านที่เกาะผู้หญิงกินเท่านั้น
สองคนที่บุคลิกคล้ายกันนี้ กลับมีสถานะที่แตกต่างราวฟ้ากับเหว คนหนึ่ง อยู่สูงเหนือมวลชนยิ่งใหญ่เกรียงไกร...อีกคนหนึ่ง ไม่ต่างอะไรกับสวะในสายตาของพลเอกหลี่
“ที่แบกทุ่มลงท่านั้นเมื่อกี้นี้ สรุปใครเป็นคนสอนนาย เขาอยู่ที่ไหน?” พลเอกหลี่ค่อยๆ เอ่ยปาก น้ำเสียงเผยความล้ำลึก สายตานั้นราวกับสามารถมองทะลุเฉินเป่ยได้
“ไม่รู้สิ ใช้ออกมาจากจิตใต้สำนึก” เฉินเป่ยทำหน้างงงวย
“จิตใต้สำนึก?” ดวงตาพลเอกหลี่หดตัว น้ำเสียงเพิ่มความจริงจังขึ้นฉับพลัน เอ่ยปากด้วยเสียงดุ “อย่า...หลอกฉัน”
“ฉันจะหลอกนายทำไมกัน?” เฉินเป่ยทำหน้านิ่งเฉย เบ้ๆ ปาก
พลเอกหลี่จ้องมองเฉินเป่ยตั้งนาน เอ่ยปากทันใด “นี่เป็นความลับของกระทรวงการป้องกันสงครามของพวกฉัน นายใช้ออกมาจากจิตใต้สำนึก...คำพูดนี้ นายเชื่อ?”
พลเอกหลี่พูดแบบนี้ออกมา ชั่วขณะนั้นทำให้ซูเหลยและหลีชิงเยียนสีหน้าเปลี่ยน ร่างกายอ่อนช้อยของหลีชิงเยียนสั่นอย่างแรง สายตาที่มองทางเฉินเป่ยอย่างซับซ้อนฉับพลัน มหัศจรรย์ใจขึ้นมา
ส่วนซูเหลยมองทางเฉินเป่ย ในแววตาประกายแสงที่แปลกประหลาด ไม่รู้กำลังคิดอะไรบ้าง
“ความลับของกระทรวงการป้องกันสงครามของเยี่ยนจิง?” หลีชิงเยียนพูดกับตนเองวนไปมา มองทางเฉินเป่ย เธอดูเข้าใจอะไรแล้ว
พลเอกหลี่จ้องมองเฉินเป่ยอยู่ นี่ไม่เพียงเป็นความลับของกระทรวงการป้องกันสงครามของเยี่ยนจิง........การแบกขึ้นแล้วทุ่มลงที่อานุภาพสยองขวัญท่านี้ เป็นท่าทางที่ผ่านการปรับปรุงใหม่มาจากทีมรบพิเศษของกระทรวงการป้องกันสงครามของเยี่ยนจิง
มวยจูนถี่ของทีมรบพิเศษ เป็นมวยจูนถี่ที่เหนือกว่าของกระทรวงการป้องกันสงครามของเยี่ยนจิง.......ลือกันว่ามวยจูนถี่ของทีมรบพิเศษ ผ่านการปรับปรุงใหม่มาจากเทพเจ้าแห่งสงครามที่ไร้ศัตรูท่านนั้น แต่ละท่าทางอานุภาพน่าสยองขวัญ
นี่คือความลับของทีมรบพิเศษ มีเพียงสมาชิกของทีมรบพิเศษถึงครอบครองมวยจูนถี่ที่ผ่านการปรับปรุงชุดนี้มา