ตอนที่ 402
บทที่402 สถานะเปิดเผยออกมา
October 28, 2026
บทที่402 สถานะเปิดเผยออกมา
รถยนต์ซึ่งไม่ใหญ่นัก ห้องโดยสารภายในรถคับแคบ เวลานี้อารมณ์ลุ่มหลงกำลังกระเพื่อมอยู่......
เฉินเป่ยนั่งอยู่ที่นั่งคนขับ ส่วนหลีชิงเยียนถึงแม้จะนั่งอยู่แถวหลังในรถ แต่กลับไม่กระทบกับหลีชิงเยียนที่ยื่นมือเรียวงามออกมาสักนิดเดียว และเฉินเป่ยกำลังดูดเลือดสดที่ไหลออกมาให้หลีชิงเยียน
ถึงแม้เลือดสดของหลีชิงเยียนจะตลบอบอวลด้วยกลิ่นคาวเลือด ทั่วทั้งในปากของเฉินเป่ย ทว่ากลับทำให้สายตาในดวงตาของเฉินเป่ยยิ่งลึกซึ้งขึ้น ในแววตานั้นแฝงด้วยไปด้วยความอ่อนโยน ทำให้หลีชิงเยียนที่ถึงแม้ในใจจะเย็นชา ภายในใจก็ยังสั่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ซูเหลยที่นั่งอยู่ด้านข้างหลีชิงเยียนมองฉากนี้ของทั้งสองคน ยักคิ้วขึ้น หล่อนแปลกใจอยู่บ้าง นึกไม่ถึงเท่าไรว่าระหว่างหลีชิงเยียนและเฉินเป่ยจะพัฒนาไปเร็วขนาดนั้น
“จ๊วบ......”
ในห้องโดยสารรถที่เล็กแคบ เพียงแค่กลิ่นหอมอ่อนๆ นั้นยังไม่พอ...เพื่อที่เฉินเป่ยจะได้ห้ามเลือดที่นิ้วของหลีชิงเยียนให้ดียิ่งขึ้น แม้กระทั่งยังส่งเสียงประหลาดที่ทำให้คนหน้าแดงใจเต้นรัวออกมาอีกด้วย
ประธานนางฟ้าที่ปกติท่วงท่าเย็นชาหยิ่งยโส เวลานี้ภายในใจกระสับกระส่ายไม่สงบ เธอในตอนนี้ คาดไม่ถึงว่าพูดไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว ได้แต่ก้มหน้าไว้ ใบหน้าแดงไปหมด แม้แต่ร่างกายยังสั่นเทาแบบควบคุมไม่อยู่ ในใจของเธอตื่นเต้นแบบหาที่เปรียบไม่ได้
ผ่านไปสักพักหนึ่ง หลีชิงเยียนถึงตอบสนองกลับมา สูดหายใจลึกๆ ทีหนึ่ง เงยหน้ามองทางเฉินเป่ย ถึงแม้ใบหน้างดงามจะลดสีแดงระเรื่อไปบ้าง แต่ก็ยังเขินอายสุดๆ
ประธานนางฟ้าพยายามทำท่าทางที่สีหน้าหนาวเหน็บออกมา ดวงตางดงามถลึงใส่เฉินเป่ยทีหนึ่ง ตะโกนเสียงฉอเลาะ “เสร็จรึยัง!”
“ยังไม่เสร็จ” เฉินเป่ยตอบกลับอย่างคลุมเครือ
หลีชิงเยียนเบิกดวงตาโต พยายามอยากจะดึงนิ้วมือของตนเองกลับ แต่มือนุ่มของเธอกลับถูกเฉินเป่ยกุมไว้แน่น ราวกับโดนคีบหนีบ ทำให้เดิมทีเธอขยับไม่ไป
หลีชิงเยียนพูดอย่างโมโห “ยังไม่ปล่อยอีก นายรู้มั้ยว่าตัวเองกำลังทำอะไร?”
“รู้สิ” จากนั้นเฉินเป่ยถึงคลายออกอย่างอาลัยอาวรณ์ ปล่อยให้หลีชิงเยียนดึงนิ้วออกมาได้ ส่วนเฉินเป่ยยิ้มนิดหน่อย พูดอธิบาย “น้ำลายมีคุณสมบัติห้ามเลือดทำให้หายไวขึ้น ดังนั้นพวกสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บพวกนั้นถึงเลียบาดแผลของตัวเอง...ประธานหลี นี่ผมไม่ใช่กลัวว่าคุณจะเป็นบาดทะยักเหรอ ถึงได้ฆ่าเชื้อเพิ่มให้หน่อย”
รอยยิ้มน้ำเสียงของเฉินเป่ยเต็มไปด้วยการเอาใจ ราวกับเป็นหมาชอบเลียตัวหนึ่ง ส่วนหลีชิงเยียนถลึงตาใส่ด้วยความรังเกียจและเย็นชา...เฉินเป่ยพูดดูน่าฟัง แต่เดิมหลีชิงเยียนยากจะลืม นิ้วของเฉินเป่ยหมุนวนบนนิ้วนั้นอยู่ไม่ขาดสาย...ทำให้เธอยากที่จะรับได้
หลังหลีชิงเยียนดึงทิชชูออกมา พลันเช็ดนิ้วที่แพรวพราวโดยละเอียดไป สอบถามอย่างเยาะเย้ย “รสชาติเป็นยังไงบ้าง?”
เฉินเป่ยพยักหน้าแล้ว “เลือดของประธานหลีหอมหวานไปหมด”
หลีชิงเยียนทำเสียงฮึดฮัด พูดเสียงต่ำ “หมาจอมเลีย รีบขับรถไปเลย”
เฉินเป่ยหัวเราะเล็กน้อย ส่วนซูเหลยที่อยู่ด้านข้าง อดเหลือบสายตามองไปตรงที่มีดหลงหยาตกลงไม่ได้...ทันใดนั้น ดวงตาของหล่อนแข็งตัว เมื่อสักครู่หลังมีดหลงหยาตกลงไปที่ตรงนั้น เวลานี้คาดไม่ถึงว่าอันตรธานหายไปแล้ว
ซูเหลยเงยหน้า สายตามองทางเฉินเป่ยที่นั่งอยู่ที่นั่งคนขับ ในสายตาเพิ่มความล้ำลึกและการครุ่นคิดเข้ามา
เพราะตั้งแต่เริ่มจนจบ หล่อนไม่เห็นเฉินเป่ยลงมือเก็บมีดหลงหยาขึ้นมาเลย
ความเร็วของเฉินเป่ยไวเหลือเกิน ตอนที่หลีชิงเยียนจับไม่ได้ หลังร่วงลงไป เฉินเป่ยก็เก็บกลับไปอย่างตาไวมือไว ไม่ให้โอกาสหลีชิงเยียนและซูเหลยได้เห็นเป็นครั้งที่สอง
ความลับเบื้องหลังของมีดหลงหยานี้ยิ่งใหญ่เหลือเกิน เฉินเป่ยย่อมไม่หวังว่าความลับนี้จะเปิดเผยออกมาเป็นธรรมดา
รถยนต์สีดำแล่นอยู่กลางถนนในเมืองอย่างราบเรียบ ความวุ่นวายเมื่อสักครู่นี้เสมือนเพลงสลับฉากช่วงหนึ่ง ไม่นานหลีชิงเยียนและเฉินเป่ยดูเหมือนลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แต่ทว่าเดิมทีเฉินเป่ยนึกไม่ถึงว่าเพราะมีดหลงหยาเล่มนี้...หลังจากนั้นจะก่อพายุลูกใหญ่ขึ้นมามากแค่ไหนกัน......
.........
งานพนันเพชรพลอย ในห้องทำงานแห่งหนึ่ง
เถาเหลียงยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานแบบสั่นเทาไม่หยุด สีหน้าซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง ขาทั้งสองสั่นเทา ในใจสั่นสะเทือนหวาดผวาถึงที่สุด
บนเก้าอี้ผู้บริหารตัวนั้นด้านหลังโต๊ะทำงาน จิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารมาโดยตลอด หันหลังพนักพิงเก้าอี้ให้เถาเหลียงอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ บรรยากาศเงียบกริบ เวลาราวกับแข็งตัวอยู่ที่นี่ อย่างกับตอนที่ก่อนเถาเหลียงเดินออกจากห้องทำงาน เหมือนกันอย่างกับแกะ ราวกับจิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารนี้ ไม่ขยับขยับเขยื้อนสักนิด ต่อเนื่องกันหลายชั่วโมง
“ว่ามา” ในเวลานี้ มีเสียงที่เย็นยะเยือกเสียงหนึ่งลอยออกมาจากด้านหลังพนักพิง อุณหภูมิในอากาศราวกับลดลงไปหลายระดับ
“เจ้านายครับ ผมหลงกลเข้าแล้วครับ ผมคิดไม่ถึงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแบบนี้เกิดขึ้นครับ!”
เถาเหลียงได้ยินเสียงที่หนาวเหน็บของจิง สั่นไปทั้งตัว ชั่วครู่หนึ่งคุกเข่าลงมาเสียง“ตึก” สั่นไม่หยุด เล่าต้นสายปลายเหตุทั้งหมดออกมาอย่างไม่ปิดบังสักนิด
“ผมนึกไม่ถึงว่าเฉินเป่ยคนนั้นจะไม่เข้าร่วมสุดยอดดาบสามเล่ม ไม่ว่าผมพยายามโน้มน้าวทุกวิถีทาง เขาไม่แม้กระทั่งเห็นสุดยอดดาบสามเล่มอยู่ในสายตาเลยครับ พาผู้หญิงคนนั้นเดินออกไปทันทีเลย” ผู้อำนวยการเถาพูดเสียงสั่นเครือ
หลังผู้อำนวยการเถาพูดจบ จิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารเงียบนิ่งอยู่ตั้งนาน จากนั้นค่อยๆ เอ่ยปาก เสียงหนึ่งลอยออกมา “น่าสนุก”
“ท่านจิงครับ ผมไม่มีหนทางเลยครับ” ผู้อำนวยการเถาคุกเข่าอยู่ที่พื้น จิงไม่ยังพูดอะไร เขาจึงไม่กล้าลุกขึ้นมา
จิง เป็นราชาของที่นี่ เขาจะกล้าอกตัญญูได้อย่างไรกัน