ตอนที่ 403
บทที่403 ทำไมถึงแต่งเข้าบ้านผู้หญิง
October 28, 2026
บทที่403 ทำไมถึงแต่งเข้าบ้านผู้หญิง
“ราชาหลง?” วัยรุ่นชายคนนั้นสีหน้าเปลี่ยนกะทันหันแล้ว เขากับเต๋อกุลา ตะลุยทั่วทั้งโลก มีน้อยคนมากที่สามารถทำให้พวกเขาสนใจได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสีหน้าที่เปลี่ยนแปลง
และราชาหลงสามคำนี้ ก็ทำได้แล้ว
ราชาหลง ของต้องห้ามในยุคปัจจุบันใช้มือข้างหนึ่งยังนับยังได้...พอชื่อเรียกของเขาขึ้นมา เหมือนกับยิ่งทำให้ที่ว่างกลางอากาศล้วนปรากฏแรงกดดันที่หนักอึ้งอยู่ ทำให้คนเหมือนจะหยุดหายใจ
“เขาปลดเกษียณแล้ว ทำไมถึงยังก่อความวุ่นวายอีก?” วัยรุ่นชายจับแหวนเพชรแซฟไฟร์ราคาหลายร้อยล้านวงหนึ่งที่อยู่ในมือเล่น พลางถามขึ้น
“เขาอยู่ที่หัวเซี่ย...เยี่ยนจิง!” เต๋อกุลาวางโทรศัพท์ลง ค่อยๆ พูดออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ตึง!”
มือของวัยรุ่นชายกระตุกอย่างฉับพลัน แหวนเพชรแซฟไฟร์ในมือตกลงบนพื้น
“เป็นไปได้ยังไงกัน!” วัยรุ่นชายส่งเสียงตกใจโดยจิตใต้สำนึก
เต๋อกุลานั่งอยู่บนโซฟา ค่อยๆ คลำซิการ์แท่งหนึ่งออกมาจากหน้าอก พลันใช้กรรไกรที่งดงามตัดซิการ์ ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความล้ำลึกและเคร่งขรึมอย่างยากจะจินตนาการ
“ดูแล้ว ที่ฉันมาหัวเซี่ยคือถูกแล้ว...นึกไม่ถึงว่าจะได้มาเจอเขาที่นี่” เต๋อกุลาบ่นพึมพำ
“มีรูปถ่ายรึเปล่าครับ?” วัยรุ่ยชายเอ่ยปาก สีหน้ามีความรู้สึกร้อนแรงแวบผ่าน ในใจของเขาเปลี่ยนไปจนไม่สามารถรอได้อีก เขาอยากเห็นสักหน่อว่าใบหน้าของเทพเจ้าแห่งสงครามที่ไร้ศัตรูในตำนานคนนั้น
“รูปถ่าย?” เต๋อกุลาหัวเราะเบาๆ ส่ายหน้าแล้ว “ไม่มีใครเลย ที่สามารถมีรูปถ่ายของเขาได้ ในสายเมื่อกี้ของฉันนั้น ได้แต่รีบส่งข่าวมา ในโซนพนันระดับต่ำของงานพนันเพชรพลอย มีคนหนึ่งมือถือมีดหลงหยาไว้ ปรากฏตัวที่งานพนันเพชรพลอย”
“มีดหลงหยา? นั่นเป็นชื่อเรียกอาวุธของราชาหลง!” วัยรุ่นชายสีหน้าเปลี่ยนยกใหญ่ พลันพูดขึ้น
“ถ้าราชาหลงปรากฏตัวขึ้นที่นี่จริง ก็พิสูจน์ได้ชัดว่าข้อวินิจฉัยของฉันไม่ได้ผิด... ในหลายปีก่อนมีความเป็นไปได้มากว่าราชาหลงพึ่งโอกาสครั้งหนึ่งของงานพนันเพชรพลอย ผุดขึ้นอย่างฉับพลัน......” เต๋อกุลาเอ่ยปากนิ่งๆ
“ผู้ที่เคยเจอราชาหลงได้...น่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลต่างประเทศ!” วัยรุ่นชายยักคิ้วเล็กน้อย
เต๋อกุลาหัวเราะนิ่งๆ ยกแก้วชาที่วางไว้บนโต๊ะกระจกขึ้น มองทางวัยรุ่นชาย พลางถามว่า “แกคิดว่ามีแค่พวกเราผู้มีอิทธิพลเดียวที่จ้องดูหัวเซี่ยอยู่เหรอ? ยังมีผู้มีอิทธิพลเก่าแก่มากมาย พวกเขาแอบจ้องมองหัวเซี่ยอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ เพียงแต่ว่าพวกเขาไม่ได้ลงมือมาโดยตลอดเท่านั้นเอง”
วัยรุ่นชายตกใจทันใด “ยังมีอิทธิพลอื่นอีกเหรอ? พวกเรามีเป้าหมายอย่างเดียวกันกับพวกเราเหรอ?”
“มีบ้างที่ใช่ มีบ้างที่ไม่แน่” เต๋อกุลาส่ายหน้าแล้ว กลับไม่ได้พูดอะไรต่ออีก ผู้มีอิทธิพลอื่นเหล่านั้น สรุปแล้วเป็นเพราะเป้าหมายใด ถึงได้จ้องมองเฉินเป่ยมาตั้งแต่ต้นจนจบ
“พ่อครับ เดิมทีพวกเราไม่มีทางยืนยันได้เหรอว่านั่นคือราชาหลงจริงหรือไม่” วัยรุ่นชายครุ่นคิดครู่หนึ่ง เงยหน้าพูดอย่างกะทันหัน
เต๋อกุลาพยักหน้า มุมปากฉีกรอยยิ้มที่แปลกประหลาดขึ้น ในยิ้มนั้นเพิ่มความโหดเหี้ยมทารุณขึ้น “ตั้งแต่แกมาที่หัวเซี่ย นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ดื่มด่ำรสชาติของเลือดสด”
“นานมากแล้วครับ ถึงจะพูดว่าไวน์แดงก็ดี แต่ยังไงก็สู้เลือดสดไม่ได้” วัยรุ่นชายเลียๆ ริมฝีปากที่แดงสดดุจเลือด ในแววตาเปล่งประกายแสงที่เร่าร้อน
“ยืนยันว่าเขาเป็นราชาหลงหรือไม่ ช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน ถ้าเขาไม่ใช่ราชาหลง แกก็ได้รับเลือดสดที่หวานหอมที่สุดตามปกติ” เต๋อกุลาเอ่ยปากพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ
วัยรุ่นชายตะลึง ในน้ำเสียงเพิ่มความหมายเป็นกังวลหลายระดับ “งั้นถ้าเขาเป็นราชาหลงจริงล่ะครับ งั้นความเสี่ยงไม่ใช่จะมากเกินไปเหรอ?”
“แกลืมพรสวรรค์ชนเผ่าเลือดของพวกเราแล้วเหรอ?” เต๋อกุลาหัวเราะนิ่งๆ “ตอนนั้นถึงราชาหลงจะแข็งแกร่งแค่ไหน ท้ายที่สุดตระกูลพวกเราก็ไม่เจอฆ่ายกครัวเหมือนตระกูลอื่น นั่นเป็นเพราะพรสวรรค์ของพวกเรา ทำให้พวกเราเกือบจะกลายเป็นร่างที่ไม่ตาย...ถึงแม้เขาจะเป็นราชาหลงจริง ก็ยากที่จะจัดการฉันให้ตาย”
“และรอให้พวกเราได้รับของต้องห้ามนั่นแล้ว ราชาหลงจะมีอะไรน่ากลัว?” ในแววตาเต๋อกุลาเปล่งประกายแสงเย็นชา ในแววตาลึกปรากฏความโหดร้ายหนาวเหน็บ
.........
รถยนต์ค่อยๆ ขับมาจอดที่หน้าประตูโรงแรมแล้ว เฉินเป่ยลงจากรถ ดึงเปิดประตูรถด้วยความเคารพ
ประตูรถเปิดออก รองเท้าส้นสูงที่งดงามข้างหนึ่งเหยียบลงบนพื้น ตามมาด้วยประธานนางฟ้าที่รูปร่างสมบูรณ์แบบอย่างไม่มีที่ตำหนิสักนิด ก้มตัวก้าวออกมาจากในรถ
“เจอกันมื้อเที่ยง” หลีชิงเยียนพูดมาประโยคหนึ่งเบาๆ จากนั้นเดินบนรองเท้าส้นสูงออกไปอย่างฉับไว
ส่วนซูเหลยเดินตามออกมาติดๆ หลังมองเฉินเป่ยด้วยสีหน้าซับซ้อนทีหนึ่ง รีบเร่งฝีเท้าขึ้น ตามหลีชิงเยียนขึ้นไปแล้ว
เฉินเป่ยจ้องซูเหลยและหลีชิงเยียนอยู่ คลำหาบุหรี่ม้วนหนึ่งออกมา พ่นควันบุหรี่ออกมาจ้องภาพด้านหลังของสองคนอยู่ ภายในสายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความล้ำลึก......
ตอนที่บุหรี่มวนนั้นของเฉินเป่ยใกล้จะสูบหมด รถยนต์คันหนึ่งคำรามมาจากระยะไกล ในที่สุดจอดลงด้านหลังรถของเฉินเป่ย ประตูรถเปิดออก ภาพเงาคนที่คุ้นเคยเดินลงมาจากบนรถ
เฉินเป่ยมองเห็นภาพเงาคนที่คุ้นเคยนั้น ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ยิ้มแบบอันธพาลพลางเอ่ยปากพูด “ฝีมือขับรถของหัวหน้าสมาคมจางไม่ไหวเลยนะ ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น”