ตอนที่ 404
บทที่404 นางฟ้าบิดพลิ้ว
October 28, 2026
บทที่404 นางฟ้าบิดพลิ้ว
ซูเหลยมองเฉินเป่ยที่นั่งอยู่ตรงหน้าตนเอง อดไม่ไหวสูดหายใจลึกๆ ทีหนึ่ง พยายามทำให้ตนเองสงบลงมา
ทุกอย่างนี้ช่างไม่สมจริงเสียเหลือเกิน ซูเหลยใจลอยอยู่บ้าง รู้สึกว่าความเป็นจริงช่างเพ้อฝันเหลือเกิน ใครจะไปคิดว่าราชาหลงที่ชื่อเสียงโด่งดังสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ไม่ต้องพูดถึงว่าเวลานี้นั่งอยู่ตรงหน้าตนเอง ตนเองยังรู้จักเขามานานขนาดนี้ ถึงได้รู้สถานะที่แท้จริงของเขา
บนหน้าซูเหลยร้อนแผดเผา พอหล่อนนึกถึงแรกเริ่มที่หล่อนบอกจะเปิดโปงเฉินเป่ยต่อหน้าหลีชิงเยียนแบบเต็มไปด้วยน้ำใสใจจริง ตอนนี้ดูแล้วน่าเยาะเย้ยมากเพียงใดกัน
หล่อนเสียดสีราชาหลงว่าเป็นพวกหลอกลวงอย่างคาดไม่ถึง พอซูเหลยนึกถึงสถานะของเฉินเป่ย จิตใจสั่นเทาอย่างบ้าคลั่ง ยากจะสงบลง
เฉินเป่ยนั่งอยู่บนโซฟา มองซูเหลยที่สีหน้าซับซ้อน ยิ้มนิดหน่อย พลางถามว่า “ครั้งนี้มาหาฉัน จะทำอะไร?”
ซูเหลยที่สีหน้าซับซ้อนมองทางเฉินเป่ย ผ่านไปอยู่นาน แววตาถึงเผยความแน่วแน่ไม่ลังเลออกมา ถามว่า “ทำไมนายถึงปรากฏตัวขึ้นที่หัวเซี่ย ทำไมถึงกลายมาเป็นผู้ชายแต่งเข้าบ้านผู้หญิง?”
เดิมทีตอนแรกซูเหลยไม่อยากเชื่อ ราชาหลงที่น่าเกรงขามโด่งดังที่ต่างประเทศ คาดไม่ถึงจะหลบซ่อนอยู่ข้างกายหลีชิงเยียนมานานขนาดนั้น และไม่สามารถทำให้ซูเหลยพบเข้าเลย
ในความเป็นจริงไม่ใช่ฝีมือของซูเหลยไม่ยอดเยี่ยม เป็นซูเหลยที่คิดไม่ถึงว่าสถานะของเฉินเป่ยจะน่ากลัวมากขนาดนั้น ยากจะเข้าใกล้
การมีตัวตนแบบบุคคลอย่างนี้ อย่างไรเสียซูเหลยก็คิดไม่ถึง เขาอยู่ข้างกายของหลีชิงเยียนอย่างสมัครใจได้อย่างไร จากสถานะและตำแหน่งของเขา ควบคุมอำนาจสูงสุดไว้ เงินทองสาวงามอะไรจะไม่มีครอบครองเลยเหรอ? คาดไม่ถึงจะยอมมาทำงานไร้ทักษะอยู่ใต้บังคับบัญชาหลีชิงเยียน เขามีเจตนาอะไร สรุปมีเป้าหมายอะไรกันแน่?
สายตาของเฉินเป่ยและซูเหลยปะทะกัน ผ่านไปสักพักหนึ่ง เฉินเป่ยก็หัวเราะนิดหน่อย มองซูเหลย ก่อนจะค่อยๆ ถามขึ้น น้ำเสียงเผยความล้ำลึกที่น่าประหลาดใจ “ฉันทำอะไร ต้องบอกเหตุผลกับเธอด้วยเหรอ?”
คำพูดประโยคนี้ของเฉินเป่ย ยิ่งทำให้ซูเหลยจมสู่ความเงียบงัน ในใจของซูเหลยสั่นอย่างแรง หล่อนรู้สึกได้อย่างชัดเจน จากบนตัวเฉินเป่ยมีความเผด็จการและความแน่วแน่นั้นแพร่กระจายออกมา
ท่วงท่าบนตัวของเฉินเป่ยนั้นยิ่งทำให้ซูเหลยยืนยันว่าไม่ได้เข้าใจผิด นี่ต้องเป็นราชาหลงอย่างไม่ต้องสงสัย...มีเพียงผู้แข็งแกร่งสูงสุดที่ยืนอยู่ยอดของโลกนี้ ถึงสามารถแพร่กระจายพลังน่าเกรงขามที่ทำให้คนหยุดหายใจได้รับความกดดันแบบนี้ออกมาได้โดยธรรมชาติ
ในใจซูเหลยสั่นเทา สีหน้าเฉินเป่ยเรียบนิ่งผ่อนคลาย ไม่เหมือนจงใจทำออกมาโดยสิ้นเชิง......หมายความว่า พลังน่าเกรงขามนี้แพร่กระจายออกมาโดยธรรมชาติ...เพียงแค่พลังน่าเกรงขามนิดๆ ที่แพร่กระจายออกมาอย่างธรรมชาติยังมีพลังอำนาจขนาดนี้ เขามีความแกร่งมากแค่ไหนกันแน่
สายตาของซูเหลยตกอยู่บนตัวของเฉินเป่ย วินาทีนั้นเธอไม่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นอายของผู้แข็งแกร่งใดๆ ได้จากบนตัวของเฉินเป่ยสักนิดเดียว และพูดได้ว่าความสามารถที่ลึกเกินหยั่งถึงของเฉินเป่ยนั้น ทำให้เดิมทีซูเหลยยากจะมองทะลุปรุโปรง
“ฉันต้องการให้นายยืนยัน นายจะทำร้ายถึงประธานหลีรึเปล่า” ซูเหลยกัดฟัน บนตัวเฉินเป่ยปล่อยออร่ายิ่งใหญ่ที่มีพลังน่าเกรงขามอย่างหนึ่งออกมา ก่อนจะตกอยู่บนตัวซูเหลย ราวกับมีภูเขาลูกหนึ่งมาทับลงบนตัวซูเหลยเข้าอย่างจัง ทำให้หน้าอกซูเหลยอึดอัด หายใจลำบาก
แต่วินาทีนั้น ระเบิดพลังที่ยากจะจินตนาการก็แพร่ออกมาจากในร่างกายของซูเหลย ค้ำยันซูเหลยเอาไว้ ต้านทานออร่ายิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นมาบนตัวของเฉินเป่ยเอาไว้ได้
ในแววตาของซูเหลยเปล่งประกายความหมายที่แน่วแน่ หลีชิงเยียนจ้างหล่อน ให้หล่อนมาปกป้องความปลอดภัยของตนเอง และยิ่งเห็นหล่อนเป็นเหมือนพี่น้องแท้ๆ ของเธอ มักจะพาซูเหลยไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเป็นการส่วนตัว ยิ่งให้เงินรางวัลมากมายกับซูเหลยอยู่ไม่ขาด แม้แต่ความลับบางส่วนของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป หลีชิงเยียนก็ไม่ได้ปิดซูเหลยด้วย
ท่าทีที่หลีชิงเยียนมีต่อซูเหลยนั้น เดิมทีไม่เคยได้สัมผัสกับนายจ้างคนอื่น บวกกับซูเหลยเดิมคือคนที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีมาก
หลังจากที่รู้สถานะของเฉินเป่ย สิ่งที่ซูเหลยกังวลสุดคือความปลอดภัยของหลีชิงเยียน
ถึงแม้บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปจะเป็นกิจการชั้นนำของวงการอัญมณีที่หู้ไห่...แต่เทียบกันกับราชาหลงเทพเจ้าแห่งสงครามที่ประกาศตัวเป็นใหญ่ทั้งต่างประเทศแล้ว...ยังเกือบจะเป็นการมีตัวตนราวกับมดตัวน้อย
ถึงแม้ตระกูลหลีจะสถานะสูงมาก แต่เท่าที่ซูเหลยรู้มา เทียบกับทรัพย์สินมหาศาลของราชาหลง เกรงว่าตระกูลหลียังสู้เศษเสี้ยวหนึ่งของเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ซูเหลยคิดวนไปวนมาก็ยังคิดไม่ออก หลีชิงเยียนกับตระกูลหลี สรุปแล้วมีจุดไหนที่คุ้มค่าให้ราชาหลงผู้น่าเกรงขามปลีกตัวมาที่หู้ไห่ แอบมาเป็นคนรับใช้ที่ตระกูลหลี
ถ้าเรื่องแบบนี้หลุดรอดออกไปที่ต่างประเทศ ไม่รู้ว่าจะดึงดูดการสั่นสะเทือนมากแค่ไหนขึ้นมา เกรงว่าหลีชิงเยียนจะกลายเป็นบุคคลโด่งดังที่ต่างประเทศในชั่วพริบตาเดียว
แต่สำหรับซูเหลย เฉินเป่ยมากบดานที่ตระกูลหลี เดิมทีไม่ได้ธรรมดาขนาดนั้น เกรงว่ามีเป้าหมายอื่น
เฉินเป่ยหรี่ดวงตาทั้งคู่ สังเกตซูเหลยพลางบ่นพึมพำกับตนเอง “รับไปแล้วผสมผสานได้ไม่เลว เห็นได้ชัดว่าคุณสมบัติของร่างกายพัฒนาขึ้น......”
ซูเหลยตะลึง ในสายตาที่มองทางเฉินเป่ยเพิ่มความไม่เข้าใจ ส่วนเฉินเป่ยมองซูเหลยอยู่พลันเอ่ยปากนิ่งๆ “ฉันให้โชคเธอมาครั้งหนึ่ง เธอกลับมาตั้งคำถามกับฉันที่นี่?”
“นายหมายความว่าอะไร?” ซูเหลยยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น ยิ่งไม่เข้าใจใหญ่
เฉินเป่ยยกมุกปากขึ้นเล็กน้อย “ถ้าฉันมีเจตนาอะไรไม่ดีกับชิงเยียน เธอคิดว่าหล่อนยังจะอยู่รอดปลอดภัยมาได้ถึงตอนนี้เหรอ? ถ้าไม่มีฉัน ครั้งก่อนที่เธอบาดเจ็บสาหัส เวลานี้เธอน่าจะยังนอนอยู่บนเตียงอยู่เลยล่ะ”