ตอนที่ 406
บทที่406 ฆ่าอย่างโหดเหี้ยม!
October 28, 2026
บทที่406 ฆ่าอย่างโหดเหี้ยม!
หลีหงเห็นหลีเช่าเทียนสามารถยอมรับผิดได้ไวขนาดนั้น ท่าทางบนหน้าจึงผ่อนคลายลงไม่น้อย หลังครุ่นคิดสักครู่ พยักหน้าแล้วพูดว่า “มีผู้อาวุโสทั้งสองคนนั้น หลานต้องเอาที่หนึ่งของสุดยอดดาบสามเล่มมาได้ นั่นเป็นเรื่องที่อยู่ในหลักเหตุผล พวกเขาเป็นบุคคลที่มีบารมีสูงของวงการพนันเพชรพลอย เดิมทีคนทั่วไปเชิญจะพวกเขาไม่ได้กัน ก่อนหน้านี้ปู่ไปหาพวกเขาด้วยตัวเองสักพักหนึ่ง ถึงตามรอยของพวกเขาเจอในหุบเขาลึก.......”
หลีเช่าเทียนเงยหน้า มองทางหลีหง ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “คุณปู่ครับ พวกเขาเก่งกาจกันมากจริงๆ มีพวกเขาคอยช่วยเหลือ ผมที่อยู่ในสุดยอดดาบสามเล่ม มั่นใจว่าจะต้องได้ชัยชนะแน่นอนครับ”
“นั่นมันแน่อยู่แล้ว หลานยังไม่รู้สถานะของพวกเขา...พวกเขาสองคนแต่ละคนต่างเคยคว้ารางวัลชนะของสุดยอดดาบสามเล่มมาสามครั้ง ภายใต้สถานการณ์ปกติ เพียงแค่ลงมือคนเดียวก็สามารถช่วยหลานจัดการศัตรูทั้งหมดของงานพนันเพชรพลอยได้หมดแล้ว ถึงสถานการณ์ครั้งนี้จะไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ แต่อีกคนหนึ่งก็ออกมาเช่นกัน โดยพื้นฐานสร้างชัยชนะไว้อย่างมั่นคงแล้ว”
ในน้ำเสียงของหลีหงเผยเสียงหัวเราะที่ลุ่มลึก เอ่ยปากพูดแบบนิ่งๆ
“เพียงแต่น่าเสียดายชิงเยียน พวกเขาสองคนข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลจากหู้ไห่ กลับคิดไม่ถึงว่าโชคร้ายแบบนี้” หลีหงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ทันใดนั้นทอดถอนใจไปทีหนึ่ง
“พวกเขามาเข้าร่วมงานพนันเพชรพลอย น่าจะไม่ใช่พุ่งมาที่สุดยอดดาบสามเล่ม ผมได้ยินว่าเฉินเป่ยสละสิทธิ์สุดยอดดาบสามเล่มด้วยตัวเอง” หลีเช่าเทียนพูดขึ้น
“สละสิทธิ์เอง?” หลีหงตะลึงนิดหน่อย ทันใดนั้นหัวเราะเสียงดังขึ้นมา ทำเอาหลีเช่าเทียนไม่รู้สาเหตุ
“ดี สละสิทธิ์เองไปคนหนึ่ง...เช่าเทียน ถึงตอนนั้นหลานต้องขอบคุณชิงเยียนดีๆ สักหน่อยแล้ว เป็นแบบนี้ หลานก็ลดคู่แข่งไปได้คนหนึ่งแล้ว” หลีหงลุกขึ้นยืนทันที เสียงหัวเราะเบิกบาน มองทางหลีเช่าเทียน พูดกำชับ “หลังงานพนันเพชรพลอย เรียกชิงเยียนกลับมากินข้าวที่บ้านตระกูลหลีสักมื้อแล้วกัน หลายปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาสถานที่แห่งนี้”
หลีเช่าเทียนมองทางหลีหงแล้วถามว่า “คุณปู่อยากให้เธอกลับมาบ้านเหรอครับ?”
หลีหงสีหน้าสงบนิ่ง ดวงตาลุ่มลึก ยากจะปรากฏความเสียใจเจ็บปวด “ปู่เคารพการตัดสินใจทุกอย่างของเธอ”
หลังจากหลีหงพูดจบ ไม่นานก็เดินออกไปจากห้อง ส่วนหลีเช่าเทียนลุกขึ้นมา จนกระทั่งส่งหลีหงออกไปจากห้องเสร็จ
หลีหงพึ่งเดินออกไปจากห้องได้ไม่นาน ลูกน้องคนหนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างกระตือรือร้น ขยับเข้ามาใกล้ข้างกายของหลีเช่าเทียน สีหน้าเต็มไปด้วยการเอาใจนอบน้อม “คุณชายหลีครับ พาดหัวข่าวของเยี่ยนจิงออกมาใหม่แล้วครับ”
“เป็นยังไงบ้าง?” ความอ่อนโยนเฉยชาบนหน้าของหลีเช่าเทียนหายไป ถูกความน่าสะพรึงกลัวที่ล้ำลึกเข้ามาแทนที่
“กระแสความโด่งดังของเฉินเป่ยและหลีชิงเยียนไม่ได้ลดลงเลยครับ แต่ทว่ายังเพิ่มขึ้นอีก จากการวิเคราะห์ประเมินดูของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญแล้ว เป็นแบบนี้ต่อไป คุณชายหลีครับ ตั้งแต่ต้นจนจบคุณอยู่ลำดับที่สองมาโดยตลอด ต้องโดนเฉินเป่ยกดอยู่หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ......”
“ปัง!”
เพราะปล่อยมือออก แก้วชาใบนั้นในมือของหลีเช่าเทียนจึงร่วงลงทันใด แก้วชาจื่อซาที่คุณภาพชั้นดีตกลงบนพื้น น้ำชาที่ร้อนหกกระจาย แก้วชาที่ราคาหลายแสนใบนั้น แตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ สภาพสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง
ถึงแม้สีหน้าของหลีเช่าเทียนยังคงเรียบนิ่ง แต่ในแววตาลึกของเขามีความหนาวเหน็บก่อหวอดขึ้น กลับยิ่งดุเดือดเย็นยะเยือก
“หนึ่งอาทิตย์งั้นเหรอ?” หลีเช่าเทียนยื่นมือหยิบแก้วชาสมบูรณ์ที่ไม่ได้โดนขว้างแตกใบหนึ่งจากบนถาดขึ้น เป่าๆ น้ำชา จิบไปอึกหนึ่งเบาๆ พลันเอ่ยปากนิ่งๆ “ฉันไม่สนว่าจะใช้วิธีอะไร เยี่ยนจิงคือถิ่นของฉัน เขาจะยึดครองอิทธิพลไปไม่ได้โดยเด็ดขาด”
“ครับ!”
.............
หลังช่วงเช้าผ่านไป เยี่ยนจิงในช่วงบ่ายถูกข่าวหนึ่งครอบคลุมมาอีกครั้ง กระตุ้นการสะเทือนในวงแคบแล้ว
ที่งานพนันเพชรพลอยมีม้ามืดเกิดขึ้นมา แม้แต่จางเป่าเฉิงยังยอมศิโรราบให้ ผู้อำนวยการสมาคมการพนันเพชรพลอยของเยี่ยนจิงออกหน้าด้วยตนเอง เชื้อเชิญเฉินเป่ยเข้าร่วมสุดยอดดาบสามเล่ม ผลปรากฏว่าเฉินเป่ยปฏิเสธอย่างคาดไม่ถึง
โควตาลำดับสุดท้ายของสุดยอดดาบสามเล่มจึงตกไปอยู่ที่ตัวของจางเป่าเฉิงอย่างจับพลัดจับผลู
ไม่นานข่าวเรื่องนี้ได้แพร่ออกไปในเยี่ยนจิงด้วยความราดเร็ว กลายเป็นเรื่องซุบซิบในวงสนทนาหลังอาหารของผู้คนมากมาย เฉินเป่ยสองคำนี้ ประทับตราเข้าไปในสมองของคนมากมายอย่างว่องไวมากเช่นกัน
แม้กระทั่งตอนเย็นที่เฉินเป่ยขับรถไปรับหลีชิงเยียนเลิกงาน ต่างถูกคนจำขึ้นได้แล้ว สาวงามคนหนึ่งที่มัดผมหางม้า และทั่วตัวแพร่กระจายกลิ่นอายสดใสกระตือรือร้นออกมา อยากถ่ายรูปกับเฉินเป่ย
เฉินเป่ยกำลังพิงอยู่หน้ารถสูบบุหรี่แบบอันธพาลมาก เจอเข้ากับสถานการณ์แบบนี้ สายตาของเขากวาดผ่านสาวสดใสที่มัดผมหางม้าคนนั้น ชั่วขณะนั้นดวงตาประกายแวววาว ยิ้มอย่างอันธพาลตอบรับไปแล้ว
ไม่นานสาวสดใสคนนั้นก็หยิบไม้เซลฟี่ออกมาแล้ว เฉินเป่ยโอบไหล่ของสาวงามคนนั้นไว้ บนผมหางม้าของสาวงามยังมีกลิ่นหอมของแชมพูอ่อนๆ หลงเหลืออยู่ แทรกเข้าในโพรงจมูกของเฉินเป่ยไปโดยตรง
หลังถ่ายรูปเสร็จ ทันใดนั้นเฉินเป่ยรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่ด้านหลัง เสียงเย็นเฉียบที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ล้นหลามลอยเข้าในหูของเฉินเป่ย “อยากจู๋จี๋กัน ก็อย่ามาพิงบนรถฉัน”
ส่วนเฉินเป่ยพอได้ยินเสียงนี้ก็สั่นเทาไปทั้งตัวโดยจิตใต้สำนึก หันหน้าทันใด เห็นเพียงหลีชิงเยียนถือกระเป๋ายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหนาวเย็นดุจน้ำค้างแข็ง
เฉินเป่ยตะลึง และดูนาฬิกาอีกที พบว่าเวลาผ่านไปไวมาก เผลอแป๊บเดียวก็มาถึงเวลาเลิกงานของหลีชิงเยียนอย่างคาดไม่ถึง
ส่วนสาวงามผมหางม้าเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงหาข้ออ้าง เดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของหลีชิงเยียนจ้องภาพด้านหลังของสาวผมหางม้าคนนั้นจากไป ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรอีกสักนิด เฉินเป่ยที่อยู่ด้านข้างเอ่ยปากพูดด้วยความหวาดผวา “ชิงเยียน......”
“หุบปาก”
หลีชิงเยียนหันหน้า ถลึงดวงตาใส่เฉินเป่ยอย่างแรง ดึงประตูรถออก นั่งเข้าไปที่นั่งแถวหลังแล้ว
ส่วนซูเหลยที่ตามมาด้านหลังหลีชิงเยียน แอบมองเฉินเป่ยด้วยความเห็นใจเต็มเปี่ยมแวบหนึ่ง ซูเหลยในฐานะคนที่เข้าใจเฉินเป่ยและหลีชิงเยียนมากที่สุดเพียงคนเดียว รู้ดีอย่างมาก หลีชิงเยียนเห็นเฉินเป่ยโอบไหล่กับผู้หญิงคนอื่น ผลลัพธ์ย่อมร้ายแรงมาก
เฉินเป่ยนั่งเข้าไปในรถ หลังกุมพวงมาลัย มองหลีชิงเยียนด้วยความระมัดระวังทีหนึ่ง หลีชิงเยียนนั่งอยู่แถวหลัง บนใบหน้างดงามราวกับปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งบางๆ ชั้นหนึ่ง แม้แต่อากาศภายในรถยังเต็มไปด้วยแรงอาฆาตหนาวเย็นด้วย
ระหว่างทาง เฉินเป่ยไม่ได้พูดอะไรสักประโยคเดียว แม้แต่หายใจแรงยังไม่กล้า
ไม่รู้ว่าหลีชิงเยียนยืนอยู่ด้านหลังของเฉินเป่ยนานแค่ไหน...และเสียงรองเท้าส้นสูงที่มักดังกังวานก็ไม่ได้ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเฉินเป่ยด้วย...จากนั้นเฉินเป่ยถึงนึกขึ้นได้ หลีชิงเยียนในวันนี้ ไม่ได้สวมรองเท้าส้นสูงแบบเกินความคาดหมาย ทว่าสวมรองเท้าส้นเตี้ยคู่หนึ่ง...ดังนั้นถึงปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหลังเฉินเป่ยได้อย่างไร้เสียง
เฉินเป่ยหมุนพวงมาลัยอย่างระมัดระวัง พลางคิดพิจารณาอยู่ในหัวด้วยความว่องไว เพียงแต่รู้สึกว่าคิดละเอียดแล้วยิ่งน่าหวาดกลัว ทำให้เขาหนังศีรษะชาแล้ว
ระหว่างทาง ห้องโดยสารในรถเงียบงันจนน่าประหลาดใจ มีเพียงแรงอาฆาตที่หนาวเย็น ท่วมท้นอยู่ในห้องโดยสารที่แคบๆ นี้
หลังรถยนต์จอดที่หน้าโรงแรม หลีชิงเยียนกับซูเหลยลงจากรถ เดินไปข้างในแบบหน้าไม่หันกลับมา เฉินเป่ยย่อมไม่ได้สังเกตเห็นความผิดหวังที่ประกายอยู่ในดวงตาของประธานนางฟ้านั้น