ตอนที่ 482
บทที่482 กองทหารที่แข็งแกร่ง!
October 28, 2026
บทที่482 กองทหารที่แข็งแกร่ง!
การต่อสู้ที่เข้มข้นเช่นนี้ สำหรับคนทั่วไปแล้วกำลังร่างกายเกือบจะเป็นการเอาออกไปใช้เกินกว่าที่มีอย่างบ้าคลั่ง
วิ่งห้าสิบเมตรด้วยความรวดเร็ว คนทั่วไปไม่อาจยืนหยัดด้วยความเร็วสูงสุดได้ตลอดเวลา เกรงว่าหลังจากสิบกว่าวินาที คงไม่มีพลังกายแบบก่อนหน้านี้แล้ว
การต่อสู้ที่เข้มข้นก็เป็นเช่นนี้ ตอนอยู่ในทีมรบพิเศษ ซูเหลยเคยปะทะกับหัวหน้าทีมของตนเอง หัวหน้าทีมของตนเองเป็นที่ยอมรับว่าแกร่งสุดในกองทัพ ส่วนตัวของเขาเองก็ยอมรับ ยังยืนหยัดได้เพียงสองนาทีกว่า หลังจากสองนาที เขาก็ยากจะยืนหยัดกำลังต่อสู้ดังก่อนหน้านี้เอาไว้ได้
ส่วนภาพเงาสามคนที่อยู่ตรงหน้านี้ พอเวลาผ่านไป ชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบกว่านาที แต่ระดับความเร็วและกำลังของพวกเขาไม่มีอ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย ซูเหลยตื่นตกใจราวกับเห็นผีเข้าให้
แต่ไม่นานซูเหลยก็ยอมรับขึ้นมาได้แล้ว คนที่สู้รบกับราชาหลงผู้น่าเกรงขามได้ จะเป็นคนไม่สำคัญได้อย่างไรกัน?
การต่อสู้ที่เข้มข้นเช่นนี้ สามารถอธิบายได้อย่างชัดแจ้ง
ตอนที่ซูเหลยกำลังสงสัยภาพเงาของสองคนนั้น ทันใดนั้น หล่อนมองเห็นใบหน้าของจิง ร่างกายสั่นรุนแรง
แวบหนึ่งซูเหลยจึงนึกขึ้นได้ สีหน้าของหล่อนตกใจซับซ้อน ในใจเกิดคลื่นโหมซัดสาดขึ้น
นี่เป็นไปได้อย่างไร ดวงตาของซูเหลยจ้องหน้าของจิงไม่ขยับ หล่อนนึกขึ้นได้ในแวบหนึ่ง ตอนแรกที่หล่อนอยู่ทีมรบพิเศษ รับคำสั่งไปที่สามเหลี่ยมทองคำและกวาดล้างพวกค้ายาเสพติดจนได้รับชัยชนะกลับมา ตอนนั้นคนที่มามอบรางวัลให้ทีมรบพิเศษก็คือจิงผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง
เดิมทีซูเหลยไม่มีทางลืมเขาได้ ใบหน้าที่หล่อสง่าใบนั้น ลักษณะท่าทางที่ลุ่มลึกลึกลับ ขอเพียงคนใดเจอหน้าครั้งหนึ่ง ย่อมไม่มีทางลืมการมีตัวตนของเขาไปได้
คาดไม่ถึงจะเป็นเขา
ในใจของซูเหลยยากจะสงบดังเดิม อย่างไรเสียหล่อนก็ไม่อยากเชื่อว่าคนที่เฉินเป่ยประมือด้วยนั้นจะเป็นบุคคลที่สถานะสยองขวัญเช่นนี้
ในตอนแรกเขาถูกหัวหน้าทีมของตนเองเรียกว่าการมีตัวตนที่อำนาจเกรียงไกรในเยี่ยนจิง ตอนนี้เขาได้ร่วมมือกันกับอีกคนหนึ่ง สู้ดุเดือดกับเฉินเป่ย
และอีกคนหนึ่ง เกรงว่าคงไม่ด้อยไปกว่าจิงสักเท่าไรหรอกมั้ง?
ซูเหลยมองทางหู้ที่ดูอายุน้อยกว่าจิงอยู่บ้าง บุคลิกมีเอกลักษณ์เหมือนกัน นั่นเป็นออร่าพิเศษที่เป็นของผู้มีตำแหน่งสูงมาอย่างยาวนานถึงจะพัฒนาขึ้นได้ ยากที่จะเลียนแบบ
ชั่วขณะนั้นซูเหลยเกือบจะวินิจฉัยออกมาได้เลย หู้กับจริงล้วนเป็นบุคคลที่ตำแหน่งสูงมาก แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อ ไม่ได้ให้ทุกคนก้มหัวสยบ คาดไม่ถึงกำลังสู้รบกับเฉินเป่ย
ซูเหลยมองทางหน้าของหู้ รอยเลือดบนหน้าของหู้นับวันยิ่งมีเลือดสดไหลออกมามาก ทำให้เขาดูขึ้นอัปลักษณ์อย่างยิ่ง ทำให้ในใจซูเหลยสั่นไม่หยุด มองทางเฉินเป่ย ก่อนจะเพิ่มความตกใจหลายระดับ
คาดไม่ถึงจะได้รับบาดเจ็บแล้ว......สองคนร่วมมือกัน ไม่เพียงไม่ทำให้เฉินเป่ยพ่ายแพ้ และยึดครองความเป็นต่อ คนหนึ่งในนั้นยังได้รับบาดเจ็บจนเสียโฉม
เฉินเป่ยแข็งแกร่งแค่ไหนกันแน่? นี่คือความสามารถของราชาหลงเหรอ? สองคนนั้นแกร่งขนาดนั้น ยังโดนราชาหลงหยุดยั้งได้
“พวกนายมีความสามารถแค่นี้เหรอ?” ทันใดนั้น เฉินเป่ยหลบการโจมตีของจิงและหู้ออก ตอบกลับเย็นชา ในน้ำเสียงยังมีการเสียดสีจางๆ
“ราชาหลง เป็นนายหมดแรงเอง” หู้ทำเสียงฮึดฮัด ดาบยาวแทงออกมาฉับพลันนับครั้งไม่ถ้วน ภาพวืดแสงดาบแต่ละสายพุ่งไปยังเฉินเป่ย
“ฉันหมดแรง?” เฉินเป่ยส่งเสียงหัวเราะ มองทางหู้และจิง สายตาเพิ่มความหมายเยาะเย้ยหลายระดับ “เป็นพวกนายที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงต่างหาก”
ซูเหลยมองทางจิงและหู้ คาดไม่ถึงทั้งสองคนเริ่มหอบหน่อยๆ ถึงแม้ว่าจะเบาบางมาก แต่ว่ายังถูกเฉินเป่ยกวาดล้างมองจนทะลุปรุโปร่งตั้งแต่แรกแล้ว
“ไม่เสียแรงที่เป็นราชาหลง ฉันประเมินต่ำไปเอง” จิงมองทางเฉินเป่ย สายตาล้ำลึกไร้ขอบเขต เขาพยักหน้าแล้ว เฉินเป่ยยืนอยู่ที่เดิม ลมหายใจสม่ำเสมอ ไม่ได้ดูกระเซอะกระเซิงแบบจิงและหู้โดยสิ้นเชิง
“ตอนนั้นคนที่อยากฆ่าฉันมีมากมาย แต่มีแค่พวกนายสองคนยังดื้อดึงเข้าไป ฉันไม่ถือสาอะไรแล้ว แต่พวกนายยังใส่ใจอยู่อีก” เสียงของเฉินเป่ยเผยความหมายเย็นยะเยือก
หู้ยิ้มแบบอัปลักษณ์ “นายไม่ถือสาอยู่แล้ว แต่นายใส่ใจคนในครอบครัวของนายมั้ยล่ะ?”
“นายพูดอะไร?”
พอเฉินเป่ยได้ยินประโยคนี้ของหู้ ชั่วขณะนั้นสีหน้าเปลี่ยนทันใด ระเบิดลักษณะท่าทางที่ดุเดือดไร้ที่เปรียบดุจดาบแหลมออกมาจากบนตัว
“เป็นราชาหลงแล้วยังไง แม้แต่คนในครอบครัวตัวเองยังหาไม่เจอ นายยังมีหน้าอะไรมาอยู่ต่อ” หู้ยิ้มพูดถากถาง เวลานี้ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยเลือดสด หัวเราะขึ้นมายิ่งเหมือนกับปีศาจร้ายตัวเป็นๆ
“ปัง!”
ในที่สุดสีหน้าเฉินเป่ยเปลี่ยนไปมาก เฉินเป่ยก้าวเท้าออกมา พื้นเกิดเสียงดังปังขึ้นทันที ระเบิดออกโดยตรง
ส่วนเฉินเป่ย ชั่วพริบตาเดียวก็ปรากฏตัวต่อหน้าของหู้ คว้าคอเสื้อของหู้เอาไว้ ยกตัวหู้ขึ้นมา “พวกเขา......อยู่ที่ไหน?”
เฉินเป่ยค่อยๆ สอบถาม น้ำเสียงมีความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ พลันพูดว่า “บอกฉันมา ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้นายรู้สึกเสียใจอย่างหาที่สุดไม่ได้แน่!”
หู้มองเฉินเป่ยอยู่ หัวเราะฮาๆ “บอกนาย? นายคิดว่าเป็นไปได้เหรอ?”
“ปึง!”
เฉินเป่ยต่อยหู้กระเด็น ทันใดนั้นกุมมีดหลงหยาไว้แน่น กวาดสายตาทางหู้และจิง ดวงตาสาดส่องความโหดเหี้ยมมหึมาอันโจ่งแจ้ง และไม่ได้ปิดซ่อนแต่อย่างใดออกมา
นี่คือความโกรธของราชาหลง
ในที่สุดเฉินเป่ยเกิดความคิดที่จะสังหารแล้ว
ซูเหลยเฝ้ามองทุกอย่างนี้อยู่ในระยะไกล หล่อนไม่เข้าใจเป็นธรรมดา ทำไมเฉินเป่ยถึงมีปฏิกิริยาที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เขาฮึกเหิมขนาดนี้ เป็นเพราะอะไรกัน?
ในใจของหู้ยิ่งสงสัย ส่วนสายตาของจิงที่มองเฉินเป่ยยิ่งลุ่มลึกขึ้น กระทั่งหลังจากที่เฉินเป่ยเกิดความคิดที่จะสังหารขึ้น แววตาของเขาก็เพิ่มความหวาดกลัวนิดๆ
“พวกนายไม่พูด งั้นฉันจะให้ตระกูลของพวกนายมองดูศพพวกนายแล้วพูด!” เฉินเป่ยตะโกนชัดถ้อยชัดคำ กล้ามเนื้อทั้งตัวผุดขึ้น กล้ามเนื้อแต่ละก้อนบนตัวเขาค่อยๆ นูนขึ้น เส้นเลือดแต่ละเส้นใหญ่และแน่นดุจงูเขียวราวกับจะแหวกออกจากการห่อหุ้มของผิวหนังระเบิดออกมา