ตอนที่ 535
บทที่535 ก็คือเจ้าของหลงหุน!
October 28, 2026
บทที่535 ก็คือเจ้าของหลงหุน!
เฉินเป่ยจู่โจมแบบเผด็จการ...หวาหย่าหรุ่ยอ่อนไปทั้งตัวแล้ว...ร่างกายหมดแรงอยู่ในอ้อมอกของเฉินเป่ย...
ในวินาทีนั้น ความรู้สึกคุ้นเคยที่มีความแตกต่างนิดๆ ผุดขึ้นในจิตใจของเฉินเป่ย ทำให้ในสมองของเฉินเป่ยอดปรากฏใบหน้างดงามใบหนึ่งออกมาไม่ได้ ความรู้สึกแบบนี้เหมือนเคยเจอมาก่อน...
เฉินเป่ยดันหวาหย่าหรุ่ยออกเบาๆ พูดหน้าตาจริงจัง “สาวน้อย...วันนี้เป็นฉันวู่วามเอง ขอโทษ...”
ทันใดนั้นใบหน้าหวาหย่าหรุ่ยแข็งทื่อ โกรธอยู่บ้าง “ทำไม? คุณคิดจะเชิดหนี?”
เฉินเป่ยรู้สึกว่ายุ่งยากมาก เขาไม่รู้ว่าควรอธิบายเช่นไร นี่เหมือนจะยุ่งเหยิงพอสมควร เมื่อสักครู่พึ่งจูบคนอื่นเขา ตอนนี้อยากแบ่งกั้นความสัมพันธ์ ตนเองช่างสารเลวเกินไปหน่อยหรือไม่?
“ฉันแก่แล้ว” เฉินเป่ยถอนหายใจทีหนึ่ง “ส่วนเธอพึ่งอายุยี่สิบ เธอยังเด็กมาก อนาคตของเธอจะรุ่งโรจน์มากด้วย เธออย่าได้วู่วาม ฉันเป็นเพียงตาแก่คนหนึ่ง...”
ดวงตาหวาหย่าหรุ่ยกะพริบเบาๆ มุ่ยริมฝีปากแดงเล็กน้อย พูดแบบไม่สนใจสักนิด “ตาแก่แล้วยังไง? ฉันก็ชอบลุง!”
“อย่าดื้อ อนาคตเธอจะเจอชายหนุ่มที่ดีเลิศมาก ฉันเป็นแค่ลุงมอมแมมที่ไม่น่าสนใจแม้แต่น้อยคนหนึ่งเท่านั้นเอง” เฉินเป่ยค่อยๆ บอกไป เขาจำเป็นต้องแก้ไขความคิดแบบนี้ของหวาหย่าหรุ่ยให้ถูกต้อง เขารู้...สถานะของตนเองอยู่ที่หัวเซี่ยช่างอ่อนไหวเกินไปจริงๆ เขาไม่สามารถให้หวาหย่าหรุ่ยจมสู่อันตรายที่ไม่กระจ่างขนาดนี้ได้
“ใครบอกกัน ถึงแม้ฉันจะเคยเจอชายหนุ่มมามากมาย ก็สู้ลุงคนเดียวไม่ได้!” ใบหน้าหวาหย่าหรุ่ยเกิดความดื้อดึงขึ้น ดวงตาจ้องเฉินเป่ยแน่น วินาทีนี้อากาศเหมือนจะแข็งตัว
เฉินเป่ยทอดถอนใจทีหนึ่ง หลับตาลง ภาพที่โหดร้ายแต่ละฉากปรากฏขึ้นในสมอง...ภูเขาศพทะเลเลือด...ห่ากระสุนปืน...นี่ถึงเป็นโลกที่เขาสมควรอยู่...
“ยัยเด็กน้อย ทำไมเธอถึงดื้อขนาดนี้ล่ะ? ฉันบอกแล้วไง ฉันไม่ชอบพวกเด็กสาวอย่างเธอ!” เฉินเป่ยผลักหวาหย่าหรุ่ยออก สีหน้าเย็นชาอย่างยิ่ง เอามือล้วงกระเป๋ากางเกง จากไปเหมือนพวกอันธพาล...
วินาทีนี้ ดวงตาหวาหย่าหรุ่ยชุ่มชื่น มองภาพเงาของเฉินเป่ยออกไปแบบค้างคา...ทันใดนั้นหัวใจของสาวน้อยดิ้นรนอย่างน่าประหลาด เธอไม่เคยประสบกับความรู้สึกยุ่งเหยิงเช่นนี้มาก่อน นี่...สามารถพูดได้ว่าเป็นครั้งแรกของเธอ ครั้งแรกของเธอที่หลงรักคนคนหนึ่งอย่างสุดจิตสุดใจเช่นนี้ และกล้าหาญเช่นนี้ แต่ว่า...เขา...เขาไม่ชอบฉัน?
...
พลบค่ำ
รถยนต์คันหนึ่งแล่นอยู่บนท้องถนน ซูเหลยขับรถยนต์อยู่ เฉินเป่ยและหลีชิงเยียนนั่งอยู่ในรถ แล่นไปยังทิศทางของโรงแรม...
ภายในรถเงียบสงบมาก ในอากาศมีเสียงดนตรีที่สง่างามดังสะท้อน ส่วนใบหน้างดงามของหลีชิงเยียนเย็นชาอยู่บ้าง
“เฉินเป่ย ฉันจะเตือนนายไว้นะ ดีที่สุดอย่ามีความคิดอะไรที่ไม่ควรมีกับหวาหย่าหรุ่ย” ท่านประธานเทพธิดาเอ่ยปากบอกกะทันหัน เสียงมีความหมายหนาวเย็น
เฉินเป่ยตะลึง หันหน้ามองเธอถามกลับไป “ทำไมถึงพูดแบบนี้?”
บนใบหน้าของหลีชิงเยียนเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ ไม่ได้สนใจเขาอีก
เฉินเป่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นถามว่า “คุณหึงแล้วหรือเปล่า?”
ใบหน้างดงามของหลีชิงเยียนตกตะลึงนิดหน่อย จ้องเฉินเป่ยด้วยดวงตาเมินเฉย คล้ายว่ามีการดูถูกนิดๆ “หึง? ทำไมฉันต้องหึงด้วย? นายคู่ควรให้ฉันหึงเหรอ?”
“ถ้าคุณไม่ได้หึง ทำไมถึงมีท่าทางแบบนี้ล่ะ” เฉินเป่ยมองหลีชิงเยียนอยู่
“บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปกับสมาคมจิวเวลรี่จะเริ่มร่วมงานกันครั้งหนึ่ง ฉันกลัวนายทำการร่วมงานพัง”
เฉินเป่ยมองท่านประธานเทพธิดา เอ่ยปากอย่างมีเลศนัย “ผมว่าคุณหึงอยู่นะ”
ดวงตาเย็นชาของหลีชิงเยียนถลึงใส่เฉินเป่ยทีหนึ่ง “นายประสาทรึไง?”
เฉินเป่ยหัวเราะเยาะตนเอง “ใช่ ผมเป็นประสาท...ถึงยอมให้คุณกับเซียวจ้านพูดคุยหัวเราะกัน จีบกันอยู่ ผมไม่สบายใจ มีอะไรไหม”
“บ้าบอ” หลีชิงเยียนพ่นสองคำออกมาอย่างเฉยชา กอดหน้าอก ขี้เกียจสนใจเขาอีก
รอยยิ้มเยาะตัวเองที่มุมปากเฉินเป่ยเข้มขึ้น ตนเองหลงรักหลีชิงเยียน อาจจะบ้าจริงๆ นั่นแหละ
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร ที่ระยะไกล ภาพเค้าโครงของโรงแรมค่อยๆ แจ่มแจ้งขึ้นจากความเลือนราง
ทันใดนั้นเฉินเป่ยยื่นมือโอบเอวเล็กของหลีชิงเยียนไว้ อุดริมฝีปากแดงเซ็กซี่ของเทพธิดาไว้อย่างรุนแรง
ชั่วขณะนี้ อากาศเหมือนจะแข็งตัว
ดวงตางดงามของหลีชิงเยียนอึ้งค้าง ขนตาที่เรียวยาวงอนสั่นเบาๆ...ทั้งตัวสูญเสียแรงต้านทานไปหมด...
วินาทีนี้ช่างกะทันหันเหลือเกิน ประหนึ่งสายฟ้าแลบ ท่านประธานเทพธิดาเดิมทีไม่ตอบสนองเข้ามา
รถยนต์ที่แล่นบนถนนยามค่ำคืน เฉินเป่ยโอบร่างกายของท่านประธานเทพธิดาไว้แน่น โอบทั้งตัวของเธอเข้ามาในอ้อมอก ยึดครองด้วยการรุกรานริมฝีปากแดงของเทพธิดาอย่างกำเริบเสิบสาน
ซูเหลยที่ตั้งใจขับรถอยู่เบาะหน้า มองเห็นฉากนี้ผ่านกระจกมองหลัง งงไปหมด เกือบจะชนรถยนต์ที่อยู่ด้านข้างเข้า
“ป้าบ——”
ไม่นานเสียงตบหน้ากังวานดังสนั่นขึ้นมาทีหนึ่ง
ท่านประธานเทพธิดาหลีชิงเยียนตบลงบนแก้มเฉินเป่ยอย่างแรงทีหนึ่ง
ตบหน้าครั้งหนึ่ง ตบแรงเสียจนทำให้เฉินเป่ยได้สติ ดึงเขาจากสภาพที่ฮึกเหิมนั้นกลับมาสู่ความเป็นจริง
เฉินเป่ยปล่อยริมฝีปากเทพธิดาออก...สมองของเขางงงวยอยู่บ้าง หอบนิดหน่อย เมื่อสักครู่นี้เขาถูกอารมณ์นิดๆ นั้นทำให้สติหลุดการควบคุม...
เกรงว่าเขาเองก็คงนึกไม่ถึงว่าตนเองที่เผชิญหน้ากับนักฆ่ามือสังหารพวกนั้นไม่มีหอบแม้แต่น้อย แต่เวลานี้กลับหอบหายใจไม่ทันอยู่บ้าง
ในขณะนี้บนแก้มของเขาปรากฏรอยมือที่แจ่มชัดเล็กหน่อยๆ ราวกับอธิบายถึงความโกรธแค้นของเทพธิดา
หลีชิงเยียนใบหน้าหนาวเย็นดูแย่ หายใจยุ่งเหยิงอย่างยิ่ง...เทพธิดาในวินาทีนี้โกรธเคืองมาก เธอใช้แรงเช็ดริมฝีปากแดงของตนเอง ถลึงตาใส่เฉินเป่ยอย่างแรง นั่นคือความกลัดกลุ้มแบบไร้ขอบเขต
ดวงตาหลีชิงเยียนเต็มไปด้วยไฟโกรธ สายตาที่มองทางหนาวเหน็บ แฝงไปด้วยความคิดอยากฆ่าที่เย็นยะเยือก
“นายนี่มันไร้ยางอายสารเลว!” หลีชิงเยียนดุด่าว่ากล่าว มีความผิดหวังขั้นสุดต่อเฉินเป่ย
เฉินเป่ยหัวเราะเยาะตนเอง “คงใช่ บางทีผมคงสารเลวจริงๆ”
รถยนต์ค่อยๆ จอดลงที่หน้าประตูโรงแรมแล้ว พอเฉินเป่ยก้าวเท้าออก ล้วงมือทั้งคู่ในกระเป๋ากางเกง ออกไปแบบหน้าก็ไม่หันมา ภาพด้านหลังดูเหมือนเปล่าเปลี่ยวและเดียวดายอย่างน่าประหลาดใจ
“ประธานหลีคะ ต้องการให้ฉันไปเรียกเขาไว้รึเปล่าคะ?” ซูเหลยมองทางภาพด้านหลังของเฉินเป่ย พลันถามขึ้น
“ไม่ต้อง เข้าไปก่อนเถอะ” หลีชิงเยียนเม้มริมฝีปากแดง จนกระทั่งตอนนี้ เธอยังสามารถรู้สึกถึงได้ว่าริมฝีปากแดงที่โดนเฉินเป่ยจูบลงมา ยังหลงเหลืออุณหภูมิอุ่นนิดๆ
......
ช่วงดึก ริมถนนที่ว่างโล่ง คนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งพิงอยู่บนเบาะนั่ง ครึ่งหลับครึ่งตื่น