ตอนที่ 141
บทที่ 141 แพะรับบาป
October 28, 2026
บทที่ 141 แพะรับบาป
เผยลี่เชินเงยหน้าโดยไม่สนใจคนรอบข้าง กวาดสายตามองฟางหรงเทียนแล้วพูดด้วยเสียงเรียบๆ “หากฉันไม่มั่นใจ ฉันก็จะไม่ร่วมมือใดๆ ทั้งสิ้น”
ตอนนี้โรงงานมีออเดอร์จำนวนมาก ถ้ามีออเดอร์ด่วนอีก 50,000 รายการ เกรงว่าโรงงานจะรับไม่ไหว หากพวกเขาไม่สามารถส่งสินค้าได้ตามเวลาก็ถือว่าผิดสัญญา เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาก็จะเสียค่าปรับ ซึ่งเป็นการสูญเสียมากกว่า
เห็นได้ชัดว่าหวางคุนไม่คิดว่าเผยลี่เชินจะปฏิเสธ “ประธานเผย ลองคิดดูให้ดีก่อนนะ พวกเราร่วมมือกันมาก็สองสามครั้งแล้ว ทุกครั้งก็สำเร็จได้ด้วยดี แต่ทำไมครั้งนี้......”
เผยลี่เชินขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเย็นๆ “ประธานหวาง ตอนนี้ทางโรงงานของผมมีออเดอร์จากที่อื่นเยอะพอสมควร ออเดอร์ล็อตใหญ่ขนาดนี้ คุณควรหาโรงงานอื่นช่วยผลิตจะดีกว่า”
ถึงตอนนี้ประธานหวางก็หมดคำพูด สีหน้าเย็นชา ฟางหรงเทียนซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เฝ้ามองสีหน้าของเผยลี่เชิน คำพูดที่ติดอยู่ที่ปากได้แต่กลืนลงคอไป
หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์เดินตามเผยลี่เชินออกจากร้านอาหาร ขณะกำลังขึ้นรถ เธออดไม่ได้ที่จะถามเขา “ประธานเผยคะ เมื่อสักครู่คุณปฏิเสธความร่วมมือครั้งนี้ คงมีเหตุผลมากกว่านี้ใช่ไหมคะ?”
เผยลี่เชินได้ยินเธอพูดจึงเงยหน้ามองเธอพร้อมขมวดคิ้ว “เธอดูออกด้วยรึ?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มพร้อมพยักหน้ารับ
เธอติดตามเผยลี่เชินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว จึงรู้ว่าเผยลี่เชินต้องคิดอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว การร่วมมือครั้งนี้ ต้องมีผลประโยชน์ที่มองเห็นมากพอ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องปฏิเสธ
“วันนี้ที่ฉันให้เธอวางมือจากงานในช่วงเช้าก่อน แล้วมาเข้าร่วมประชุมผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเขา ก็เพื่อให้มาดูการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทพวกเขา แต่ผลิตภัณฑ์ของพวกเขายังคงติดปัญหาเรื่องสิทธิบัตร อาจพูดได้ว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเขามีปัญหา แม้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับบริษัทเราไม่มาก แต่ในกรณีนี้การไม่ร่วมมือกับพวกเขาจะเป็นการดีกว่า”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้และเข้าใจในทันที มิน่าเผยลี่เชินจึงปฏิเสธออเดอร์ล็อตใหญ่ขนาดนี้ ก็เพราะเหตุผลนี้นี่เอง
เผยลี่เชินหันไปมองท่าทางแสดงความเข้าใจของเธอ พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากจากนั้นหันกลับบมาสั่งเจิงหง “ไปบาร์หลันกุ้ยฟัง”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินรู้สึกประหลายใจ “พึ่งจะกินข้าวมาไม่ใช่หรือคะ? แล้วจะไปบาร์หลันกุ้ยฟังทำไม?”
“เธอแน่ใจนะว่ากินอิ่มแล้ว?” เผยลี่เชินยักคิ้ว
เมื่อกี้เธอนั่งอยู่ข้างเขา ตั้งแต่เริ่มจนจบยังไม่ได้จับตะเกียบเลย อาหารทั้งหมดล้วนแต่มีรสเผ็ด ซึ่งเขาก็มองเห็นตลอดเวลา
หัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกอบอุ่น จึงมีรอยยิ้มที่มุมปาก ที่แท้เขาก็รู้ตลอด
ขณะเดียวกันสีหน้าของฟางหรงเทียนอึมครึมขณะขึ้นรถ กวาดตามองร่างอานโหรว พูดเสียงเย้ยหยัน “ออเดอร์มาถึงมือแล้วกลับไม่เอา ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเผยลี่เชินเขาคิดอะไรอยู่”
อานโหรงที่อยู่ด้านข้างนั่งนิ่งเงียบไปสักครู่ ก่อนพูดเบาๆ “ประธานฟางคะ ฉันมีวิธีหนึ่งคะ”
ฟางหรงเทียนขมวดคิ้ว “ไหนพูดมาซิ”
“ประธานเผยไม่ยอมรับออเดอร์นี้ แต่ไม่แน่ว่ารองประธานเผยอาจจะรับ ฉันได้ยินว่าช่วงนี้รองประธานเผยยุ่งเรื่องการลงทุนสร้างภาพยนตร์ จึงไม่ค่อยมีใครให้ความร่วมมือด้วย”
เมื่อฟางหรงเทียนได้ยินแบบนี้ ดวงตาเป็นประกาย ยิ้มแบบมีเลศนัย “ที่เธอพูดก็ถูก ให้เผยอี้เป็นแพะรับบาปก็เหมาะสมดี”
เขาหันไปพูดกับอานโหรว “ติดต่อเผยอี้ นัดเขาให้เจอกับฉัน”
อานโหรวพยักหน้ารับ “คะ”
วันถัดมา ขณะที่เผยลี่เชินเพิ่งเสร็จจากการประชุม ก็รับโทรศัพท์จากคุณท่านเสิ่น
“สวัสดีครับพ่อ มีธุระอะไรหรือปล่าครับ?”
“แกรู้เรื่องที่เผยอี้ไปรับออเดอร์มาล็อตหนึ่งหรือเปล่า?”