ตอนที่ 152
บทที่ 152 เลื่อยขาเก้าอี้
October 28, 2026
บทที่ 152 เลื่อยขาเก้าอี้
ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินแล้วก็พยักหน้า และไม่ได้พูดอะไรต่อ
แต่ว่าในใจของเธอกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้มันจะต้องมีอะไรมากกว่านี้อย่างแน่นอน
และก็เป็นไปตามคาด ในตอนเริ่มทำงานภาคบ่าย เผยลี่เชินมีธุระต้องออกไปข้างนอก เรื่องที่ต้องรายงานในบริษัทกลายเป็นรายงานให้เธอรับรู้แทน รองหัวหน้าแผนกบุคลากรหลัวหงโทรมาหา “ เลขาไป๋ ประธานเผยอยู่ที่ห้องทำงานหรือเปล่า ”
ในตอนที่ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังเข้ามาทำงานที่เผยซื่อ หลัวหงเคยช่วยดูแลเธอมาก่อน ไป๋เสว่เอ๋อร์เองก็มีความรู้สึกที่ไม่เลวต่อเขา แต่พอวันนี้ได้ยินน้ำเสียงที่เรีงรีบเธอเองก็รู้สึกตื่นเต้นไปด้วย “ พี่หง ประธานเผยออกไปข้างนอกค่ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? ”
“ วันนี้แผนกบุคลากรได้ส่งจดหมายการลาออกของจางฉือไปให้ ทางผู้อวนการยังไม่ทันได้อนุมัติ แต่ว่าจางฉือก็ยืนยันที่จะออก ตอนนี้กำลังเก็บของอยู่ ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้วเข้ม ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ “ พี่หงคะ ประธานเผยกำลังจะหาเวลาให้เขามาคุยต่อหน้า พี่ลองช่วยรั้งเขาไว้ก่อนได้มั้ยคะ? ”
“ กลัวว่าจะไม่ได้น่ะสิ เมื่อกี้ฉันก็ไปลองดูแล้ว แต่เขาดุมุ่งมั่นเอามากๆ ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี
ตอนนี้เผยลี่เชินคุยงานอยู่ข้างนอก เวลาสองสามชั่วโมงกลับมาไม่ทันแน่ๆ แต่ถ้าเกิดจางฉือลาออกไปแล้ว โครงการนั่นก็จะไม่มีหัวแรงและจะต้องเกิดปัญหาแน่ๆ
ไป๋เสว่เอ๋อร์กำโทรศัพท์แน่นก่อนจะพูดสั่งไป “ พี่หงคะ ฉันจะไปชักจูงเขาเอง พี่ช่วยถ่วงเวลาเขาไว้ก่อนนะคะ ”
“ ได้ ฉันเข้าใจแล้ว ”
พอวางสายไป ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รีบเดินไปยังแผนกบุคลากรทันที กำลังเดินไปถึงก็ได้ยินเสียงการเจรจาที่ดังมาจากข้างใน
ท่ามกลางผู้คน ก็มีชายอายุสามสิบกว่าปียืนเก็บของอยู่ตรงนั้น คนรอบข้างต่างช่วยกันพูดคนละคำสองคำเพื่อรั้งให้เขาอยู่ต่อ แต่เขากลับไม่สนใจ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องเป็นคนที่ชื่อจางฉืออย่างแน่นอน
ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบเดินเข้าไป คนข้างๆก็รีบหลีกทางให้ เธอเดินไปด้านหน้าของจางฉือที่กำลังยื่นมือไปคว้าเอกสารที่มุมโต๊ะเลยชิงยื่นมือไปกดเอกสารนั่นไว้ก่อน
จางฉือเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ปรายตามองป้ายชื่อบนหน้าอกแล้วก็เข้าใจทันที “ ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ เพราะผมได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่ได้ร้อนรนแต่กลับพูดขึ้นอย่างช้าๆ “ ฉันรู้ค่ะ แต่ที่ฉันว่าก็เพราะมีเรื่องอยากจะบอกคุณให้เข้าใจชัดเจนก่อน เพื่อที่ว่าหลังจากนี้จะได้ไม่เกิดข้อพิพาทกันขึ้นมาอีก ”
ในตอนที่เดินมาเธอเองก็ได้คิดเรื่องนี้ใหม่อีกรอบ ว่าไปตามหลักแล้วการลาออกอย่างกะทันหันแบบไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน และท่าทีที่ตัดสินใจอย่างรวดเร็วแบบนี้ ความจริงแล้วมันจะต้องมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ
จางฉือได้ยินแล้วชะงักไปพักหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ “ เงินเดือนนี้ผมไม่เอาก็ได้ ยังมีปัญหาอะไรอีกไหมครับ?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ทำหน้าจริงจัง “ การเอาเงินหนึ่งเดือนให้คุณ มันไม่ได้มีผลอะไรกับเผยซื่ออยู่แล้ว แต่ในการที่คุณยึดมั่นจะต้องไปวันนี้ให้ได้ ฉันว่ามันคงไม่ใช่เรื่องของเงินเดือนง่ายๆเพียงอย่างเดียวแล้วล่ะค่ะ ”
“ หมายความว่าไง? ” จางฉือทำหน้าขรึมพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ ตอนนี้แผนกเทคนิคมีโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ และคุณก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย และอีกอย่างคุณที่เป็นถึงหัวหน้าที่รับผิดชอบงานนี้ ถ้าเกิดคุณไปแล้ว โครงการจะทำยังไงต่อไป ค่าเสียหายใครจะรับผิดชอบ? ”
พอเธอพูดออกมาแบบนี้จางฉือที่หน้าซีดลง ไม่รู้จะพูดอะไร เธอก็เริ่มพูดขึ้นอีกรอบ “ ถ้าคุณไปแบบไม่คิดอะไร แต่กลับทำให้ลูกน้องที่เหลือต้องรับหน้าที่กันเอง พอถึงเวลานั้นมาพวกเขาโดนหักเงินเดือน โดนหักเงินโบนัสจะไปโทษใครล่ะ? จางฉือ คุณเป็นถึงหัวหน้าการทำงานเป็นทีมแค่นี้ควรรู้ใช่ไหมคะ? ”
พนักงานที่อยู่รอบๆต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย เพียงพักเดียวเสียงตำหนิก็เริ่มดังขึ้น
คนที่ยืนอยู่ตรงกลางอย่างจางฉือยิ่งฟังยิ่งมีสีหน้าที่ดูไม่ได้