ตอนที่ 133
ตอนที่ 133 ไปจากลี่เชิน
October 28, 2026
ตอนที่ 133 ไปจากลี่เชิน
สีหน้าของหลิวต๋ารู้สึกอึดอัดขั้นมาในทันที “เลขาไป๋ ทางฝ่ายของเราได้ทำการตรวจสอบตามที่คุณร้องขอมาแล้วเรียบร้อย ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นไปตามที่ผมได้แจ้งคุณไป เรื่องนี้ผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้...”
ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการให้เรื่องมันจบในลักษณะนี้สินะ
หลังจากที่นิ่งเงียบไปสักพัก ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เงยหน้าขึ้นและมองไปทางฉีเจ๋อ “คุณฉีคะ ฉันมีคำถามอยากที่จะถามคุณค่ะ”
“เชิญครับ”
“วันนั้น เส้นทางที่ฉันกับประธานเผยเลือกตอนที่ปีนเขาขึ้นไป เป็นเส้นทางที่พวกคุณได้มีการสำรวจไว้ล่วงหน้าแล้วจริงๆ หรือเปล่าคะ”
ฉีเจ๋อพยักหน้า และพูดอย่างมั่นใจว่า “ใช่ครับ ระดับความยากง่ายของเส้นทางที่พวกเราเลือกไว้ไม่ต่างกันมากนัก คือไม่ให้ยากเกินไปสำหรับการปีนเขา และค่อนข้างที่จะปลอดภัยครับ นอกจากนั้นยังมีการจัดตั้งจุดพักไว้ระหว่างทางด้วย ผมสามารถพูดได้ว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาในเรื่องของความปลอดภัยได้ครับ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์อาศัยจังหวะนั้นและตอบกลับไปว่า “นี่แหละค่ะปัญหา เส้นทางที่ฉันกับท่านประธานเผยปีนขึ้นไปนั้นไม่ใช่เส้นทางที่พวกคุณจัดเอาไว้ให้ตั้งแต่แรก มีใครบางคนเคลื่อนย้ายธงที่ปักอยู่ตรงทางแยกของเส้นทาง เพื่อให้เราทั้งสองคนเดินไปผิดทางค่ะ เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอนค่ะ”
หลิวต๋าถอนหายใจ “แต่ว่าคุณเลขาไป๋ครับ ถึงคุณจะพูดแบบนี้ แต่คุณก็ไม่มีหลักฐานมาสนับสนุนเลยนี่ครับ ถ้าจะพูดโดยไม่มีหลักฐานแบบนี้ พวกเราก็คงช่วยไม่ได้นะครับ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่
แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีหลักฐานใดๆ ทุกอย่างที่ว่ามานี้เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ในตอนแรก เธอฝากความหวังทั้งหมดเอาไว้กับทางฝ่ายผู้จัดกิจกรรมการกุศล แต่เธอกลับนึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะพึ่งพาไม่ได้แบบนี้
การพยายามอย่างสุดความสามารถในการล้างเรื่องราวทั้งหลายให้ใสสะอาด และไม่นำเอาน้ำอันแสนสกปรกกระเซ็นโดนร่างกายของตัวเอง ก็จะช่วยป้องกันตัวเองได้ พวกเขาไม่อาจที่จะเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องอื่นได้มากจนเกินไป
ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดหายใจลึก เธอมองหลิวต๋าและฉีเจ๋อ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นว่า “รบกวนคุณหลิวและคุณฉีที่ต้องมาถึงบริษัทแย่เลยนะคะ ดิฉันจะนำเรื่องนี้ไปรายงานให้ท่านประธานเผยทราบเองค่ะ พอดีดิฉันยังมีธุระที่ต้องไปจัดการ คงไปส่งพวกคุณไม่ได้นะคะ”
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์พูดจบ เธอก็หันหลังและเดินจากไป
องค์กรการกุศลนี้ช่างไร้ซึ่งศีลธรรมและสัจธรรมเสียจริง เผยลี่เชินบริจาคเงินไปก็ไม่น้อย แต่พวกเขากลับเลือกที่จะตอบกลับด้วยคำตอบเช่นนี้ ทั้งหมดนี้ช่างเป็นการทำงานแบบขอไปทีเสียเหลือเกิน
ไป๋เสว่เอ๋อร์กลั้นหายใจ เมื่อเธอกลับไปถึงยังสำนักงาน เธอก็นำเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดกลับไปยังคฤหาสน์ และส่งต่องานให้กับผู้ช่วยฝึกหัดเรียบร้อยแล้ว เธอก็ออกจากบริษัท
เมื่อเธอมาถึงยังคฤหาสน์ ขณะที่เธอยังไม่ได้เข้าไปในบ้านนั้น เธอก็เห็นป้าจางเดินยิ้มต้อนรับออกมาหาเธอ
ไป๋เสว่เอ๋อร์กอดเอกสารเอาไว้ พร้อมกับถามไปว่า “ป้าจางคะ เผยลี่เชินอยู่ที่ห้องอ่านหนังสือหรือเปล่าคะ”
ป้าจางรู้สึกลังเล เธอมีบางอย่างอยากจะพูด แต่ไม่รู้จะพูดออกไปดีไหม “คุณหนูไป๋...”
“มีอะไรเหรอคะ” ไป๋เสว่เอ๋อร์หยุดชะงักครู่หนึ่ง เธอมีสีหน้าที่จริงจังขึ้นในทันที “เขาเป็นอะไรเหรอคะ”
ป้าจางรีบอธิบายโดยทันที “คุณผู้ชายไม่เป็นอะไรค่ะ คุณผู้ชายกำลังรับแขกอยู่ในห้องอ่านหนังสือ คุณหนูไป๋อย่าเพิ่งขึ้นไปสักพักน่าจะดีกว่าค่ะ”
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้น เธอก็เข้าใจในทันที เธอพยักหน้า กอดเอกสารเอาไว้ และเดินตรงไปที่โซฟา “ถ้าอย่างนั้น หนูจะรอสักพักแล้วค่อยขึ้นไปค่ะ”
การมีแขกมาเยี่ยมเยียนเผยลี่เชินนั้นเป็นเรื่องที่ปกติมาก ยิ่งช่วงนี้เรื่องที่เขาบาดเจ็บก็ถูกสื่อของเมืองไห่เฉิงรายงานออกไปอย่างกว้างขวางด้วย ทำให้มีจำนวนคนไม่น้อยที่อาศัยโอกาสนี้ในการมาเยี่ยมเขาที่บ้าน
เธอนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก พลิกเอกสารที่อยู่ในมือ และคัดแยกเอกสารประเภทเดียวกันเอาไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้เผยลี่เชินสะดวกในการตรวจสอบ
เมื่อเวลาผ่านไป 20 นาทีโดยไม่รู้ตัว ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นที่บริเวณหน้าบันได เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมอง เธอก็มองเห็นหญิงสาวรูปร่างหน้าตางดงามคนหนึ่งกำลังเดินลงมาจากบันได
เหอหย่าหานสวมเสื้อโค้ตสีน้ำตาลอ่อนคล้ายสีขนอูฐ ผมของเธอยาว ดัดเป็นลอนและปล่อยเอาไว้อย่างสบาย อารมณ์ของเธอช่างสดชื่นและดูอ่อนโยน เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมอง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับสายตาของไป๋เสว่เอ๋อร์ที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาพอดี
ทันใดนั้น บรรยากาศก็เย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที
ไป๋เสว่เอ๋อร์ถอนสายตาของเธอ และก้มหน้าพลิกเอกสารในมือต่อไป แต่ทว่าเสียงฝีเท้าของหญิงสาวคนนั้นกลับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับว่ากำลังเดินเข้ามาหาเธอโดยตรง
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น เธอก็พบว่าเหอหย่าหานมายืนอยู่ที่บริเวณข้างหน้าของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอฉีกยิ้มออกมา พร้อมกับทักทายอย่างสุภาพว่า “สวัสดีค่ะ คุณหนูเหอ ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะคะ”
ดวงตาของเหอหย่าหานเต็มไปด้วยความเย็นชา สายตาของเธอมองไป๋เสว่เอ๋อร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่กี่วินาทีต่อมา เธอก็พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นว่า “เธอมาทำอะไรที่นี่”
“ฉันมาส่งเอกสารให้ท่านประธานเผยค่ะ” ขณะที่ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังพูดนั้น เธอก็ยกกองเอกสารขึ้นมา เธอลุกขึ้นและยิ้มให้กับเหอหย่าหาน
สีหน้าของเหอหย่าหานไม่สู้ดีนัก ไม่นานนัก เธอก็สั่งไป๋เสว่เอ๋อร์ว่า “เธอออกมานี่ ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ”