ตอนที่ 134
ตอนที่ 134 ผมจริงจังนะ
October 28, 2026
ตอนที่ 134 ผมจริงจังนะ
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้น เธอก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
เป็นไปได้ไหมว่าเมื่อครู่นี้ เขาไม่ได้ยินอะไรเลยน่ะ
เธอเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าของเธอปรากฏให้เห็นรอยยิ้มขึ้นมา เธอพูดอย่างเบาๆ ว่า “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่พูดคุยกันเรื่องทั่วไปสบายๆ น่ะค่ะ”
สายตาของชายหนุ่มเข้มขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะมองออกว่าเธอกำลังปกปิดอะไรบางอย่างอยู่ เขายิ้มที่มุมปากและก้าวลงบันไดไปอีก 2-3 ขั้น พร้อมกับถามกลับและหัวเราะเล็กน้อย “ผมจะไปได้ยินคุณพูดว่าคนสองคนเข้ากันได้ดี หรือรักษาหน้าของกันและกันได้อย่างไร”
คอของไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกแน่นขึ้นมาทันที เธอพูดไม่ออก การที่เขาพูดแบบนี้แสดงว่าเขาได้ยินชัดเจนแล้ว แล้วทำไมเมื่อกี้ถึงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วเจตนาถามเธอกลับมาแบบนั้นกันนะ
“นี่ ไป๋เสว่เอ๋อร์” เผยลี่เชินจงใจเรียกชื่อของเธอทีละคำอย่างช้าๆ โทนเสียงของเขาอ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความลึกลับอย่างบอกไม่ถูก
แก้มทั้งสองข้างของไป๋เสว่เอ๋อร์ร้อนไปหมด แต่เธอกลับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “ฉันคิดว่าถ้าจะเล่นละครตบตาเธอก็ต้องเล่นให้เข้าถึงบทบาทค่ะ ในเมื่อคราวก่อนพวกเราแสดงละครตบตาคุณหนูเหอไปแล้ว ครั้งนี้ก็ต้องเล่นละครต่อไปค่ะ...”
ในขณะที่เธอยังไม่ทันพูดจบประโยคดีนั้น เผยลี่เชินก็ก้าวลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายเสียแล้ว เขาเอื้อมมือและคว้าตัวเธอเข้าไปกอดอยู่ในอ้อมแขนของเขา
ไป๋เสว่เอ๋อร์เงยหน้าโดยไม่รู้ตัว จังหวะนั้นสายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่ส่องประกายของชายหนุ่มในทันที
สีหน้าของเผยลี่เชินดูจริงจัง ไม่มีทีท่าว่าเขาจะล้อเล่นเลยสักนิดเดียว “แต่ว่าผมจริงจังนะ”
ภายในหัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกบีบรัดแน่นขึ้นมาชั่วครู่ เลือดที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างของเธอพลันหยุดนิ่งและแข็งขึ้นมาในทันที
“ฉัน...” เธอเอ่ยปาก ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี เผยลี่เชินยิ้มที่มุมปาก พร้อมกับจับคางของเธอขึ้น และใช้นิ้วค่อยๆ ลูบไล้ไปตามริมฝีปากที่เปิดอยู่เล็กน้อยของเธอ สายตาของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ลึกซึ้ง
เขาหัวเราะเบาะๆ “คุณเป็นอะไรไปน่ะ ไม่ยินยอมเหรอ”
หัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์หวั่นไหวเล็กน้อย เธอมองไปที่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า และลืมคำตอบอื่นใดไปหมดทั้งสิ้น ความรู้สึกที่เผยลี่เชินมีให้กับเธอนั้นแสดงออกอย่างชัดเจนผ่านทางดวงตาของเขา มือของเขาที่จับอยู่บริเวณเอวของเธอนั้นรัดแน่นขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับอาศัยแรงดึงตัวเธอเข้าหาตัวของตนเอง
เขาก้มศีรษะลง และโน้มเข้ามาใกล้ใบหูของเธอโดยอัตโนมัติ เขากระซิบอย่างแผ่วเบาว่า “คุณไม่ต้องพูดหรอก ผมรู้ว่าคุณยินยอมนะ”
ลมหายใจอันอบอุ่นกระจายอบอวลไปทั่วบริเวณช่วงไหล่ของไป๋เสว่เอ๋อร์ ทำให้เธอรู้สึกได้ว่าบริเวณคอ แขน ขา และทั่วร่างกายของเธอนั้นรู้สึกชาไปทั้งหมดเสียแล้ว
ร่างกายของไป๋เสว่เอ๋อร์อ่อนแรง เธอเอื้อมมือไปออกไปอย่างไม่อาจควบคุมได้ และกอดเข้าไปที่ร่างของชายหนุ่มอย่างเบามือ เผยลี่เชินอาศัยจังหวะนั้น ดันเธอชิดเข้ากับกำแพงที่อยู่ด้านหลัง พร้อมกับจูบเธออย่างไม่รีรอให้เธอได้เอ่ยคำพูดใดๆ
ชั่วครู่นั้น ท้องฟ้ากลับหมุนไปรอบๆ ตอนนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์กลับรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นน้ำที่ไร้รูปร่างไปเสียแล้ว สมองของเธอไม่ยอมรับฟังคำสั่งใดๆ อีกต่อไป
กลิ่นอันหอมหวานของหญิงสาวลอยอบอวลติดไปทั่วปลายจมูกของเผยลี่เชิน เขายิ่งสูดหายใจหนักขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายที่สุด เขาก็ทนไม่ไหวและกระซิบที่ข้างหูของหญิงสาวว่า “กลับห้องกับผมนะ”
แก้มทั้งสองข้างของไป๋เสว่เอ๋อร์แดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายของเธอเกือบครึ่งหนึ่งแนบชิดอยู่กับร่างกายของเผยลี่เชิน ขาของเธออ่อนแรงจนยืนไม่อยู่ สติสัมปชัญญะสุดท้ายของเธอดึงสติกลับมาให้เธอตอบปฏิเสธเขา “ไม่ได้นะคะ...แผลของคุณยังไม่หายดีเลยค่ะ...”
เมื่อเผยลี่เชินได้ยินดังนั้น เขาก็ยิ้มขึ้นที่มุมปากและหัวเราะเบาๆ “ไม่เป็นไรหรอก”
ขณะที่เขาพูดอยู่นั้น เขาก็ใช้มือข้างหนึ่งโอบเธอเข้าไว้ในอ้อมแขน และก็ก้าวขึ้นบันไดไป...
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังจะลุกขึ้น แต่ทว่าเผยลี่เชินที่นอนอยู่ข้างๆ นั้นกลับเอื้อมมือมาดึงเธอให้กลับไปนอนในทันที
ไป๋เสว่เอ๋อร์หายใจอย่างแผ่วเบาอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม เธอขมวดคิ้วและทำเสียงไม่พอใจ ทันใดนั้น คางของเธอก็ถูกจับให้เงยขึ้นมา เผยลี่เชินเลิกคิ้วขึ้น “คุณจะไปอย่างนี้เหรอ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง แค่นี้ยังไม่พอเหรอ...เขายังต้องการอะไรอีกกันนะ
เธอปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมาได้ เธอจึงอาศัยจังหวะนี้เปลี่ยนเรื่องพูดคุย “ฉัน... ฉันยังมีเรื่องที่อยากจะคุยกับคุณ...”
เอกสารจำนวนหนึ่งที่วันนี้เธอนำมาจากบริษัทนั้นต้องการลายเซ็นของเขาทั้งหมด และวันนี้เรื่องที่เธอได้ต้อนรับผู้รับผิดชอบจากองค์กรการกุศล เธอก็ยังไม่ได้คุยกับเขาเลย