ตอนที่ 136
ตอนที่ 136 จงใจทำให้เธออับอาย
October 28, 2026
ตอนที่ 136 จงใจทำให้เธออับอาย
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋ในทันที เมื่อเธอเปิดประตูและมองไปรอบๆ บ้านแล้ว เธอก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคุณแม่ไป๋เลยสักนิดเดียว
เมื่อผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ในที่สุด ก็มีเสียงประตูเปิดดังขึ้น ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังนั่งอยู่บนโซฟา สีหน้าของเธอเรียบเย็นราวกับน้ำแข็ง สายตาของเธอจับจ้องไปที่ประตูบ้าน และค้างนิ่งอยู่เช่นนั้น
คุณแม่ไป๋เดินเข้าถึงบริเวณทางเข้าบ้าน เธอก้มศีรษะพร้อมกับเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ เมื่อเธอลุกขึ้นยืน ทันใดนั้น เธอก็เห็นว่ามีใครบางคนกำลังนั่งอยู่บนโซฟา เธอก็ตกใจขึ้นมาในทันที
“เสว่... เสว่เอ๋อร์ ทำไมลูกถึงมานั่งเงียบๆ อยู่ตรงนี้ล่ะ”
คุณแม่ไป๋รีบเดินไปหาเธอ เมื่อเธอเห็นว่าสีหน้าของไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่สู้ดีนัก เธอจึงรีบเล่าให้ลูกสาวฟังทันที “เมื่อกี้แม่ออกไปกินมื้อเช้ามา...”
ไป๋เสว่เอ๋อร์เก็บอารมณ์ความโกรธเอาไว้ และแกล้งทำเป็นนิ่งสงบ “ไปกินที่ไหนมาเหรอคะ”
คุณแม่ไป๋พูดอย่างตะกุกตะกัก “ก็... ก็ตรงแถวทางตะวันออกของเขตชุมชน...”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พูดสวนขึ้นมาขัดจังหวะแม่ของเธอ “แม่คะ มาถึงขนาดนี้แล้ว แม่ยังจะโกหกหนูอีกเหรอคะ”
ตอนที่ไป๋เสว่เอ๋อร์โทรไปหาแม่ของเธอเมื่อวานนี้ เวลาในตอนนั้นก็ค่อนข้างดึกแล้ว แต่ว่าแม่ของเธอกลับไม่อยู่บ้าน วันนี้เธอก็รีบกลับมาบ้านแต่เช้าตรู่ แต่แม่ของเธอก็กลับไม่อยู่บ้านเช่นกัน เห็นได้ชัดว่า เมื่อคืนนี้คุณแม่ไป๋ไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน
คุณแม่ไป๋ขมวดคิ้ว “แม่จะโกหกลูกทำไมล่ะ เสว่เอ๋อร์”
“หนูเพิ่งกลับมาจากทางตะวันออกของชุมชน ไม่เห็นจะมีร้านขายอาหารเช้าเปิดอยู่เลยสักร้านเดียว แม่คะ เมื่อวานตลอดทั้งคืน แม่ไม่ได้กลับมาบ้านใช่ไหมคะ”
คุณแม่ไป๋มีสีหน้าที่ซีดเผือด เธอพูดอะไรไม่ออก เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็ถอนหายใจออกมา และเดินไปนั่งข้างๆ ไป๋เสว่เอ๋อร์ ในที่สุด เธอก็ยอมรับออกมา “ที่ลูกพูดน่ะถูกต้องแล้ว เมื่อคืนแม่ไม่ได้กลับมาที่บ้าน”
“แม่คะ แม่ไปไหนมา”
ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าไม่ควรพูดกับแม่ด้วยน้ำเสียงแบบนี้ แต่ทว่าหลังจากที่ตระกูลไป๋เกิดเรื่องนั้น พฤติกรรมและอากัปกิริยาของคุณแม่ไป๋ก็ยิ่งแปลกขึ้นทุกทีๆ
คุณแม่ไป๋เสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย “เมื่อวานแม่ไปอยู่กับน้าหรงมา...”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้ว “พวกแม่ทำอะไรกันทั้งคืนน่ะ ทำไมถึงไม่กลับบ้านกันคะ”
“พวกแม่ก็ดื่มชาคุยเล่นกันนั่นแหละ สุดท้ายน้าหรงแกเห็นว่ามืดค่ำแล้ว ก็เลยให้แม่นอนค้างที่บ้านแกน่ะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์กำโทรศัพท์ในมือเอาไว้แน่น ครู่ต่อมา เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “เดี๋ยวหนูโทรถามน้าหรงดู”
ขณะที่เธอพูดอยู่นั้น เธอก็กำลังจะกดโทรออก ทันใดนั้น คุณแม่ไป๋ก็เอื้อมมือมาคว้าโทรศัพท์มือถือของเธอเอาไว้
คุณแม่ไป๋ขึ้นเสียงถามกลับไปว่า “ลูกทำอะไรน่ะ เสว่เอ๋อร์ ลูกไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่แม่พูดแล้วเหรอไง”
ภายในใจของไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกแน่นขนัด เธอมองดูคุณแม่ จมูกเริ่มหายใจลำบากมากยิ่งขึ้น และอดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลออกมา “แม่คะ แม่เป็นคนบอกหนูเองว่าถ้ามีเรื่องอะไรหนูจะต้องบอกแม่ทุกเรื่อง แต่แม่ล่ะคะ หลังจากที่พ่อถูกจับไป หนูว่าแม่เปลี่ยนไปมากเลยนะ ไม่ว่าจะเรื่องไหนๆ ก็ไม่เห็นบอกหนูเลยสักนิด...”
สีหน้าของคุณแม่ไป๋เย็นชาขึ้นมา เธอจ้องมองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อร์ ทันใดนั้น เธอก็ยิ้มอย่างขมขื่น “เสว่เอ๋อร์ ลูกคิดว่าแม่กำลังมีเรื่องที่ปิดบังลูกอยู่สินะ แต่ว่าลูกล่ะ เห็นได้ชัดว่าลูกมีบาดแผลบนตัวแบบนั้น ลูกยังไม่เคยเล่าให้แม่ฟังบ้างเลย! ครั้งก่อนลูกก็ต้องนอนโรงพยาบาล ถ้าเกิดว่าเผยลี่เชินไม่โทรศัพท์บอกแม่ล่ะก็ เกรงว่าคนอย่างแม่ก็คงไม่รู้เลยว่าลูกถูกทำร้าย!”
ขณะที่คุณแม่ไป๋พูด น้ำตาของเธอก็รื้นขึ้นมาในดวงตา ในชั่วเวลานั้น หัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รู้สึกบีบแน่น เธอพูดอะไรไม่ออก
อันที่จริง หลังจากที่ตระกูลไป๋เกิดเรื่องนั้น มีเรื่องราวมากมายที่เธอไม่ได้บอกเล่าให้แม่ของเธอฟัง รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเผยลี่เชิน และอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการที่เธอไม่ระวังที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เธอทำงานด้วย
เหตุผลที่เธอไม่บอกแม่ของเธอ ก็เพราะว่าเธอกลัวแม่ของเธอจะเป็นกังวล เธอรับหน้าที่ทำงานหาเงิน ส่วนแม่ของเธอแค่ได้อยู่บ้านอย่างสุขสบายก็นั้นเพียงพอแล้ว...
ภายในใจของไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกเจ็บปวด เธออยากที่จะอธิบาย “แม่คะ หนูขอโทษ ที่หนูไม่บอกแม่ก็เพราะหนูไม่อยากให้แม่ต้องเป็นห่วง แล้วก็...”
คุณแม่ไป๋ส่ายหัว “ช่างเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว แม่กลับห้องไปพักผ่อนก่อนนะ”
ขณะที่คุณแม่ไป๋พูดอยู่นั้น เธอก็ลุกขึ้น และเดินขึ้นบันไดจากไป
ไป๋เสว่เอ๋อร์นั่งอยู่บนโซฟา มองดูภาพเบื้องหลังของแม่เดินจากไป ภายในหัวใจของเธอรู้สึกสับสน
เธอก้มหน้าลง กำโทรศัพท์มือถือ และรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก เธอนั่งอยู่บนโซฟาเป็นเวลานาน ในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นยืนนั้น สายตาของเธอก็มองไปที่อะไรบางอย่างที่ตกอยู่ข้างๆ เธอบนโซฟา เธอเห็นแหวนวงหนึ่งตกอยู่บนเบาะโซฟา ทำให้เธอชะงักไปโดยไม่รู้ตัว
เธอหยิบแหวนขึ้นมา และมองสำรวจ เธอรู้จักดีว่ามันเป็นตราสินค้าของอะไร แหวนวงนั้นเป็นของตราสินค้าระดับไฮเอนด์ที่คุณแม่ไป๋ชื่นชอบอย่างมากมาตลอด ก่อนหน้านี้เธอมีเครื่องประดับจำนวนหนึ่งที่เป็นของตราสินค้านี้ ซึ่งไป๋เสว่เอ๋อร์จำได้ทั้งหมด