ตอนที่ 138
ตอนที่ 138 ปลดกระดุมแล้วแต่กลับวิ่งหนี
October 28, 2026
ตอนที่ 138 ปลดกระดุมแล้วแต่กลับวิ่งหนี
บริเวณที่ผู้ช่วยฝึกหัดล้มทับเผยลี่เชินไปเมื่อกี้นั้นคือตำแหน่งที่มีบาดแผลพอดี ถ้าเกิดว่าบาดแผลของเขายังไม่หายดีล่ะก็ ในเมื่อเขาถูกล้มทับแบบนี้ อาการของเขาอาจจะแย่กว่าเดิมก็เป็นได้
เผยลี่เชินนั่งลงตรงโต๊ะทำงาน พร้อมกับพูดอย่างเบาๆ ว่า “ไม่เป็นไร”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้แต่ขมวดคิ้วแน่น เมื่อกี้เธอก็เห็นอยู่ว่าหลังจากที่เผยลี่เชินโดนล้มทับแล้ว ใบหน้าของเขาบ่งบอกว่าเขารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในทันที
เธอสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าและเดินก้าวไปข้างหน้า “ให้ฉันดูหน่อยค่ะ”
ครั้งก่อนที่เธอบาดเจ็บ เผยลี่เชินก็เคยพูดกับเธอแบบนี้เหมือนกัน ถ้าเกิดเธอขอให้เขาเปิดแผลให้ดู มันก็คงไม่มากเกินไปใช่ไหม
เมื่อเผยลี่เชินได้ยินดังนั้น มือของเขาก็ชะงัก เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย และมองไปที่หญิงสาว จากนั้นไม่กี่นาที เขาก็ตอบเธอกลับไปว่า “แน่ใจนะว่าคุณอยากดู”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้าตอบรับ ซึ่งทำให้เขาประหลาดใจอย่างมาก
เผยลี่เชินนิ่งไป เขาวางเอกสารที่อยู่ในมือลง ลุกขึ้นยืน และเดินไปนั่งลงบริเวณโซฟา
ไป๋เสว่เอ๋อร์เข้าใจดี เธอจึงเดินตามเขาไปอย่างช้าๆ จู่ๆ หัวใจของเธอก็เต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอนั่งลงข้างๆ เผยลี่เชิน เอื้อมมือออกไปเพื่อปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตของเขาทีละเม็ดอย่างเบามือ
ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอรู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มแปลกๆ ขึ้นมาเล็กน้อย ยิ่งเธอกังวลเท่าไร มือของเธอก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น
เมื่อกระดุมถูกปลดออก ก็เผยให้เห็นผิวสีข้าวสาลีของเผยลี่เชิน รวมไปถึงผ้าพันแผลที่อยู่ตรตงไหล่ของเขาด้วย
ไป๋เสว่เอ๋อร์ดึงเสื้อเชิ้ตครึ่งหนึ่งของเขาออกไปอย่างระมัดระวัง เพื่อให้เห็นผ้าพันแผลอย่างชัดเจน เมื่อเธอมองดูบาดแผลนั้น เธอก็ขมวดคิ้วขึ้นในทันที
ผ้าพันแผลของเขามีร่องรอยเลือดซึมออกมา เป็นภาพที่ไม่น่าดูเท่าไรนัก เธอจับแขนเสื้อเชิ้ตเอาไว้แน่น พร้อมกับสูดหายใจลึกเข้าไป “แผลของคุณมีเลือดออกค่ะ”
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ก็สบตาเข้ากับดวงตาของเผยลี่เชินพอดี เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถามเขาไปว่า “ไปให้โรงพยาบาลทำแผลใหม่ดีไหมคะ”
“ไม่ต้องหรอก” เผยลี่เชินจ้องมองเข้าไปที่ดวงตาของเธอ พร้อมกับเอื้อมมือของเขาไปกุมมืออันเรียวเล็กของเธอ
ไป๋เสว่เอ๋อร์กังวลอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่ต้องได้อย่างไรกันคะ ถ้าเป็นแบบนี้แผลจะหายยากขึ้นนะคะ อีกอย่างแผลจะติดกับผ้าพันแผลเอานะคะ พอถึงตอนนั้นแล้ว...”
เมื่อเธอรับรู้ได้ถึงรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นในดวงตาของชายหนุ่ม ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็หยุดพูดในทันที เธอเงียบไปครู่หนึ่ง “ทำไมคุณถึงยังยิ้มออกได้อยู่คะ”
เมื่อพูดถึงการบาดเจ็บแล้ว เขาก็เคยบาดเจ็บมามากหลายครั้งทีเดียว หลังจากทำงานในห้างสรรพสินค้ามานานหลายปี เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์ใดๆ ไม่เคยต้องเจ็บตัวสักนิดเดียว และสถานการณ์แบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับเขามาก
แต่เมื่อมองใบหน้าของหญิงสาวที่แดงก่ำเพราะเต็มไปด้วยความกังวล เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ค่อยกลับบ้านไปเปลี่ยนตอนเย็นวันนี้ก็ยังไม่สายไปหรอก”
ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น เผยลี่เชินก็ยกมือของเขาขึ้น และเอื้อมไปหยิกแก้มของหญิงสาว เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แต่คุณนี่สิ กลับเป็นห่วงผมมากขนาดนั้นแทน”
แก้มของไป๋เสว่เอ๋อร์ร้อนขึ้นมาในทันที เธอรีบตอบปฏิเสธกลับไป “เปล่าซะหน่อย...”
เธอรีบลุกขึ้นยืน และถอยห่างจากเผยลี่เชินในทันที พร้อมกับทำหน้าขึงขังและพูดว่า “ท่านประธานเผยคะ ดิฉันยังมีงานอื่นที่ต้องทำอีก ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ...”
ขณะที่เธอพูดอยู่นั้น เธอก็หมุนตัวพร้อมจะเดินจากไป แต่เผยลี่เชินกลับเรียกให้เธอหยุดอยู่ตรงนั้นในทันที “รอก่อนสิ”
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์หันกลับมา เธอก็เห็นสายตาของชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จัก เขาก้มลงไปมองที่เสื้อเชิ้ตที่กำลังเผยให้เห็นแผงอกของเขาอยู่ “คุณปลดกระดุมผม แถมยังไม่ทันติดกระดุมคืนให้เสร็จ คุณก็จะวิ่งหนีไปเสียแล้วเหรอ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกอายเล็กน้อยขึ้นมาทันที “ท่านประธานเผย คุณติดเองเถอะค่ะ...”
เมื่อเผยลี่เชินได้ยินดังนั้น เขาก็โน้มตัวพิงไปที่โซฟา พร้อมกับจงใจพูดว่า “ผมเจ็บมือ ติดเองไม่ได้หรอก”
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้น เธอได้ขบริมฝีปากของเธอ พร้อมกับรวบรวมความกล้าเดินกลับไป
เธอเดินกลับไปและไปนั่งลงที่ข้างชายหนุ่ม เธอเอื้อมมือออกไปกลัดกระดุมคืนให้เขาทีละเม็ด จนกระทั่งถึงเม็ดบนสุดบนเสื้อเชิ้ต
เมื่อกระดุมทุกเม็ดถูกกลัดคืนเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังจะชักมือของเธอกลับมานั้น มือข้างหนึ่งของเธอก็ถูกใครบางคนคว้าหมับเข้าให้เสียแล้ว
เธอเงยหน้าขึ้นมอง และสบตาเข้ากับดวงตาที่แสนเป็นประกายของเผยลี่เชิน
เผยลี่เชินรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยด้วยเหตุผลบางอย่าง หญิงสาวแค่นั่งอยู่ข้างๆ เขาและกลัดกระดุมให้เขาเท่านั้น นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด และไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานใดๆ เอาเสียเลย
ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดหายใจลึก “เป็นอะไรไปคะ”