ตอนที่ 209
ตอนที่ 209 ครั้งหน้าเปลี่ยนเป็นการกระทำก็พอแล้ว
October 28, 2026
ตอนที่ 209 ครั้งหน้าเปลี่ยนเป็นการกระทำก็พอแล้ว
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกงงเป็นไก่ตาแตก “ถ้าอย่างนั้น เมื่อกี้ทำไมคุณถึง...”
เผยลี่เชินขยิบตาให้หญิงสาว จากนั้นเขาก็ก็หยิบผ้านวมออกมาจากตู้เสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ด้านข้าง และวางลงบนเตียง เขาเดินไปที่เตียงของไป๋เสว่เอ๋อร์ พร้อมกับค่อยๆ กดตัวเธอให้เอนหลังนอนลงบนเตียง “ที่ศีรษะของคุณยังมีแผลอยู่ จะให้ผมมานอนบนเตียงเดียวกับคุณไม่ได้หรอก คุณพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ ผมจะนอนอยู่ข้างๆ ตรงนี้เป็นเพื่อนคุณเอง”
ไป๋เสว่เอ๋อร์นิ่งเงียบไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง เธอรู้สึกว่าเผยลี่เชินวางแผนแกล้งเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่รู้จะโกรธหรือยิ้มดี สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ทำได้เพียงนอนนิ่งเงียบอยู่บนเตียงเท่านั้น
เมื่อไฟดับลง ภายในห้องผู้ป่วยก็มืดลงในทันที ไป๋เสว่เอ๋อร์นอนอยู่บนเตียง แต่กลับไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิดเดียว
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จู่ๆ จะตัดสินใจพูดออกมาว่า “เผยลี่เชิน...”
“หืม”
ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ “เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ขอโทษด้วยนะคะ”
เรื่องราวของคุณแม่ไป๋อยู่เหนือการควบคุมของเผยลี่เชิน เหตุผลที่เขาปิดบังความจริงกับเธอ นั่นก็เพราะเขาต้องการทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นนั่นเอง
“ไป๋เสว่เอ๋อร์ คุณรู้ไหม ผมเกลียดที่สุดเวลาคุณพูดคำคำนี้กับผม”
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้น เธอก็ยิ้มแหยที่ริมฝีปากขึ้น ขณะที่เธอกำลังจะถอนคำพูด ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นอีกครั้งพอดี
“ถ้าครั้งหน้าคุณคิดจะพูดคำคำนี้อีกล่ะก็ คุณเปลี่ยนจากคำพูดเป็นการกระทำที่เห็นได้จริงก็พอแล้ว”
ประโยคนี้ประโยคเดียวเท่านั้น ทำให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ถึงกับไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลย
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับพูดออกมาอย่างเขินอายว่า “ฉันจะนอนแล้ว!”
ในเช้าตรู่วันต่อมา เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์ตื่นขึ้นมา เธอก็เห็นว่าที่โต๊ะด้านหน้านั้นมีอาหารเช้าวางอยู่เรียบร้อยแล้ว เธอลุกขึ้นนั่งตัวตรง แต่ทว่าเธอกลับไม่เห็นเงาของเผยลี่เชินอยู่ในห้องผู้ป่วยนี้เลย
เธอลุกขึ้นและเดินออกไปยังด้านนอก เธอก็มองเห็นเผยลี่เชินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักในทันที กำลังยืนอธิบายตักเตือนโจ๋วฝันที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
เมื่อเผยลี่เชินหันหลังกลับมา เขาก็เห็นไป๋เสว่เอ๋อร์อยู่ที่หน้าประตูห้อง เขาขมวดคิ้วในทันที “กลับเข้าไปในห้องสิ ข้างนอกหนาวจะตาย”
น้ำเสียงของชายหนุ่มที่ตอบกลับมานั้นฟังไม่รื่นหูเสียเลย ไป๋เสว่เอ๋อร์จึงได้แต่พูดว่า “อืม” เป็นการตอบกลับไป จากนั้นก็เดินหันหลังกลับเข้าห้องไป
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์เดินกลับไปที่เตียงแล้ว เธอก็หยิบซาลาเปาหนึ่งลูกขึ้นมากัดเต็มคำ จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นบริเวณที่ประตู
เมื่อเผยลี่เชินผลักประตูเข้ามา และเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังนั่งอึ้งอยู่บนเตียง พร้อมกับกินซาลาเปาอยู่เต็มปาก เขาก็เลิกคิ้วขึ้น และพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับผู้หญิงที่แสนจะธรรมดาติดดิน ไม่สนใจภาพลักษณ์ใดๆ มานั่งอยู่ตรงหน้าเขา
ไป๋เสว่เอ๋อร์อึ้งไปครู่หนึ่ง “คุณหัวเราะอะไรน่ะ”
“เปล่าสักหน่อย” เผยลี่เชินกระแอมออกมาเบาๆ สองครั้ง จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่อง “วันนี้ผมอาจมีงานที่ต้องจัดการตลอดทั้งวัน ผมเลยเรียกโจ๋วฝันมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัยของคุณ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้า ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากถามเรื่องสแควร์หั้นต๋านั้น โทรศัพท์มือถือของเผยลี่เชินก็ดังขึ้นมาพอดี
เขารับสาย ทันใดนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดแน่นและดูจริงจังขึ้นมาอย่างมาก หลังจากที่ฟังปลายสายพูดได้ไม่กี่ประโยค สีหน้าของเขาก็ดูเครียดขึ้นมาไม่น้อยทีเดียว
“ผมยังไม่ได้อนุญาตเลย แล้วทำไมถึงได้ปล่อยให้เขาพาคนพวกนั้นไป!”
น้ำเสียงของเผยลี่เชินทำให้ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกตกใจกลัว เธอชะงักไปครู่หนึ่ง และก็รู้สึกเครียดตามบรรยากาศขึ้นมาในทันที
มือข้างที่ถือโทรศัพท์ของเผยลี่เชินนั้นกำแน่น เส้นเลือดที่ด้านหลังมือของเขาผุดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเจน
“ผมรู้แล้ว”
เขาวางสายและเก็บโทรศัพท์มือถือ สีหน้าของเขานั้นดูเศร้าขึ้นมา
ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบเอ่ยปากถามเขาทันที “เกิดอะไรขึ้นคะ”
เผยลี่เชินตอบด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดว่า “เมื่อวาน ผมให้คนจับกุมตัวบรรดาคนที่ก่อความไม่สงบเอาไว้ แต่ว่าวันนี้คนจากหน่วยสันติบาลกลับมาพาคนพวกนั้นไปเสียแล้ว คนที่อยู่ตรงนั้นบอกว่าเป็นคำสั่งมาจากเบื้องบน”
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้น เธอก็นิ่งเงียบไปสักพักใหญ่