ตอนที่ 219
ตอนที่ 219 ทำให้ผู้ชายหลงเสน่ห์ก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่ง
October 28, 2026
ตอนที่ 219 ทำให้ผู้ชายหลงเสน่ห์ก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่ง
มองดูสีหน้านี้ของเจียงหวั่นหวั่น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รีบลุกยืนขึ้นในทันที “เป็นอะไรไป?”
เจียงหวั่นหวั่นก้าวขาเดินเข้ามา ใบหน้าเล็กๆรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจนแดงก่ำ คิ้วขมวดเข้าหากัน มือนึงดึงแขนของไป๋เสว่เอ๋อร์มากอดไว้ข้างในอ้อมแขนในทันที “ฉันถูกคนใส่ร้าย...”
เธอยังพูดไม่ทันจบ ในน้ำเสียงก็แฝงไปด้วยความสะอึกสะอื้น จากนั้นน้ำตาก็ทะลักออกมาไม่ยอมหยุด
ไป๋เสว่เอ๋อร์ตกตะลึงไปชั่วขณะ รีบหยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้ ดึงเธอมานั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยปากถามขึ้นว่า “ทำไมถึงร้องไห้? เกิดอะไรขึ้นหวั่นหวั่น เธอพูดดีๆ...”
“แผนกของเรามีเพื่อนร่วมงานหญิงคนนึงชื่อว่าเฝิงเช่น ช่วงนี้เธอซื้อกำไลข้อมือรุ่นลิมิเต็ดมาชุดหนึ่ง เมื่อวานอยู่ๆก็หาไม่เจอ ทั่วทั้งห้องทำงานต่างก็ช่วยเธอหาก็หาไม่เจอ วันนี้ตอนที่กำลังจัดเอกสาร มีคนเห็นว่าในแฟ้มเอกสารของฉันมีกำไลข้อมือชุดนึงอยู่ ก็เรียกเฝิงเช่นมา แล้วก็เป็นชุดนั้นที่เธอทำหายจริงๆ เธอก็เลยคิดว่าเป็นฉันที่ขโมยกำไลข้อมือเส้นนั้น ด่าฉันยกใหญ่ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานทั้งหมด...ตอนนี้เพื่อนร่วมงานทุกคนต่างคิดว่าฉันเป็นขโมย ต่างไม่สนใจฉันแล้ว...”
เจียงหวั่นหวั่นร้องไห้จนกระหืดกระหอบหายใจไม่ทัน จะให้น่าสงสารมากแค่ไหนก็น่าสงสารมากเท่านั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์เห็นท่าทีเช่นนี้ของเธอ ก็รู้สึกสงสารจับใจ รีบเอ่ยปากโน้มน้าวขึ้นมาในทันที “เอาล่ะหวั่นหวั่น เธอหยุดร้องไห้ก่อน ฉันลองคิดหาวิธี ดูว่าจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเธอได้หรือเปล่า”
ดวงตาทั้งสองข้างของเจียงหวั่นหวั่นบวมแดง เอ่ยขึ้นต่อไปว่า “ปกติเฝิงเช่นก็ไม่ชอบน้ำหน้าฉัน คราวก่อนยื่นเรื่องรายงานบิลๆหนึ่ง เดิมทีเป็นพวกเราสองคนเจรจากันมาได้ สุดท้ายตอนที่ขึ้นรายงานเธอก็รายงานเพียงแค่ชื่อของตนเอง ยังมีเรื่องเล็กๆอย่างอื่นอีกมากมาย ฉันก็รู้สึกแล้วว่าเธอไม่ชอบฉัน ตอนนี้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก เธอจะต้องยิ่งเพิ่มความได้ทีขี่แพะไล่อย่างแน่นอน ทำยังไงดีล่ะเสว่เอ๋อร์...”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น เรื่องนี้ไม่ว่าเธอจะคิดอย่างไรก็ดูเหมือนเฝิงเช่นคนนั้นจงใจที่จะทำให้เจียงหวั่นหวั่นตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ต้องการจะถือโอกาสใส่ร้ายกลั่นแกล้งเธอ
ในเวลาปกติความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ไม่ค่อยจะดีนัก เฝิงเช่นยังมักจะรังแกเธออยู่บ่อยๆ กำไลข้อมือสูญหายในคราวนี้ ไม่แน่อาจจะเป็นเรื่องที่เฝิงเช่นจงใจสร้างขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเจียงหวั่นหวั่น
“หวั่นหวั่น ไม่ต้องร้องไห้แล้ว” ไป๋เสว่เอ๋อร์ยื่นมือออกไปตบหลังเจียงหวั่นหวั่นเบาๆ แล้วเอ่ยปากพูดปลอบใจว่า “ฉันไปถามสถานการณ์เป็นเพื่อนเธอ หากพวกเขาจงใจรังแกเธอ ฉันจะไม่ใช่ว่าไม่สนใจอย่างแน่นอน”
พอเจียงหวั่นหวั่นได้ฟังเธอพูดเช่นนี้ ก็รีบพยักหน้าในทันที “เสว่เอ๋อร์ ในบริษัทนี้ฉันก็มีเธอเป็นเพื่อนแค่คนเดียว เธอไม่ช่วยฉัน ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มออกมาเล็กน้อย ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าของเธอ “เอาล่ะ ฉันไปเป็นเพื่อนเธอสักรอบ”
พวกเธอมาถึงยังโซนทำงานของฝ่ายการตลาด มีผู้หญิงวัยรุ่นสองสามคนกำลังสุมหัวกันพูดอะไรบางอย่างอยู่ คนหนึ่งในนั้นมองเห็นเจียงหวั่นหวั่น สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที ส่งสัญญาณให้พวกที่เหลือหันหน้ามา
ผู้หญิงหนึ่งในนั้นที่รูปร่างสูงโปร่งหันหน้ากลับมา พอเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆเจียงหวั่นหวั่น สีหน้าก็อึมครึมลงไปในทันที นัยน์ตาปรากฏความเย็นชาในแบบเย้ยหยันออกมา
สองมือของเธอกอดอยู่บนหน้าอก ก้าวขาเดินเข้ามาในทันที เอ่ยถามด้วยเสียงหัวเราะที่ประชดประชันว่า “ฉันก็ว่าอยู่หายไปไหน ที่แท้ไปหากำลังเสริมมาช่วยนี่เอง!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์เงยหน้าขึ้น กวาดตามองไปยังกำไลคาร์เทียร์รุ่นลิมิเต็ดที่อยู่บนข้อมือของหญิงสาว ในใจก็รู้ขึ้นมาทันทีว่า เธอคงจะเป็นเฝิงเช่นที่เจียงหวั่นหวั่นว่า
ไป๋เสว่เอ๋อร์ก้าวขาขึ้นไปเล็กน้อย ส่งยิ้มให้กับเฝิงเช่น แล้วเอ่ยปากขึ้นมาว่า “ฉันเป็นเพื่อนของหวั่นหวั่น อยากจะมาสอบถามเรื่องราวสักหน่อย ทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนร่วมงานแผนกเดียวกัน ไม่มีความจำเป็นที่จะมีเรื่องจนไม่สบายใจกันขึ้นมาเพราะว่าเรื่องเล็กน้อย”
“เรื่องเล็กน้อย?” เฝิงเช่นหัวเราะส่งเสียงออกมาอย่างประชดประชัน สายตาดูหมิ่น “คุณเลขาไป๋ คุณพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกมั้งคะ อะไรที่เรียกว่าเรื่องเล็กน้อย ขโมยกำไลที่มีมูลค่าหลายหมื่นเรียกว่าเรื่องเล็กน้อย?”
เห็นท่าทีที่เด็ดขาดของเฝิงเช่น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามย้อนกลับว่า “คุณแน่ใจได้ยังไงว่ากำไลข้อมือคือหวั่นหวั่นที่เป็นคนขโมยไป?"
เฝิงเช่นอุทานออกมาอย่างประชดประชัน “ก็อาศัยว่ามีเพื่อนร่วมงานเห็นกำไลของฉันอยู่ที่เขา พยานหลักฐานก็อยู่ครบ หรือว่าเขายังจะสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้?”
เจียงหวั่นหวั่นได้ยินเฝิงเช่นพูดเช่นนี้ ก็ขมวดคิ้วขึ้นในทันที “ฉันไม่รู้จริงๆว่ากำไลข้อมือนั่นมาอยู่ในแฟ้มเอกสารของฉันได้ยังไง”