ตอนที่ 225
ตอนที่ 225 เจ็บยาวแย่กว่าเจ็บสั้น
October 28, 2026
ตอนที่ 225 เจ็บยาวแย่กว่าเจ็บสั้น
ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้ว “อย่าคิดมาก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ?”
อีเมล์ปรากฏอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเธอ เธอจึงถูกสงสัยว่าทำให้หนังสือการประมูลรั่วไหล จะโทษเจียงหวั่นหวั่นไม่ได้
“เสว่เอ๋อร์ เธอยังคงไม่รู้ว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ถานปิน แท้จริงแล้วเป็นลุงของเฝิงเช่น เมื่อกี้ฉันฟังเฝิงเช่นพูดถึงลุงของเขาตอนอยุ่ในห้องประชุมอย่างนั้นอย่างนี้ ถึงได้เข้าใจว่าอาจจะเป็นเฝิงเช่นก็ได้ ถานปินถึงชี้เป้ามาที่เธอ!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ตะลึง กลับมาคิดถึงตอนที่ประชุมเมื่อสักครู่ดูเหมือนถานปินจะตั้งเป้ามาที่เธอจริงๆ
ที่แท้เขาเป็นลุงของเฝิงเช่น....
“ขอโทษนะ...” เจียงหวั่นหวั่นรู้สึกผิด ดึงแขนของไป๋เสว่เอ่อร์ไว้
ไป๋เสว่เอ๋อร์ตบที่หลังมือของเจียงหวั่นหวั่นเบาเพื่อปลอบโยน “ฉันไม่โทษเธอหรอก สุดท้ายฉันก็ถูกคนอื่นเล่นงานอยู่ดี แม้จะไม่ใช่เขา ก็ยังมีคนอื่นที่พร้อมจะพุ่งเป้ามาที่ฉัน”
หลังจากเจียงหวั่นหวั่นไปแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์เริ่มเขียนจดหมายสำนึกผิด
สองชั่วโมงผ่านไป เรื่องที่ไป๋เสว่เอ๋อร์ถูกลงโทษก็แพร่สะพัดไปทั่วบริษัท เธอเดินไปส่งเอกสารที่ห้องเอกสาร ก็พบกับสายตาของคนจำนวนไม่น้อยที่ดูแปลกไป
ไป๋เสว่เอ๋อร์แสร้งทำเป็นสงบนิ่ง กลับไปทำงานที่สำนักงานประธานบริษัท ทิ้งเรื่องถูกลงโทษไว้เบื้องหลัง
ถึงตอนบ่าย นึกออกว่ายังไม่ได้แจ้งให้ผู้ช่วยฝึกหัดทราบว่าต้องไปทำงานนอกสถานที่ที่สิงคโปร์ ไป๋เสว่เอ๋อร์จึงเดินไปที่ออฟฟิศของผู้ช่วยฝึกหัด เมื่อไปถึงโต๊ะของผู้ช่วยฝึกหัดจึงถาม “เสี่ยวจางครั้งนี้ต้องไปประชุมแลกเปลี่ยนที่สิงคโปร์ เธอเต็มใจจะไปกับฉันไหม?”
สายตาเสี่ยวจางเป็นประกายหลังจากได้ยิน รีบพยักหน้าด้วยความกระตือรือร้น “เต็มใจ...เต็มใจคะ!”
แต่สีหน้าของเสี่ยวหลิวดูเคร่งเครียด ไม่มีความสุข
เสี่ยวจางและเสี่ยวหลิวเข้ามาทำงานพร้อมกัน แต่ในแง่ของมนุษยสัมพันธ์ ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกเสี่ยวจางมีมนุษยสัมพันธ์ดีกว่าเสี่ยวหลิว อีกทั้งยังขยันขันแข็ง ดังนั้นจึงตัดสินใจพาเธอไปสิงคโปร์
ม้ว่าจะเป็นการลงโทษ แต่เธอคิดว่ามันเป็นความท้าทาย ตอนที่มาอยู่กับเผยลี่เชินเริ่มแรก เธอก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าเธอจะเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจการค้า ไม่ทำให้พ่อซึ่งอยู่ในเรือนจำต้องผิดหวัง ดังนั้นเธอมีความแน่วแน่ที่จะทำงานนี้ให้สำเร็จเพื่อไม่ใช้ถูกไล่ออก
เสี่ยวจางกล่าวอย่างตื่นเต้น “เลขาไป๋ วางใจเถอะคะ ฉันจะเตรียมตัวให้พร้อมทำให้ดีที่สุดคะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้ารับ “สู้....สู้”
ทันใดนั้นโทรศัพท์ตรงหน้าเสี่ยวจางดังขึ้น เธอจึงรีบรับโทรศัพท์ “สำนักงานประธานบริษัทคะ”
“คุณเหอหย่าหานใช่ไหม? ใช่คะ เธอมีนัดกับประธานเผย”
ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังจะเดินจากไป แต่พอได้ยินชื่อที่ฟังดูคุ้นๆ จึงหยุดก้าวเดิน ใจเต้นตุ๊บตับ
“ได้คะ...ได้คะ” เสี่ยวจางวางโทรศัพท์
ไป๋เสว่เอ๋อร์หันกลับมามองเสี่ยวจางพร้อมคำถาม “เหอหย่าหนานใช่ไหม?”
เสี่ยวจางพยักหน้า “เป็นเพื่อนสนิทของประธานเผย วันนี้ได้รับโทรศัพท์ของเธอ ให้แจ้งประธานเผย เกี่ยวกับกำหนดเวลานัดไว้ เวลาประมาณสี่โมงครึ่งถึงห้าโมง แต่ในตารางนัดยังไม่อัพเดท”
สี่โมงครึ่งถึงห้าโมง? นัดตอนช่วงเลิกงานพอดี คงจะออกไปด้วยกัน
ไป๋เสว่เอ๋อร์หายใจลึก จิตใจยังคงรู้สึกแปลกๆ
เห็นไป๋เสว่เอ๋อร์สีหน้าดูไม่ดี เสี่ยวจางจึงถามต่อ “เป็นไรไปคะ เลขาไป๋?ไ
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มให้ “ไม่มีอะไร”
เธอหันตัวกลับจะเดินออกจากบริเวณนั้น เพื่อกลับมาออฟฟิศตัวเอง แต่ก็เห็นเหอหย่าหานเดินออกมาจากลิฟต์ไกลๆ
สายตาทั้งสองปะทะกันด้วยความเคร่งขรึม