ตอนที่ 246
ตอนที่ 246 หาคนมาดูแลเธอ
October 28, 2026
ตอนที่ 246 หาคนมาดูแลเธอ
“ไม่คุ้มค่า” คำสามคำนี้เปรียบได้กับมีดที่แสนคม เชือดเฉือนลึกลงไปยังกลางหัวใจของเผยอี้ เขากำมือเอาไว้แน่นอย่างเงียบๆ และเงยหน้าขึ้นมองไปที่เผยลี่เชิน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธที่ปะทุขึ้นมา
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ฝืนตัวเองและเก็บความโกรธที่ปะทุในหัวใจเอาไว้ พร้อมกับกัดฟันพูดออกมาว่า “ได้ ฉันก็แค่อยากจะดูว่าครั้งนี้ฉันจะสามารถเสนอเรื่องการร่วมมือกันครั้งนี้ได้สำเร็จไหมก็เท่านั้น!”
เมื่อพูดจบ เผยอี้ก็ลุกขึ้น และรีบเดินไปทางบันไดโดยไม่หันกลับมามองในทันที
ทำไมเผยลี่เชินถึงได้คอยปฏิเสธและขัดขวางเขาตั้งแต่แรกอยู่เรื่อย ในไม่ช้าก็เร็ว สักวันหนึ่ง เขาจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าเผยลี่เชินเลยแม้แต่นิดเดียว!
เมื่อภาพด้านหลังของเผยอี้ค่อยๆ หายลับไปจากบริเวณหน้าบันได คุณพ่อเผยก็ถอนหายใจออกมาอย่างเบาๆ “เขายังไม่เป็นผู้ใหญ่มากพอ”
เมื่อเผยลี่เชินได้ยินดังนั้น เขานิ่งเงียบและไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
ในตอนนั้นก็ค่ำแล้วทีเดียว ไป๋เสว่เอ๋อร์และเผยลี่เชินจึงกล่าวลาคุณท่านเผย และออกจากคฤหาสน์หลังเก่าของเผยซื่อในทันที
หลังจากขึ้นรถไปและรถยนต์ได้เคลื่อนออกไปยังถนนด้านนอกแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจพร้อมพูดออกมาว่า “เห็นได้ชัดเลยนะคะว่าคุณลุงท่านเป็นห่วงคุณและเผยอี้เป็นอย่างมาก”
“อย่างนั้นเหรอ” เผยลี่เชินหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “คงเป็นห่วงแค่เผยอี้คนเดียวมากกว่า”
เมื่อได้ยินเผยลี่เชินพูดออกมาแบบนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ถอนหายใจและไม่พูดอะไรอีก
ดูเหมือนว่าความเข้าใจผิดและความขัดแย้งระหว่างเผยลี่เชินและคุณท่านเผยยังคงมีอยู่และไม่จางหายไปไหน ความเข้าใจผิดเหล่านี้ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ในตอนนี้ ต้องอาศัยเวลาค่อยๆ แก้ไขไปทีละขั้น
วันต่อมา ไป๋เสว่เอ๋อร์กลับมาทำงานอย่างเป็นทางการ ส่วนเผยลี่เชินนั้นก็ยุ่งจนตัวเป็นเกลียว ตลอดทั้งช่วงเช้าและบ่ายนั้น เขาต้องเข้าร่วมประชุม 2 – 3 ครั้งด้วยกัน เพื่อเจรจาหารือในเรื่องการร่วมมือทางธุรกิจระหว่างหุ้นส่วน
ในขณะเดียวกัน ไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินมาว่าเผยอี้กลับมาที่บริษัทแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นผลมาจากคำพูดของคุณท่านเผยเมื่อคืนวานที่ไปกระตุ้นให้เขาทำเช่นนั้น เขาถึงได้กลับมาเตรียมพร้อมสำหรับการเจรจาการร่วมมือทางธุรกิจนี้
วันนี้เผยลี่เชินต้องออกไปข้างนอกบริษัทเพื่อเลี้ยงรับรองบรรดาหุ้นส่วนของเขาในตอนเที่ยง ไป๋เสว่เอ๋อร์จึงทำงานอยู่ที่ห้องทำงานของประธานบริษัท เมื่อถึงเวลาทานอาหารกลางวัน ทันทีที่เธอออกมาจากห้อง เธอก็พบกับเสี่ยวจางและเสี่ยวหลิว
เสี่ยวจางยิ้มทักทายไป๋เสว่เอ๋อร์ “พี่เสว่เอ๋อร์คะ นี่กำลังจะไปกินข้าวหรือเปล่าคะ ไปกินข้าวกับพวกเราไหมคะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มและพยักหน้า “ได้ค่ะ”
เมื่อเธอพูดจบ เสี่ยวหลิวที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นก็มีสีหน้าที่ดูลังเลอย่างมาก เธอเอ่ยปากพูดออกมาว่า “แต่ว่าวันนี้พี่เยว่หรูก็ไปกินข้าวกับพวกเรานะ...”
เสี่ยวจางพูดขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติว่า “จะเป็นอะไรไปล่ะ พวกเราทุกคนเป็นเพื่อนร่วมงานทำงานอยู่แผนกเดียวกัน ไปกินข้าวด้วยกันได้อยู่แล้ว!”
เมื่อสังเกตเห็นว่าเสี่ยวหลิวรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เข้าใจถึงสถานการณ์ได้ในทันที ขณะที่เธอกำลังจะหาข้ออ้างขอปลีกตัวไม่ร่วมทานข้าวด้วย ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธอในทันที
สวี่เยว่หรูเดินผ่านไป๋เสว่เอ๋อร์ไปด้วยใบหน้าที่แสนเยือกเย็น เมื่อเธอกวาดสายตามองไปที่หญิงสาวทั้งสามคน ในที่สุด สายตาของเธอก็ไปหยุดอยู่ที่เสี่ยวหลิว เธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “พวกเธอไปเถอะ”
เมื่อพูดจบ สวี่เยว่หรูก็หันหลังและเดินจากไป โดยที่ไม่หันหลังกลับมามองพวกเธอ
เสี่ยวหลิวทั้งรู้สึกผิดรู้สึกกังวลขึ้นมาทันที “แย่ละ พี่เยว่หรูต้องโกรธแน่ๆ เลย...”
แต่ทว่าเสี่ยวจางกลับไม่สนใจในเรื่องนี้เท่าไรนัก เธอเดินไปหาไป๋เสว่เอ๋อร์ พร้อมกับเอื้อมมือออกไปคล้องแขนของไป๋เสว่เอ๋อร์เอาไว้ “ไม่เป็นไรหรอกน่า พี่เสว่เอ๋อร์คะ พวกเราไปกันเถอะ วันนี้หนูได้ยินมาว่าวันนี้มีร้านมาเปิดใหม่ที่โรงอาหารพนักงานด้วยนะ พวกเราลองไปดูกันเถอะค่ะ!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มให้กับเสี่ยวจาง “ตกลงค่ะ”
ภายในหัวใจของเสี่ยวหลิวรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก เธอจึงหันหลังและเดินไปยังหน้าลิฟต์ เพื่อตามสวี่เยว่หรูไปให้ทัน “พี่เยว่หรูคะ หนูไปกินข้าวกับพี่ได้ไหมคะ”
สวี่เยว่หรูเหลือบมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชา “เธอจะไปกินข้าวกับไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่ใช่เหรอ จะมาสนใจพี่ทำไม”
“หนูไม่ได้จะไป...”
เมื่อเธอเห็นว่าประตูลิฟต์เปิดแล้ว สวี่เยว่หรูจึงหมดความอดทน และมองไปที่หญิงสาวอย่างเย็นชาอีกครั้ง “พี่กินคนเดียวได้ เธอไม่ต้องไปกับพี่หรอก”
เมื่อเธอพูดจบ เธอก็เข้าไปในลิฟต์ทันที
ถึงแม้ว่าวันนี้ไป๋เสว่เอ๋อร์จะไม่ไปกินข้าวกับพวกเสี่ยวหลิว เธอเองก็ไม่สามารถไปกินข้าวกับพวกเธอที่โรงอาหารพนักงานได้ นั่นเป็นเพราะว่า เธอมีนัดแล้ว...
เมื่อเดินออกไปจากอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ของเผยซื่อ และข้ามถนนไปแล้ว ก็จะเห็นกับรถยนต์ยี่ห้อเบนท์ลีย์คันคุ้นเคยที่จอดนิ่งสนิทอยู่ที่ข้างถนน สวี่เยว่หรูไม่รอช้า เธอรีบเปิดประตูรถอย่างเบามือและขึ้นไปนั่งในทันที