ตอนที่ 248
ตอนที่ 248 กลัวว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น
October 28, 2026
ตอนที่ 248 กลัวว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น
“ธุระอะไรงั้นเหรอ ให้พวกเราไปนั่งรอที่ชั้นล่างเสียเวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ทำเป็นหาข้ออ้างบอกว่าประธานเผยไม่อยู่ เพื่อที่จะตอบปัดปฏิเสธพวกเรา คุณบอกมาดีกว่าว่านี่มันเรื่องอะไรกัน!”
สีหน้าของผู้ชายคนหนึ่งในวัย 40 กว่าปีเต็มไปด้วยความโกรธจัด ทันใดนั้น เขาก็เอื้อมมือออกไปและผลักเสี่ยวจางที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา
เสี่ยวจางเซไปไม่กี่ก้าว อีกนิดเดียวเธอก็เกือบจะล้มลงไปที่พื้นเสียแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์จึงรีบเดินไปข้างหน้า และยื่นมือออกไปประคองตัวเธอเอาไว้ “ระวังนะ”
ขณะที่เธอเพิ่งพูดจบ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น เธอก็เห็นว่าผู้ชายคนนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอเรียบร้อยแล้ว
ผู้ชายคนนั้นต้องจ้องเขม็งไปที่ไป๋เสว่เอ๋อร์ด้วยความโกรธจัด เขาเอ่ยปากถามว่า “ไม่อยากพบก็คือไม่อยากพบ ไม่เห็นต้องหาข้ออ้างมาตอบปัดปฏิเสธพวกเราเลย!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบอธิบายกลับไปในทันที “ไม่ใช่นะคะ ตอนนี้ประธานเผยไม่อยู่ที่บริษัทจริงๆ ค่ะ ดิฉันเองก็กลัวว่าจะทำให้พวกคุณต้องเสียเวลา ดิฉันจึงแนะนำให้พวกคุณกลับไปก่อนจะดีกว่า และนัดเวลาใหม่เพื่อมาพบในภายหลังค่ะ”
เธอได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับพนักงานของบริษัทจู้หลันมาตั้งนานแล้วว่าพนักงานทุกคนนั้นต่างอารมณ์ร้อนง่าย นึกไม่ถึงว่าวันนี้เธอจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง และก็เป็นจริงดังที่เขาว่ากันด้วย
เมื่อเสี่ยวจางที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นว่าท่าทีของผู้ชายทั้งสองคนนั้นเหมือนพวกอันธพาลไม่มีผิด เธอจึงทนไม่ไหวและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธจัดว่า “ถ้าเกิดพวกคุณไม่หยุดล่ะก็ ฉันจะโทรเรียกรปภ.เดี๋ยวนี้!”
“เรียกรปภ. งั้นเหรอครับ” ผู้ชายอีกคนที่มีรูปร่างอ้วนกว่าเล็กน้อยอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “พนักงานของบริษัทใหญ่ยักษ์อย่างพวกคุณล่ะครับ! นอกจากจะดูถูกบริษัทของพวกเราไม่พอ ยังจะมาตกปากรับคำ หลังจากนั้นก็ลอยแพพวกเราทิ้งโดยไม่สนใจไยดี คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมากนักเหรอ!”
ผู้ชายอีกคนหนึ่งอาศัยโอกาสนี้ในการเดินไปที่หน้าห้องประธานบริษัท พร้อมกับจับที่จับประตูหมายที่จะผลักเข้าไป
ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบเดินไปข้างหน้า พร้อมกับขวางประตูเอาไว้ “ขอโทษค่ะ ห้องประธานบริษัทไม่ใช่ที่ที่จะเข้าไปโดยพลการได้นะคะ!”
“ถอยไป! ถ้าฉันไม่เห็นกับตา จะรู้ได้ยังไงว่าประธานเผยไม่อยู่จริง หรือว่าพวกเธอโกหกเรากันแน่!”
ขณะที่พูดอยู่นั้น เขาก็ยกมือขึ้นมา และใช้แขนของเขาผลักไป๋เสว่เอ๋อร์ออกไป และเปิดประตูเดินเข้าไปยังห้องทำงานด้านในในทันที
ไม่มีใครสักคนเดียวอยู่ในห้องทำงานที่แสนกว้างขวางและสะอาดตานี้ ผู้ชายคนนั้นกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่จริงๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเบาๆ “ไม่อยู่จริงเหรอวะเนี่ย! แล้วจะนัดมาตอนนี้ทำไมวะ! นี่มันกลั่นแกล้งพวกเราชัดๆ เลยนี่หว่า!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์อาศัยจังหวะนี้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและโทรเรียกรปภ. แต่ผู้ชายคนนั้นก็หันมาพอดี และเมื่อเขาเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังจะโทรศัพท์ ทันใดนั้น เขาก็ตื่นตกใจ และเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธอเอาไว้แน่นในทันที “ทำอะไรน่ะ! เธอจะเรียกรปภ. จริงๆ เหรอ”
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” ไป๋เสว่เอ๋อร์พูดน้ำเสียงแข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยความโกรธ เธอจ้องมองไปที่ผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา
ผู้ชายคนนั้นนอกจากจะไม่ปล่อยมือแล้ว เขาบีบข้อมือของเธอแรงขึ้น จนทำให้สีผิวของไป๋เสว่เอ๋อร์เปลี่ยนไป และทำให้ใบหน้าเล็กๆ นั้นต้องขมวดเข้าหากันเพราะความเจ็บปวด
ทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าที่วิ่งอย่างเร่งรีบดังขึ้นมาที่บริเวณข้างตัว พริบตานั้นก็ปรากฏร่างของใครบางคนเข้ามาในสายตาทันทีพร้อมกับผลักชายที่จับข้อมือของไป๋เสว่เอ๋อร์เอาไว้ออกไป
ฉีเฟิงก้าวไปข้างหน้า และใช้กำลังผลักชายคนนั้นออกไปติดบริเวณกำแพง พร้อมกับใช้แขนของเขากดที่บริเวณลำคอของชายคนนั้นเอาไว้
มีรปภ. จำนวนหนึ่งเดินเข้าไปคุมสถานการณ์ และรีบเข้าไปล้อมผู้ชายอีกคนในทันที
เผยลี่เชินเดินไปข้างหน้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น เขากวาดสายตามองผ่านผู้ชายสองคนนั้นไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็รีบเดินตรงไปหาไป๋เสว่เอ๋อร์ในทันที
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ส่ายศีรษะ “ไม่เป็นไรค่ะ”
ดูเหมือนว่าชายหนุ่มยังคงไม่สบายใจ เผยลี่เชินจึงเอื้อมมือออกไปกุมมือของไป๋เสว่เอ๋อร์เอาไว้ เมื่อเขาเห็นว่าบริเวณข้อมือของเธอนั้นเป็นสีแดง เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น “นี่ยังเรียกว่าไม่เป็นไรอีกเหรอ”
เผยลี่เชินไม่รอให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ตอบคำถาม เขาหันหลังกลับไปและมองไปทางฉีเฟิงในทันที พร้อมกับสั่งเขาด้วยน้ำเสียงเข้มว่า “ทำร้ายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บโดยเจตนา ส่งพวกเขาทั้งสองคนไปที่สถานีตำรวจเดี๋ยวนี้!”
ชายคนหนึ่งที่ถูกรปภ. จับตัวเอาไว้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเช่นเดิมว่า “ประธานเผย! พวกเราแค่อยากจะมาขอพบคุณเพื่อเจรจาธุรกิจเท่านั้น แต่เลขาของคุณกลับปฏิเสธเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังให้พวกเราไปนั่งรอเสียเวลาอยู่ที่ด้านล่างด้วย ทำไมสุดท้ายถึงได้กลายมาเป็นความผิดของพวกเราได้ล่ะ!”
“ใช่! เดิมทีก็เป็นทางฝั่งพวกคุณเองที่เป็นคนนัดหมายเวลา ตอนนี้ก็เป็นพวกคุณอีกที่ปฏิเสธไม่อยากพบด้วย! หรือว่าเวลาของพวกคุณมันมีค่ามากเหลือเกิน จนเวลาของพวกเรามันช่างไร้ค่ามากสินะ!”
ทั้งสองคนผลัดกันพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยกราด
สีหน้าของเผยลี่เชินดูคร่ำเครียดจนน่ากลัว ทันใดนั้น เขาก็ตะโกนสั่งรปภ. ตรงนั้นทันทีว่า “พาตัวไป! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บริษัทเผยซื่อและบริษัทในเครือจะไม่มีการเจรจาทางธุรกิจใดๆ กับบริษัทจู้หลันอีกต่อไป!”