ตอนที่ 265
ตอนที่ 265 เซอร์ไพรส์
October 28, 2026
ตอนที่ 265 เซอร์ไพรส์
แม้ว่าเธอจะไม่พอใจกับปฏิกิริยาของไป๋เสว่เอ๋อร์ แต่คุณแม่ไป๋ก็ไม่แสดงสีหน้าออกมาให้เห็น เธอยิ้มให้ลู่เหยา จากนั้นเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“เสี่ยวลู่ ทุกวันนี้มีใครมาดูแลความเป็นอยู่ของเธอหรือยัง?”
ลู่เหยาตอบอย่างอ่อนโยน “เมื่อก่อนผมไปเรียนเมืองนอก เลยคุ้นเคยกับชีวิตอิสระ เดี๋ยวนี้ประเทศเราก็สะดวกสบายขึ้นเยอะ ซื้อของออนไลน์สะดวกกว่าเยอะ ก็เลยไม่คิดจะให้ใครมาดูแลครับ”
“ก็ดีนะ” คุณแม่รีบพยักหน้าเห็นด้วย
ลู่เหยาอาศัยจังหวะกินข้าวมองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อร์เพื่อพูดคุยกับเธอ
แต่ดูเหมือนไป๋เสว่เอ๋อร์จะมองไม่เห็นอะไรเลย ได้แต่กินอาหาร เธอไม่อยากร่วมเล่นละครไปกับคุณแม่ไป๋อีก
ลู่เหยาเห็นทุกคนเงียบ เขาจึงใช้ตะเกียบคีบกุ้งให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ พร้อมพูดเบาๆ “เสว่เอ๋อร์ ฉันจำได้ว่าเธอชอบกินกุ้ง กินเยอะๆ นะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พูดเบาๆ “ขอบคุณค่ะรุ่นพี่”
คุณแม่ไป๋ได้ยินจึงยิ้มถอนหายใจ “เสี่ยวลู่ช่างใส่ใจดีจริง แม้แต่สิ่งที่เสว่เอ๋อร์ชอบยังจำได้ ช่างน่าเอ็นดู”
ครั้งนี้เมื่อเธอต้องเผชิญกับการกระพริบตาส่งสัญญาณจากแม่ของเธอ ไป๋เสว่เอ๋อร์จึงจงใจทำในสิ่งที่ตรงข้ามคือ วางตะเกียบลงและถามว่า “แม่? ตาเป็นอะไร? ไม่สบายใช่ไหม?”
คุณแม่ไป๋ตะลึงมองดูลู่เหยาที่อยู่ข้างๆ มองเธอ รีบลูบที่ดวงตาพร้อมหัวเราะ “เปล่า....ไม่มีอะไร กินต่อเถอะ”
มันได้ผลจริง คุณแม่ไป๋ไม่พูดอะไรอีกเป็นเวลานาน
เพียงแต่ความเงียบอยู่ได้ไม่นาน คุณแม่ไป๋ปฏิบัติการเคลื่อนไหวเป็นครั้งสุดท้าย เธอลุกขึ้นไปห้องน้ำ ตอนกลับมามีผู้หยิงสองคนตามมาด้วย คนหนึ่งคือน้าหรงที่มักจะอยู่กับคุณแม่ไป๋ อีกคนคือคนที่ไป๋เสว่เอ๋อร์เคยเจอและเป็นคนใกล้ชิดของคุณแม่ไป๋คือน้าเจิน
เห็นทั้งสองคนหัวเราเดินมาทางโต๊ะอาหาร ไป๋เสว่เอ๋อร์ตกใจ “พวกน้า...จะทำอะไร?”
ลู่เหยามองตามไป๋เสว่เอ๋อร์ ตอนเห็นทั้งสามคนก็ตกใจ ต่อมาก็เริ่มเข้าใจจึงยิ้มที่มุมปาก
ทันทีที่เดินเข้ามาใกล้ คุณแม่ไป๋จึงอธิบาย “เสว่เอ๋อร์คิดไม่ถึงซินะ วันนี้น้าทั้งสองมากินข้าวที่นี่ พวกเขาได้ยินว่าลูกกับเสี่ยวลู่อยู่ด้วย ก็เลยอยากมาทักทายพวกเธอ แม่ห้ามแล้วแต่ก็ไม่ฟัง”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ยังไม่เข้าใจ น้าหรงกับน้าเจินต้องเป็นแม่ที่จัดการ แต่ทำไมมันช่างบังเอิญ พวกเขามากินข้าวที่นี่ เพื่อนสนิทของแม่ทั้งสองก็มากินข้าวที่นี่ด้วยเหมือนกัน
น้าหรงยิ้มให้ไป๋เสว่เอ๋อร์พร้อมกับคำทักทาย “เสว่เอ๋อร์ไม่ได้เจอกันนานเลย สวยขึ้นเป็นกองเลย!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ลุกขึ้น ทักทายกับพวกเธอ “น้าหรง น้าเจิน สวัสดีค่ะ”
ลู่เหยาก็ลุกขึ้นเช่น น้าเจินมองดูลู่เหยาด้วยดวงตาเปล่งประกาย “นี่คือเสี่ยวลู่ใช่ไหม หล่อไม่เบา เหมาะสมกับเสว่เอ๋อร์เลย”
“ก็นั่นนะซิ เธอดูพวกเขาซิ ชายก็รูปหล่อหญิงก็รูปงาม”
ทั้งน้าหรงและน้าเจิน ต่างก็ชื่นชมไม่ขาดปาก
ลู่เหยาได้ยินที่พวกเธอคุยกัน ตอนแรกก็ว่าจะอธิบาย แต่สุดท้ายไม่มีโอกาสได้อธิบาย จึงได้แต่มองไป๋เสว่เอ๋อร์พร้อมเฝือนยิ้ม
ไป๋เสว่เอ๋อร์ดูไม่มีความสุข เดิมทีก็บอกกับลู่เหยาว่าแค่กินข้าว แต่คาดไม่ถึงกลับทำให้ลู่เหยาดูเหมือนกับสัตว์หายาก ให้พวกคุณน้าเยี่ยมชม
....................
บนถนนผิงเจียง รถไมบัคสีดำกำลังแล่นมา เผยลี่เชินนั่งเอามือลูบคิ้วอยู่ในรถ สีหน้าแสดงความเบื่อหน่าย
เขาถามอย่างเย็นชา “อีกนานแค่ไหน?”
เจิงหงประมาณเวลาแล้วตอบกลับ “ประมาณห้านาที ผ่านสี่แยกข้างหน้าก็ถึงแล้วครับ”