ตอนที่ 273
ตอนที่ 273 ท่าทางที่จริงจังเซ็กซี่ที่สุด
October 28, 2026
ตอนที่ 273 ท่าทางที่จริงจังเซ็กซี่ที่สุด
สวี่เยว่หรูหมุนตัวกลับมาอย่างแรง ในตอนที่มองเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์นั้น บนใบหน้าก็ปรากฏความลนลานเล็กน้อยออกมาในทันที “ฉัน...ฉันมาหาเอกสารฉบับหนึ่ง”
ไป๋เสว่เอ๋อร์กึ่งเชื่อกึ่งสงสัย ที่มีมากกว่านั้นในใจก็คือการเตรียมพร้อมป้องกัน เธอรีบเดินขึ้นไปข้างหน้า เอ่ยถามขึ้นอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย “คุณต้องการหาเอกสารอะไรคะ?”
เอกสารที่อยู่ในมือของเธอต่างก็เป็นเอกสารลับส่วนหนึ่งของบริษัท เอกสารบางส่วนแม้แต่สวี่เยว่หรูก็ห้ามแตะต้อง ตอนนี้สวี่เยว่หรูไม่ได้รับอนุญาตตัดสินใจเข้ามาเปิดหาเอกสารโดยพลการ เธอก็ต้องไม่เชื่อคำพูดของเธอง่ายๆเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
แม้ว่าสวี่เยว่หรูจะรู้สึกลนลานอยู่ในใจ แต่กลับนิ่งสงบลงมาได้อย่างรวดเร็ว เธอสามารถเอ่ยปากด้วยสีหน้าที่ยืนยันได้ว่า “ช่วงนี้บริษัทวางแผนรับซื้อเหิงซิง มีเอกสารบางส่วนส่งมาให้กับเธอแล้ว เมื่อวานเธอไม่มา บางแผนกที่อยู่ข้างล่างก็กำลังเร่งขึ้นมาอีก ฉันก็ทำได้เพียงเข้ามาหาถึงที่นี่”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก สวี่เยว่หรูก็ก้าวขาขึ้นมาข้างหน้า เอ่ยถามย้อนกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ทำไม? ไม่เชื่อฉันหรอ? ไม่เชื่อฉันก็ช่าง ถึงเวลาทำให้เรื่องล่าช้าเธออย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน!”
สวี่เยว่หรูกลอกตามองบน หมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย “รอก่อน”
เธอหยิบเอกสารที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมา เปิดพลิกดูรอบหนึ่ง สุดท้ายก็หาหนังสือแผนการรับซื้อเหิงซิงเจอจากข้างในนั้นจริงๆ เธอหมุนตัว นำเอกสารส่งให้กับสวี่เยว่หรู “ใช่อันนี้หรือเปล่า?”
สวี่เยว่หรูกวาดตามองแวบหนึ่ง หยิบเอกสารออกมาจากมือของเธอในทันที จากนั้นอุทานออกมาอย่างประชดประชัน ก้าวขาเดินออกจากห้องไป
เสียงประตูถูกปิดลงดัง “ปึ้ง” ไป๋เสว่เอ๋อร์โน้มสายตาลงมามองพื้นโต๊ะที่กระจัดกระจายอยู่ครู่หนึ่ง ความสงสัยเล็กน้อยที่อยู่ในใจค่อยๆสลายหายไป
สวี่เยว่หรูกลับมาถึงห้องทำงานของตัวเองอย่างรวดเร็ว เธอปิดประตูลง พิงไปบนด้านหลังของประตูหอบหายใจอย่างรุนแรง เรื่องเมื่อครู่นี้ เธอตกใจจะแย่ ยังดีหาเหตุผลขายผ้าเอาหน้ารอดเข้าไปได้ทันเวลา มิเช่นนั้นไม่แน่สถานะของเธอก็คงถูกเปิดเผยไปแล้ว
ในเวลานี้เอง โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงอยู่ๆก็สั่นขึ้น เธอหยิบออกมา เห็นเป็นสายของเสิ่นหรูเฟิง เธอจึงรีบรับในทันที “ฮัลโหล?”
“เป็นยังไงบ้าง? มีหาอะไรเจอบ้างไหม?”
“ไม่มี!” สวี่เยว่หรูเอ่ยปากพูดขึ้นอย่างอารมณ์ไม่ดีนัก “ไม่เพียงแต่หาอะไรที่มีประโยชน์ไม่เจอ ยังเกือบถูกจับได้ เมื่อกี้ทำฉันตกใจแทบแย่เลยจริงๆ!”
เสิ่นหรูเฟิงหัวเราะออกมาเล็กน้อย เอ่ยถามต่อไปว่า “คุณไม่ได้บอกว่าช่วงนี้พวกเขายุ่งอยู่กับเรื่องของหนังสือแผนการหรอกหรอ? ทำไมเอกสารที่มีประโยชน์แม้แต่นิดเดียวก็หาไม่เจอ?”
“ฉันบอกกับคุณไปตั้งนานแล้วว่า คราวก่อนหนังสือการแข่งขันประมูลรั่วไหลออกไป พวกเขาก็ต้องเรียนรู้จากผิดเป็นครูอย่างแน่นอนอยู่แล้ว จะมาพลาดทำความผิดระดับเด็กๆแบบนี้อีกครั้งได้ยังไงกัน?” สวี่เยว่หรูกรอกตามองบน “อีกอย่างตอนนี้เอกสารที่เป็นแกนกลางทั้งหมดต่างก็อยู่ที่กลุ่มวางแผนเล็กทางด้านนั้น ไม่ได้วางไว้กับไป๋เสว่เอ๋อร์ที่นี่อย่างแน่นอน”
“งั้นทำไมคุณไม่ลองลงมือจากทางกลุ่มวางแผนเล็กนั่นล่ะ?” เสิ่นหรูเฟิงเอ่ยปากขึ้นอย่างลอยๆ “ไม่แน่อาจจะมีการค้นพบอะไรแบบก้าวกระโดดก็ได้”
ได้ยินดังนั้น สวี่เยว่หรูเกิดแรงบันดาลใจขึ้นในทันที “คุณพูดถูก วันนี้ตอนบ่ายมีการประชุมของกลุ่มวางแผน ฉันจะลองไปดูสักหน่อย”
สายโทรศัพท์ฝั่งนั้นดังสะท้อนเสียงหัวเราะเบาๆของเสิ่นหรูเฟิงออกมา “แบบนี้สิถึงจะถูก รอเรื่องนี้สำเร็จ ผมมีเซอร์ไพรส์ใหญ่เตรียมเอาไว้ให้คุณ!”
สวี่เยว่หรูวางสายโทรศัพท์ลง ในใจแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ไป๋เสว่เอ๋อร์ดูเอกสารที่อยู่บนโต๊ะอย่างคร่าวๆไปหนึ่งรอบ หลังจากที่มั่นใจได้ว่าไม่มีเอกสารลับที่สำคัญอะไรอื่นๆอีก ถึงได้หยิบเอาเอกสารที่ลู่เหยาต้องการไปยังกลุ่มวางแผน
เพิ่งจะมาถึงโซนทำงานของกลุ่มวางแผน ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เห็นลู่เหยายืนอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง ตบมือสองสามครั้ง เตือนให้ทุกคนเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน “ทุกคนเพิ่มความรวดเร็วเข้าครับ ทำเสร็จให้เร็วจบให้เร็ว พยายามให้อยู่ในก่อนวันจันทร์หน้า นำต้นฉบับสุดท้ายทำออกมาให้เร็วที่สุด”
ไป๋เสว่เอ๋อร์เดินเข้าไป นำเอกสารยื่นให้กับเขา ส่งยิ้มเล็กน้อย แล้วเอ่ยปากพูดขึ้นเบาๆว่า “ทุกคนต่างก็เหนื่อยกันมาก ที่จริงแล้วก็ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้น”
ลู่เหยาเอ่ยปากอธิบายขึ้นมาเบาๆว่า “แม้ว่าระยะห่างจากวันสุดท้ายของการกำหนดส่งแผนการ จะยังเหลืออีกหนึ่งสัปดาห์ แต่ผมได้ยินมาว่ามีบางบริษัทได้ส่งเข้าไปแล้ว ตรงข้ามกับการส่งเอกสารเข้าไปก่อน ไม่เพียงแต่หลงเหลือความประทับใจที่ดีให้กับฝ่ายผู้เปิดการประมูล ยังเป็นการเพิ่มเติมเวลาในการพิจารณาและตัดสินใจให้กับพวกเขาอีกด้วย”
ฟังเขาพูดเช่นนี้ ไป๋เสว่เอ๋อร์ถึงได้เข้าใจขึ้นมา เธอพยักหน้าติดต่อกันสองสามครั้ง “ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
มองดูเวลาแวบหนึ่ง ไป๋เสว่เอ๋อร์ขยับเข้าไปใกล้ลู่เหยาเล็กน้อยอีกครั้ง กดเสียงให้ต่ำลงแล้วเอ่ยขึ้นว่า “กำลังจะถึงเวลารับประทานอาหารแล้ว ปิดงานก่อน ให้พวกเขาได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มสักหน่อยก็ได้ค่ะ”