ตอนที่ 275
ตอนที่ 275 รับปากทำตามความปรารถในวันเกิดของเธอหนึ่งข้อ
October 28, 2026
ตอนที่ 275 รับปากทำตามความปรารถในวันเกิดของเธอหนึ่งข้อ
สีหน้าของเหอหย่าหานดูเขียวเล็กน้อยเพราะความโกรธ เหมือนกับรอมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว เธอก้าวขาเดินมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จ้องมองเผยลี่เชิน มองข้ามไป๋เสว่เอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างไปเลย
“ลี่เชิน ทำไมคุณถึงไม่ยอมพบฉัน?”
เผยลี่เชินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า “เวลาทำงาน ตารางงานยุ่งมาก”
ทันใดนั้น สีหน้าของเหอหย่าหานอึมครึมลงมาอย่างกะทันหัน ดูเหมือนกำลังกักเก็บอารมณ์เอาไว้ กลับทำได้เพียงฝืนทนไม่แสดงออกไป
เผยลี่เชินเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกว่า “มีธุระอะไรไหม?”
เหอหย่าหานสูดหายใจเข้าเต็มปอด เอ่ยขึ้นอย่างจริงจังทีละคำทีละประโยคว่า “วันนี้เป็นวันเกิดของฉัน ก่อนหน้านี้คุณเคยรับปากฉันเอาไว้ว่า ทุกปีจะยอมรับปากทำตามความปรารถนาในวันเกิดของฉันหนึ่งข้อ”
เผยลี่เชินขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ได้ดึงมือของตัวเองออกมาแล้ว
เธอส่งยิ้มให้กับเผยลี่เชินเล็กน้อย “พวกคุณคุยกันไปก่อน ฉันออกไปรอคุณข้างนอก”
พูดจบ เธอก็ก้าวขาเดินออกไปทางด้านนอกในทันที
เผยลี่เชินขมวดคิ้วขึ้น มองดูแผ่นหลังที่ไกลออกไปเรื่อยๆของหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่ง ในใจก็เกิดความหงุดหงิดรำคาญออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เขาโน้มสายตาลงมามองเหอหย่าหาน แล้วเอ่ยปากออกมาว่า “ว่ามาสิ”
เหอหย่าหานสูดหายใจเข้าเต็มปอด หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงได้เอ่ยปากขึ้นเบาๆว่า “คุณไปเยี่ยมคุณแม่เป็นเพื่อนฉันได้ไหมคะ วันครบรอบวันเสียชีวิตของท่านใกล้จะมาถึงแล้ว”
คุณแม่ของเหอหย่าหานเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งเมื่อห้าปีก่อน นี่ก็คือเหตุผลที่ทำไมเหอหลิงเฟิงถึงได้รักและทะนุถนอมลูกสาวคนนี้มากขนาดนี้
ได้ยินเธอพูดเช่นนี้ เผยลี่เชินกลับค่อนข้างที่จะประหลาดใจเล็กน้อย เดิมทียังนึกว่าเธอจะเอ่ยคำร้องขออะไรที่มากเกินความพอดีออกมา แต่คิดไม่ถึงว่า...
ยิ่งไปกว่านั้น เผยลี่เชินก็เข้าใจความรู้สึกเช่นนั้นของการสูญเสียคุณแม่ดี คิดไม่ถึงว่าในใจจะเกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
วันครบรอบวันเสียชีวิตคุณแม่ของเขาในปีนี้ เขาไปเองคนเดียว แม้กระทั่งไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ไม่ได้บอก
เขาเข้าใจความรู้สึกที่นำเอาความคิดถึงและความอาลัยอาวรณ์ต่างก็ฝากเอาไว้กับวันเพียงวันเดียวนี้ดี เผชิญหน้ากับเหอหย่าหานที่เอ่ยคำร้องขอนี้ออกมา คิดไม่ถึงว่าเขาเริ่มที่จะไม่รู้ว่าจะปฏิเสธอย่างไรดีแล้ว
หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยปากขึ้นเบาๆ ตอบตกลงกลับไป “ได้ ผมไปเป็นเพื่อนคุณ”
เหอหย่าหานได้ยินดังนั้น บนใบหน้าก็ปรากฎความปิติยินดีออกมาเล็กน้อย เธอยื่นมือออกไปอย่างตื่นเต้น ดึงมือของเผยลี่เชินมาจับเอาไว้ในทันที “ลี่เชิน ขอบคุณค่ะ!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านนอกประตู มองเห็นฉากนี้ อยู่ๆหัวใจก็บีบรัดเข้าหากันแน่น ความรู้สึกสับสนที่ไม่อาจจะเอ่ยออกมาให้เข้าใจได้เกิดขึ้นภายในจิตใจ ในใจเชื่ออย่างชัดเจนว่าเผยลี่เชินจะไม่ทำเรื่องที่ผิดต่อเธอแน่ ทว่าเธอกลับยังรู้สึกใส่ใจอย่างประหลาด
ไป๋เสว่เอ๋อร์เบือนสายตาไปทางอื่น ไม่นานนัก ด้านหลังก็ดังสะท้อนเสียงฝีเท้าเข้ามา ยังไม่ทันจะได้หันกลับไป เธอก็ได้ยินเสียงของเผยลี่เชิน “ไปกันเถอะ”
กลับขึ้นมาบนรถ สำหรับเรื่องเมื่อสักครู่นี้เผยลี่เชินตั้งใจไม่พูดอะไรออกมา อารมณ์กลับยังดูค่อนข้างจะเยือกเย็นเสียด้วยซ้ำ
ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังคิดที่จะเอ่ยปากถามขึ้นด้วยความระมัดระวัง เผยลี่เชินอยู่ๆก็ล้วงเอาโทรศัพท์ออกมา กดโทรออกไปในทันที “ฉีเฟิง เรื่องเหล่านั้นที่เกี่ยวข้องกับเย่หรงชิว เปิดเผยออกไปได้แล้ว”
ออกคำสั่งอย่างง่ายๆเสร็จ เขาก็วางสายลงไปในทันที
ไป๋เสว่เอ๋อรัสับสนมึนงงไปหมด เผชิญหน้ากับอารมณ์ที่อยู่ๆก็เปลี่ยนแปลงของเขา อยากจะเอ่ยปากถาม ก็กลัวว่าจะไปละเมิดเขาอีก แต่สุดท้าย เธอก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามขึ้น “เกิดอะไรขึ้นคะ?”
“ไม่มีอะไร” เผยลี่เชินเอ่ยปากอย่างราบเรียบ “เพียงแต่ทำให้คนกลุ่มนึงได้รับบทลงโทษที่ควรจะได้ก็เท่านั้น”
เย่หริงชิวกับเผยอี้ สำหรับเขาแล้ว ก็คือหนามอันหนึ่งที่อยู่ในใจ ทำให้เขาเจ็บขึ้นมาบ่อยๆ พอเจ็บก็เจ็บไปจนสุดขั้วหัวใจ
ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย คิดถึงเรื่องเหล่านั้นที่จินจิงจิงถูกเปิดโปงด้านมืด เธอแทบจะสามารถเดาออกได้ถึงผลลัพธ์หลังจากที่เรื่องที่เกี่ยวกับเย่หรงชิวถูกเปิดโปงออกไป