ตอนที่ 277
ตอนที่ 277 ในฐานะที่เป็นแฟน คุณสอบตก
October 28, 2026
ตอนที่ 277 ในฐานะที่เป็นแฟน คุณสอบตก
ทั้งสองคนเพิ่งจะพบหน้ากัน ความดุเดือดเลือดพล่านก็ปะทุขึ้นมาแล้ว
ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็กำลังลังเลว่าจะเอ่ยปากโน้มน้าวสักประโยคดีหรือไม่ ใครจะรู้ว่าลู่เหยายกมุมปากยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ได้ยังไงกันล่ะครับ ผมก็ต้องยินดีต้อนรับประธานเผยเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ขออภัยหากต้อนรับไม่ทั่วถึง อย่าได้ถือโทษ”
เผยลี่เชินยักคิ้วเล็กน้อย ยื่นมือออกไปกุมหัวไหล่ของไป๋เสว่เอ๋อร์เอาไว้ ก้าวขาเดินไปทางด้านในในทันที
ไป๋เสว่เอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าน่าขัน เธอยังไม่เคยเห็นลักษณะท่าทางที่แฝงหนามไปทั่วทั้งตัวแบบนี้ของเผยลี่เชินมาก่อน แม้จะเป็นการเจอกับเผยอี้หรือเสิ่นหรูเฟิงก็ตาม เขาก็ไม่เคยเป็นแบบนี้
พอถึงห้องรับรองพิเศษ ก็มีคนจำนวนไม่น้อยเข้ามาทักทายกับพวกเขา ไม่ง่ายเลยที่จะมาถึงมุมที่เงียบสงบ ในที่สุดไป๋เสว่เอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากออกมาว่า “ระหว่างฉันและรุ่นพี่ลู่ไม่มีอะไรกันจริงๆค่ะ ทำไมพวกคุณสองคนพอเจอหน้ากันก็ดูเหมือนอยากจะตีกันยังไงอย่างงั้น?”
“คนอื่นกำลังจ้องแฟนของผมตาเป็นมัน คุณว่าผมไม่ใส่ใจได้หรอ?”
ในขณะที่พูด เขาก็ยกมือขึ้น บีบไปที่ใบหน้าของไป๋เสว่เอ๋อร์เบาๆ
ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้วขึ้นมาในทันที ทั้งน่าโกรธทั้งน่าขำ จากนั้นเอ่ยปากออกมาว่า “ท่าทางในตอนนี้ของคุณ ก็เหมือนเด็กคนหนึ่ง อ่อนต่อโลกจริงๆ!”
“งั้นหรอ?” เผยลี่เชินไม่โกรธกลับยังขำเสียด้วยซ้ำ เขาโน้มศีรษะเข้ามาใกล้เธอเล็กน้อย แล้วเอ่ยขึ้นเบาๆที่ข้างใบหูของเธอว่า “แต่ตอนกลางคืน คุณไม่เคยพูดว่าผมเหมือนเด็กมาก่อน...”
น้ำเสียงของเขามีความหมายลึกซึ้ง ไป๋เสว่เอ๋อร์ฟังเข้าใจเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าวอย่างห้ามเอาไว้ไม่ได้ เธอยกมือขึ้นตีไปที่เขาเล็กน้อย จากนั้นก็หมุนตัวเดินไปอีกด้าน ไม่สนใจเขาอีกต่อไป
พออาหารมาถึงครบ งานเลี้ยงรับประทานอาหารค่ำก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ สถานการณ์งานเลี้ยงแบบนี้ หลีกเลี่ยงการดื่มเหล้าไม่ได้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ยังทานอาหารได้เพียงแค่ไม่กี่คำ ก็มีคนลุกชนแก้วแสดงถึงความเคารพต่อเธอ
“คุณเลขาไป๋ หลายวันมานี้ทุกคนมุ่งมั่นพยายามด้วยกัน ความทุ่มเทของคุณพวกเราต่างก็เห็นอยู่ในสายตา คุณไม่เพียงปฏิบัติต่อพวกเราสมาชิกของอสังหาริมทรัพย์หลินวู่ทุกคนอย่างเสมอภาค ยังดูแลเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของพวกเราอย่างเหมาะสม ดังนั้นแก้วที่หนึ่งนี้ ผมต้องชนแก้วกับคุณ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ลำบากใจที่จะบอกปัดปฏิเสธแบบอ้อมๆ กำลังจะยกแก้วไวน์ขึ้นมา อยู่ๆก็มองเห็นนัยน์ตาของเผยลี่เชินปรากฏความเยือกเย็นขึ้น การเคลื่อนไหวของเธอหยุดชะงักลงเล็กน้อย เลื่อนมือหยิบแก้วน้ำส้มที่อยู่ข้างๆขึ้นมา จากนั้นส่งยิ้มบางๆให้กับทุกคน “ฉันดื่มเหล้าไม่ค่อยเป็นเท่าไร ดังนั้นวันนี้ก็ขอใช้น้ำส้มแทนเหล้า ชนแก้วกลับให้กับทุกคนนะคะ”
สุราถูกดื่มเวียนหลายต่อหลายรอบ บรรยากาศบนงานเลี้ยงรับประทานอาหารค่ำก็สนิทสนมกลมกลืนคึกคักกันขึ้นมา ทุกคนดื่มเหล้าพูดคุยกันอย่างเซ็งแซ่ ไม่มีข้อผูกมัดและประเพณีที่ยึดติดมากมายขนาดนั้น กลับสบายๆและมีความสุขด้วยซ้ำไป
“เสว่เอ๋อร์”
ด้านหลังของไป๋เสว่เอ๋อร์อยู่ๆก็ดังสะท้อนเสียงๆหนึ่งขึ้น พอเธอหันกลับไป ก็เห็นลู่เหยากำลังยืนอยู่ที่ด้านหลังของเธอ “รุ่นพี่”
ลู่เหยายิ้มเล็กน้อย “เมื่อครู่นี้เห็นคุณยุ่ง ก็เลยไม่ได้รบกวน เห็นว่าตอนนี้คุณมีเวลา ผมเลยมาชนกับคุณแก้วนึง หลายวันมานี้ลำบากคุณแล้ว”
“รุ่นพี่เกรงใจเกินไปแล้วจริงๆค่ะ” ไป๋เสว่เอ๋อร์ยกน้ำส้มขึ้น ชนแก้วเข้ากับเขาเบาๆ
ดื่มหมดหนึ่งแก้ว ลู่เหยาก็หมุนตัวหันไปชนแก้วกับคนอื่นอีก ด้านข้างอยู่ๆก็มีสมาชิกคนหนึ่งกระโดดออกมา ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าดื่มไปเยอะแล้ว เขามองดูลู่เหยากับไป๋เสว่เอ๋อร์ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะชอบใจออกมา “ประธานลู่ คุณไม่ใช่ว่ายังซื้อของขวัญให้กับคุณเลขาไป๋ด้วยหรอกหรอครับ? ทำไมไม่เห็นคุณถือออกมา?”
เสียงในคำพูดนี้ของเขาไม่สูงไม่ต่ำ กลับเพียงพอที่จะทำให้คนที่อยู่รอบด้านได้ยินอย่างชัดเจน คนที่แต่เดิมดื่มเหล้าพูดคุยกันอยู่ข้างๆ ต่างก็การเคลื่อนไหวหยุดชะงักลง หันกลับมามองพวกเขาที่อยู่ทางนี้ในทันที
แม้แต่เผยลี่เชินที่กำลังพูดคุยกับคนอื่นอยู่อีกด้านก็ยังเงยหน้ามองมาทางพวกเขาเช่นเดียวกัน
บรรยากาศเปลี่ยนเป็นค่อนข้างที่จะน่าอึดอัดขึ้นมาในทันที ใครๆต่างก็รู้ว่าไป๋เสว่เอ๋อร์เป็นแฟนของเผยลี่เชิน ตอนนี้สมาชิกที่ดื่มจนเมานั่นพูดประโยคเช่นนี้ออกมา ยังคงเป็นต่อหน้าของเผยลี่เชินอีก นี่ไม่ใช่การตบหน้าเขาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งหรอกหรือ?
ด้านข้างมีสมาชิกที่ยังถือว่าพอจะมีสติอยู่รีบยื่นมือออกไปดึงแขนของคนที่เมาเอาไว้ จากนั้นก็ตำหนิออกมาว่า “แกดูแกซิ ดื่มเมาแล้ว พูดจาซี้ซั้วอะไรกัน ไม่ต้องมาขายหน้าตรงนี้แล้ว ฉันพาแกไปล้างหน้าล้างตาหน่อย!”
คนๆนั้นเมาจนไม่รู้จักกาลเทศะ ยังไม่ลืมที่จะแก้ต่างให้กับตัวเอง “ฉันไม่ได้พูดจาซี้ซั้วสักหน่อย...วันนี้ตอนเที่ยงฉันไปเลือกด้วยกันกับประธานลู่ เขาบอกฉันเองว่าจะมอบให้กับคุณเลขาไป๋!”
คราวนี้เสียงของเขาดังมากยิ่งขึ้น ทำให้ทุกๆคนในห้องรับรองพิเศษต่างก็หันหน้ามองมาทางลู่เหยากับไป๋เสว่เอ๋อร์ ในสายตามีความรู้สึกคาดเดาที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเพิ่มเข้ามาสองสามระดับ