ตอนที่ 347
ตอนที่ 347 ไม่เคยคิดที่จะออกมาจากเขามาก่อน
October 28, 2026
ตอนที่ 347 ไม่เคยคิดที่จะออกมาจากเขามาก่อน
หลังจากนิ่งเงียบอยู่นาน ในที่สุดไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ได้สติกลับคืนมาอย่างช้าๆ “รุ่นพี่ หมายความว่าอะไรหรอคะ?”
“ความหมายตามตัวอักษร” น้ำเสียงของลู่เหยาจริงจังเป็นอย่างมาก “ผมรู้ว่าตอนนี้คุณอยู่ข้างกายของเขาไม่ได้มีความสุข หากคุณยินดีล่ะก็ ผมยินดีที่จะดูแลคุณ”
ความรู้สึกที่ฝังลึกเอาไว้ในใจตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ในที่สุดก็ปิดเอาไว้ไม่อยู่แล้ว ในเวลานี้ ลู่เหยาอยากจะสารภาพ สารภาพทุกสิ่งทุกอย่างต่อหน้าของไป๋เสว่เอ๋อร์ให้หมดเปลือก
ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดหายใจเข้าเต็มปอด สังเกตได้ถึงอะไรบางอย่าง เธอเองก็เข้าใจแล้วเช่นเดียวกัน
เมื่อก่อนเธอรู้สึกมาโดยตลอดว่าลู่เหยาทำดีต่อเธอเหมือนรุ่นพี่ที่ทำดีกับรุ่นน้อง พี่ชายที่ทำดีกับน้องสาวแบบนั้น เพราะว่าในความทรงจำของเธอ ลู่เหยาในฐานะรุ่นพี่ดูเหมือนแทบจะดีกับทุกคนที่อยู่ในกลุ่ม
แต่หลังจากที่กลับมาเจอกันอีกครั้งในช่วงระยะเวลานี้ เขาแสดงออกอย่างมีบ้างไม่มีบ้าง บางทีก็ชัดเจนบางทีก็คลุมเครือ ได้นำใจดวงนั้นของเขาแสดงออกมาได้อย่างชัดเจนหมดแล้ว
ลู่เหยาสูดหายใจเข้าเต็มปอด น้ำเสียงรอบคอบและจริงจัง “ผมชอบคุณมากมาโดยตลอด ตั้งแต่มหาวิทยาลัยจนมาถึงตอนนี้ ชอบมาโดยตลอด”
ไป๋เสว่เอ๋อร์กัดริมฝีปากเล็กน้อย ไม่พูดอะไรอยู่นาน เสียงของชายหนุ่มสะท้อนออกมาจากด้านในหูโทรศัพท์อีกครั้ง
“เสว่เอ๋อร์ คุณยินดีไหม? ที่ผมจะมาดูแลคุณ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์เอ่ยปากขึ้นเบาๆ “ขอโทษค่ะ รุ่นพี่”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดี แต่เธอมีคนที่อยู่ในใจ บรรจุใครลงไปไม่ได้อีกตั้งนานแล้ว
ถึงแม้ช่วงนี้เธอกับเผยลี่เชินจะผ่านเรื่องที่บางทีอาจจะดีบางทีอาจจะแย่มากมาย แต่เธอกลับไม่เคยมีความคิดที่จะออกมาจากเขามาก่อน
“งั้นก็ได้” เสียงของลู่เหยาแฝงไปด้วยความผิดหวังเล็กน้อย “เสว่เอ๋อร์ คุณไม่ตอบรับ พวกเราก็ยังคงเป็นเพื่อนกัน จุดนี้ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลง”
น้ำเสียงของชายหนุ่มจริงจัง ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้เลยแม้แต่น้อย
มือที่กุมโทรศัพท์มือถือเอาไว้บีบเข้าหากันแน่นขึ้นเล็กน้อย ไป๋เสว่เอ๋อร์เอ่ยขึ้นอย่างจริงจังว่า “ค่ะ พวกเราคือเพื่อนกัน”
วางสายโทรศัพท์ลง ไป๋เสว่เอ๋อร์มาถึงยังห้องอาบน้ำ เห็นคุณแม่ไป๋ได้เตรียมน้ำร้อนให้เธอแช่อาบไว้เป็นที่เรียบร้อย ในวินาทีที่ได้แช่ลงไปในน้ำร้อน ความอ่อนเพลียทั้งหมดทั่วทั้งร่างกายต่างก็กระจายหายไปในวินาทีนั้น
โน้มสายตาลงอย่างไม่ทันระวัง เห็นรอยจางๆสีชมพูแถบนั้นที่อยู่ตรงไหปลาร้ารวมไปถึงบริเวณหน้าอก ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เหมือนถูกฟ้าผ่าขึ้นมาอย่างกะทันหัน ร่างกายรู้สึกชา สีหน้าก็แดงระเรื่อขึ้นมาในทันที
ทั้งอายทั้งโมโห ไป๋เสว่เอ๋อร์กัดริมฝีปากเล็กน้อย แอบทำการตัดสินใจว่า ช่วงสองสามวันนี้ เธอจะไม่เจอหน้ากับเผยลี่เชินโดยเด็ดขาด แม้แต่โทรศัพท์และข้อความก็จะไม่ตอบ!
แม้ว่าในใจจะคิดเช่นนี้ แต่ยังคงมีสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง รู้สึกว่าต่อให้เธอไม่โทรศัพท์ไม่ส่งข้อความ เผยลี่เชินก็จะต้องเริ่มติดต่อกับเธอก่อนอย่างแน่นอน
แต่คิดไม่ถึงว่า คราวนี้สัญชาตญาณของผู้หญิงกลับไม่แม่นยำเข้าเสียแล้ว
สามวันเต็มๆ ไป๋เสว่เอ๋อร์ต่างก็ไม่ได้รับสายโทรศัพท์จากเผยลี่เชิน แม้กระทั่งข้อความหนึ่งในวีแชทก็ยังไม่มี หากไม่ใช่เพราะเธอยังสามารถรับข้อความและสายโทรศัพท์จากเจียงหวั่นหวั่นได้ เกรงว่าเธอคงจะรู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือของตนเองได้พังลงไปแล้ว
ถึงตอนกลางคืนของวันที่สาม ในที่สุดไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ทนไม่ไหว คุยวีแชทกับเจียงหวั่นหวั่นอย่างไม่มีคำพูดก็หาเรื่องมาพูด เธอหุนหันพลันแล่น เอ่ยถามออกมาอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่ว่า “หลายวันมานี้ชั้นสูงของบริษัทกำลังยุ่งอะไรกันอยู่?”
ไม่ช้า โทรศัพท์ก็สั่นขึ้น เจียงหวั่นหวั่นตอบกลับข้อความมาว่า “ชั้นสูง?เธอหมายถึงประธานเผยน่ะสิ? เขาออกไปทำงานนอกสถานที่ นี่ก็สองสามวันแล้ว ดูเหมือนจะไปเยอรมนีมั้ง หลายวันมานี้ก็ไม่ได้เห็นเขา”
เห็นข้อความที่เจียงหวั่นหวั่นส่งมา คิดไม่ถึงว่าไป๋เสว่เอ๋อร์จะถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยไม่รู้ตัว ที่แท้เขาไม่ได้ติดต่อกับเธอ ก็เป็นเพราะเขาออกไปทำงานนอกสถานที่
“ใช่แล้วเสว่เอ๋อร์ เมื่อไรเธอจะกลับมาทำงานที่บริษัท?”
เห็นรอยยิ้มที่เจียงหวั่นหวั่นส่งมา ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดหายใจเข้าเต็มปอด ไม่รู้ว่าจะตอบกลับอย่างไรดี
เดิมทีคุณท่านเผยพูดแล้วว่ารอถึงวันจันทร์สัปดาห์นี้เธอก็กลับไปทำงานได้แล้ว แต่เป็นเพราะเธอยังอยู่ในช่วงสงครามเย็นกับเผยลี่เชิน จึงไม่ได้กลับไป