ตอนที่ 369
ตอนที่ 369 โอกาสเหมาะที่จะจากไป
October 28, 2026
ตอนที่ 369 โอกาสเหมาะที่จะจากไป
สีหน้าลู่เหยาไม่ค่อยดีนัก เขาก้มศีรษะพูดเสียงเข้ม “เสว่เอ๋อร์ เธอรู้ไหมว่าที่นี่มีนักข่าวอยู่กันเยอะ?”
วันนี้เผยซื่อเป็นจุดศูนย์รวมของนักข่าว บริเวณรอบๆ อาคารล้วนแต่มีนักข่าวนั่งอยู่ในที่ลับ ในเวลานี้พวกเขากำลังรอ “คนสำคัญของข่าว” ไป๋เสว่เอ๋อร์ทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าสู่กับดัก
เมื่อพาไป๋เสว่เอ๋อร์ขึ้นรถแล้ว ลู่เหยาถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างเงียบๆ เพียงแต่สีหน้ายังคงเคร่งขรึม
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้ว่าตัวเองทำผิด เมื่อคืนวานพวกเขาปรึกษาหารือวางแผนกันเรียบร้อยแล้วตกลงตามนั้น ว่าเธอจะไม่ไปพบเผยลี่เชินอีก แต่วันนี้เธอกลับไปพบเขาด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอทำไม่ถูก
“รุ่นพี่ ฉันขอโทษ” ไป๋เสว่เอ๋อร์พูดขอโทษเบาๆ
ยังพูดไม่ทันจบ ลู่เหยาเอ่ยปากพูดขึ้นก่อน “นี่ยังไม่สำคัญ ที่ฉันมาหาเธอเพราะว่าแผนของเรามีการเปลี่ยนแปลง”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ตะลึงไปเล็กน้อย “มีอะไรเปลี่ยนหรือคะ?”
ตอนแรกพวกเขาวางแผนไว้ว่าหลังจากนี้อีกสามวันช่วงกลางคืนจะหนีออกจากเมืองไห่เฉิง เรื่องรายละเอียดรวมถึงเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้พูดคุยกันไว้รอบหนึ่งแล้ว ตอนนี้จู่ๆ เขามาบอกว่าเปลี่ยนแผน เธอย่อมรู้สึกประหลาดใจ
สีหน้าลู่เหยาดูตั้งใจ มองดูดวงตาดำขลับที่สดใสของไป๋เสว่เอ๋อร์ “พวกเราจะไปวันนี้”
ไป๋เสว่เอ๋อร์สมองถึงกับอึ้ง “อะไรนะ?”
“ตอนนี้เผยซื่อต้องมารวมตัวกันเพราะสื่อสาธารณะชนทั้งหลายทำให้วุ่นวายไปหมด เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เผยลี่เชินยุ่งที่สุด และเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่พวกเราจะออกจากเมืองไห่เฉิง” ลู่เหยานิ่งไปก่อนจะพูดเสียงเคร่งขรึม “ดังนั้นฉันตัดสินใจแน่แล้วว่าต้องอาศัยจังหวะนี้ลงมือ ซึ่งฉันได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแต่เธอเท่านั้น”
ไป๋เสว่เอ๋อร์จิตใจสั่นไหวเมื่อได้ยินที่เขาพูด ตื่นเต้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าเธอจะต้องจากไห่เฉิงไปรวดเร็วขนาดนี้ จากเผยลี่เชิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เขากำลังลำบากที่สุดไม่มีใครอยู่ช่วยเหลือ....
ความรู้สึกลังเลในใจทำให้ไป๋เสว่เอ๋อร์กำชายเสื้อแน่น ความสับสนทำให้ไม่พูดอะไรอยู่นาน
ลู่เหยาหายใจลึก ดูเหมือนเขาจะเข้าใจความคิดของไป๋เสว่เอ๋อร์อย่างทะลุปรุโปร่ง ก่อนจะพูดเบาๆ “เสว่เอ๋อร์ ตอนนี้เป็นโอกาสเหมาะที่พวกเราจะไปจากที่นี่ ไม่ก็ทำตามแผนเดิมที่วางไว้ แต่ฉันขอบอกอย่างชัดเจนว่า ถึงตอนนั้นความสำเร็จที่จะไปจากที่นี่มีไม่มากเท่าตอนนี้อย่างแน่นอน”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้นิสัยของเผยลี่เชินเป็นอย่างดี ถ้าให้เขารู้ว่าเธอหนีไป เขาจะต้องตามหาเธอพลิกเมืองไห่เฉิงแน่นอน ไม่ว่าต้องเสียเงินไปสักเท่าไรเพื่อหาเธอ....
ไป๋เสว่เอ๋อร์กัดริมฝีปาก รู้สึกลังเล
ลู่เหยาพูดต่อเมื่อเห็นเธอไม่พูดอะไรอยู่นาน “เธอคิดดูให้ถี่ถ้วนนะ คิดได้แล้วก็บอกฉันด้วย ฉันไปซื้อกาแฟก่อนนะ”
พูดจบลู่เหยาลงจากรถ ขณะนั้นภายในรถเหลือเธออยู่เพียงแค่คนเดียว
เธอไม่อยากจากไปตอนที่เผยลี่เชินกำลังลำบาก แต่เธอต้องเผชิญกับความจริง ถ้าเธอต้องการเก็บเด็กคนนี้ไว้ เธอจำเป็นต้องไป
เธอไม่มีทางเดินอื่นให้เลือกเดินอีกแล้ว
ในที่สุด เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมด หยิบจดหมายลาออกที่เขียนไว้เมื่อคืนออกจากกระเป๋าของเธอ ตอนที่มองดูตัวอักษรในจดหมาย เธอสะอื้นไห้ อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลออกมา
ถึงเวลาที่ต้องจากลา
ไป๋เสว่เอ๋อร์ปาดน้ำตาทิ้ง แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา โทรศัพท์หาเสี่ยวจางผู้ช่วยฝึกหัดที่อยู่สำนักงานประธานบริษัท “ฮัลโหล เสี่ยวจาง”
“พี่เสว่เอ๋อร์!” เสี่ยวจางทั้งดีใจทั้งประหลาดใจ “ทำไมช่วงนี้พี่ถึงไม่มาทำงานคะ?”
“พี่มีธุระนิดหน่อย...เลยไม่ได้ไปทำงาน ตอนนี้เธอว่าไหม? พี่อยากให้เธอช่วยพี่หน่อย...”
หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จ ไป๋เสว่เอ๋อร์วางสายโทรศัพท์ ในมือกำจดหมายลาออกไว้ แม้ว่าแอร์ในรถจะเย็นสบาย แต่เธอกลับรู้สึกเย็นยะเยือกบริเวณท่อนแขน
ไม่นานไป๋เสว่เอ๋อร์มองเห็นเสี่ยวจางผ่านกระจกรถ ซึ่งเสี่ยวจางอยู่ตรงประตูบริษัท เธอเดินลงมาจากชานบันได กวาดตามองไปรอบๆ แล้วก็เดินตรงมาทางนี้
เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาใกล้ ไป๋เสว่เอ๋อร์จึงลงจากรถ โบกมือให้เธอ