ตอนที่ 374
ตอนที่ 374 ยกบ้านพร้อมที่ดินให้ลูก
October 28, 2026
ตอนที่ 374 ยกบ้านพร้อมที่ดินให้ลูก
หลังจากออกจากสุสาน ไป๋เสว่เอ๋อร์พาไป๋ห้าวเจ๋อไปที่โรงแรมเพื่อเช็คอิน หลังจากกินข้าวกลางวันแล้ว ให้เด็กน้อยนอนกลางวัน พวกเขาถึงไปบ้านวิลล่าคุณแม่ไป๋ที่เขตหนาน
รถจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตูบ้านวิลล่า ไป๋เสว่เอ๋อร์เห็นคุณแม่ไป๋ยืนอยู่ที่หน้าประตูมองไปรอบๆ
เปิดประตูลงจากรถ คุณแม่ไป๋รีบออกมาต้อนรับ “เสว่เอ๋อร์! ห้าวเจ๋อ! พวกเธอมากันแล้ว แม่รอตั้งนาน!”
ไป๋ห้าวเจ๋เห็นคุณแม่ไป๋ เรียกดังเสียงหวาน “คุณยายคนสวย!”
“ไอ่!” คุณแม่ไป๋เดินมาข้างหน้าก้มตัวลงกอดไป๋ห้าวเจ๋อ หอมแก้มเขาไม่หยุด
“ไหนให้ยายดูซิ ห้าวเจ๋อตัวสูงแค่ไหนแล้ว! ยายอุ้มไม่ไหวแล้ว”
ไป๋ห้าวเจ๋อหัวเราะคิกคัก ปากหวานไม่หยุด “คุณยายสวยมาก หนูเคยเห็นผู้หญิงที่สวยที่สุด คนหนึ่งคือแม่ อีกคนหนึ่งก็คือคุณยาย!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์เดินตามทั้งสองคนเข้าไปในบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก แต่รู้สึกอึดอัดที่หัวใจเล็กน้อย
ถ้าหากพ่อไม่ประสบอุบัติเหตุ ครอบครัวของพวกเขาคงมีความสุขมาก….
เมื่อเข้าไปในบ้าน คนรับใช้ยิ้มทักทายให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ ไป๋เสว่เอ๋อร์กวาดตามองไปรอบๆบ้าน ไม่เห็นแม้แต่เงาของเฝิงเจิ้งปาง
คุณแม่ไป๋กระซิบเบาๆ “ช่วงนี้เขากลับไปบ้านเกิด บ้านนี้จึงเหลือแต่แม่คนเดียว”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินคุณแม่ไป๋บอกเช่นนั้น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอพาไป๋ห้าวเจ๋อมาที่นี่ ทุกครั้งที่มาเจอเฝิงเจิ้งปาง ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกไม่สบายใจ อึดอัดใจ แล้วยังต้องพยายามอธิบายให้ไป๋ห้าวเจ๋อเข้าใจสถานะของเฝิงเจิ้งปาง เหนื่อยใจจนบอกไม่ถูก
ตอนนี้เขาไม่อยู่ดีที่สุด
บนโต๊ะเต็มไปด้วยของเล่นที่คุณแม่ไป๋เตรียมไว้ให้ไป๋ห้าวเจ๋อล่วงหน้า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของเล่นฝึกพัฒนาการสติปัญญา มีหลากหลายรูปแบบ ล้วนแล้วท้าทาย มีแม้กระทั่งของเล่นที่คุณแม่ไป๋ฝากเพื่อนที่ไปต่างประเทศซื้อให้
ไป๋ห้าวเจ๋อเห็นของเล่น ก็มีความสุขตามประสาเด็กๆ จากนั้นหยิบชุดของเล่นประกอบขึ้นมาเล่น
คุณแม่ไป๋เล่นกับเด็กชายตัวน้อยอยู่นาน จนในที่สุดก็หันไปมองไป๋เสว่เอ๋อร์ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง
ไป๋เสว่เอ๋อร์สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอใส่เป็นพิเศษเมื่อเธอไปที่สุสานวันนี้
คุณแม่ไป๋ขมวดคิ้ว พูดด้วยเสียงเย็นเย็น “ไปสุสานมาเหรอ?”
“คะ” ไป๋เสว่เอ๋อร์ตอบรับ
คุณแม่ไป๋พูดด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิ “งั้นทำไมไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า สีดำทึมๆ เห็นแล้วหดหู่ใจ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกอึดอัดใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอเงยหน้าขึ้นมองสายตาของคุณแม่ไป๋ พูดด้วยน้ำเสียงต่ำ “แม่ แม่ไม่ไปหาพ่อก็ช่างเถอะ แต่ทำไมต้องมาสนใจว่าหนูจะไปหรือไม่ไป?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณแม่ไป๋ค่อยๆ ยกถ้วยน้ำชาลายเส้นสีทองขึ้นดื่มอย่างช้าๆ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “ไม่ใช่แม่ไม่ให้ลูกไป เพียงแต่มีคนสังเกตเห็น ลูกดูพวกเราสิ ชีวิตในตอนนี้ยังไม่ถือว่าดีอีกใช่ไหม? แค่คิดถึงก็พอแล้ว แต่อย่ายึดติดจนเกินไป”
เมื่อได้ยินคำพูดของคุณแม่ไป๋ ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกเจ็บปวดใจ ผิดหวัง อย่างน่าประหลาดใจ
ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เท่าที่เธอรู้ 3 ปีที่พ่อจากไป เธอพาแม่ไปเยี่ยมพ่อครั้งหนึ่ง จากนั้นคุณแม่ไป๋ก็ไม่เคยไปอีกเลย
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่เข้าใจว่าทำไมคนสองคนที่เคยรักกันสนิทสนมกัน มาตอนนี้แม้แต่มิตรภาพสุดท้ายถึงได้เปลี่ยนเป็นจืดจางได้ขนาดนี้
แต่ต้องบอกว่า ชีวิตของคุณแม่ไป๋ไร้กังวล มีอิสรเสรี ไม่ต้องสนใจคนอื่น
“คุณยาย, แม่ ดูสิครับ หนูต่อเสร็จแล้วนะครับ”
เสียงของไป๋ห้วเจ๋อดังขึ้น ขณะนั้นทำให้สมาธิของไป๋เสว่เอ๋อร์หมดไป
คุณแม่ไป๋ยิ้มในทันทีแล้วพูดว่า “ห้าวเจ๋อน้อยเก่งมาก! รีบเอามาให้ยายดูเร็วๆ”
อยู่ที่คฤหาสน์จนถึงตอนบ่าย ตอนค่ำก็กินอาหารค่ำร่วมกัน ก่อนจะจากกัน จู่ๆ คุณแม่ไป๋ลากไป๋เสว่เอ๋อร์มาถามอย่างจริงจัง “ลูกจะกลับบ้านมะรืนไม่ใช่หรอ? พรุ่งนี้มีเวลาไหม? มาหาแม่อีกสักครั้ง”