ตอนที่ 379
ตอนที่ 379 เด็กผู้ชายคนนั้น
October 28, 2026
ตอนที่ 379 เด็กผู้ชายคนนั้น
แม่โทรมาในเวลานี้ คงมีแต่เรื่องที่จะให้เธอช่วย
ก่อนหน้านี้ที่บ้านล้มละลาย แม่มีสมบัติที่ดินอยู่ในมือแต่ไม่พูดอะไร แต่มาวันนี้แม่จะให้เธอช่วยโกหกเฝิงเจิ้นปาง เธอทำไม่ได้จริงๆ
หลังจากเก็บมือถือ ไป๋เสว่เอ๋อหันไปมองห้าวเจ๋อน้อยที่เล่นซุกซนอยู่ ใจของเธอรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา
ช่วงไม่กี่ปีมานี้เธอใช้ชีวิตกับห้าวเจ๋อน้อยอยู่ที่เซียงหนานอย่างมีความสุข ไม่มีความทุกข์หรือความกังวลใดๆ เธอทำงานแปลแบบฟรีแลนซ์ มีธุระส่วนตัวบ้าง รายรับแต่ละเดือนไม่ถือว่าน้อยเลย เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายประจำวันของเธอกับห้าวเจ๋อน้อย และที่สำคัญที่นั่นไม่มีสิ่งวุ่นวายหรือสิ่งที่ต้องกังวลมากมาย ทั้งสองจึงสามารถใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมีความสุข
แต่ไห่เฉิงกลับตรงข้าม ที่นี่เต็มไปด้วยความทรงจำและอดีตมากมายของเธอ แม้ว่าเธออยู่เฉยๆไม่คิดอะไร แต่กลับถูกแวดล้อมบังคับให้ย้อนคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่อาจหลุดพ้นไปได้
เมื่อได้สติ ไป๋เสว่เอ๋อเดินขึ้นไปด้านหน้า อุ้มห้าวเจ๋อน้อยขึ้น มองไปที่เจียงหวั่นหวั่น “หวั่นหวั่น นี่ก็เย็นแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะ”
“โอเค วันนี้ฉันจะพาพวกเธอไปร้านเนื้อย่างญี่ปุ่นที่อร่อยมาก ห้าวเจ๋อน้อยต้องชอบมากแน่นอน!”
ทั้งสามเดินไปด้วยกัน หัวเราะคิกคักกันไม่หยุด
ตั้งแต่เช้าจนค่ำตลอดทั้งวันเจียงหวั่นหวั่นมีกิจกรรมให้ทำอย่างไม่ขาดสาย ตอนบ่ายพวกเขายังไปร้านของหวาน หลังจากกินข้าวเย็นด้วยกัน เจ้าตัวน้อยเหนื่อยจนหลับคาร้านอาหาร
ไป๋เสว่เอ๋ออุ้มห้าวเจ๋อน้อยมาไว้ในอ้อมอก เธอจึงมีเวลาพูดคุยกับเจียงหวั่นหวั่น “หวั่นหวั่น ให้ฉันพูดนะ เธอไม่ต้องมาห่วงฉันกับเจ๋อน้อยมากหรอก ฉันยังรอที่จะไปดื่มชามงคลสมรสของเธออยู่นะ ครั้งที่แล้วที่เธอเคยบอกว่าไปเจอกับผู้ชายที่แม่หาให้มา มีคนที่ถูกใจรึเปล่า?”
เมื่อได้ยินเธอพูดถึงเรื่องนี้ เจียงหวั่นหวั่นเบ้ปากทันที รินเหล้าญี่ปุ่นลงในแก้วยกขึ้นดื่ม “มีแต่ไม่สมประกอบทั้งนั้น บางคนฐานะรูปร่างดี แต่หัวล้าน บางคนหน้าตาดีแต่นิสัยเหมือนผู้หญิง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไป๋เสว่เอ๋ออดขำไม่ได้ “เอาจริงๆฉันว่า เธอมีครบทุกด้าน ทำไมยังต้องไปหาผู้ชายตามที่แม่หาให้อีก?”
“เธอคิดว่าฉันอยากไปงั้นเหรอ ฉันเคยมีประสบการณ์เรื่องความรักเพียงนิดเดียวตอนสมัยเรียน ขนาดจูบยังไม่เคยเลย...”
เจียงหวั่นหวั่นหยุดพูดไป จู่ๆคิดอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
หากให้พูดอย่างจริงจัง จูบแรกของเธอไม่หลงเหลืออยู่แล้ว ตอนที่เธอจมน้ำครั้งนั้น กู้หลี่เหลียงเคยผายปอดช่วยชีวิต....
เมื่อเห็นสีหน้าของเจียงหวั่นหวั่นผิดปกติไป ไป๋เสว่เอ๋อรีบยิ้มถามขึ้น “จูบอะไรเหรอ? หรือว่าเธอ....”
ยังไม่ทันพูดจบ มือถือที่ตั้งอยู่บนโต๊ะก็สั่นขึ้น
ยังคงเป็นแม่ไป๋ที่โทรมา ไป๋เสว่เอ๋อลังเลครู่หนึ่ง ยื่นมือกดรับ “ฮัลโหล?”
คู่สายมีเสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้น “คุณไป๋รึเปล่าคะ?”
ไป๋เสว่เอ๋อสูดหายใจเข้าลึก “มีอะไรรึเปล่าคะ?”
เสียงของคู่สายฟังดูร้อนใจและกระวนกระวายอย่างมาก “ฉันเป็นคนใช้ของบ้านตระกูลเฝิง คอยรับใช้คุณนายมาตลอด วันนี้ตอนบ่ายคุณนายบอกว่ามีธุระต้องไปข้างนอก มือถือก็ไม่ได้เอาไป นี่ใกล้สามทุ่มแล้ว คุณนายยังไม่กลับมาเลย...”
ไป๋เสว่เอ๋อขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่าแม่ของฉันหายไปงั้นเหรอ?”
เสียงของคนใช้สั่นคลอน “ใช่ค่ะ...ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี และไม่กล้าโทรหาคุณท่าน เห็นว่าคุณมาหาคุณนายเมื่อเช้า ก็เลยโทรหาคุณค่ะ...”
ไป๋เสว่เอ๋อไม่สบายใจขึ้นมาทันที รีบถามขึ้น “หรือแม่จะไปบ้านเพื่อนที่ชอบไปอยู่บ่อยๆ”
“ฉันลองถามดูหมดแล้วค่ะ ไม่มีเลย และปกติถ้าคุณนายจะกลับบ้านดึก จะต้องบอกฉันก่อนทุกครั้ง...”
ได้ยินเช่นนั้น ไป๋เสว่เอ๋อนึกถึงเหตุการณ์ตอนไปเจอแม่ในตอนเช้า เธอมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา
“เดี๋ยวฉันจะไปหา ถ้าแม่กลับบ้านแล้ว รีบโทรมาหาฉันนะ”
หลังจากพูดจบ ไป๋เสว่เอ๋อก็วางสายลง ค่อยๆอุ้มห้าวเจ๋อน้อยให้เจียงหวั่นหวั่นอุ้มต่อ พูดขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา “จู่ๆแม่ฉันก็หายไป ฉันต้องไปหาแม่ก่อน เธอช่วยดูแลเจ๋อน้อยให้ก่อนได้ไหม?”