ตอนที่ 396
ตอนที่ 396 จะหนีคุณไปได้ยังไงกันล่ะ
October 28, 2026
ตอนที่ 396 จะหนีคุณไปได้ยังไงกันล่ะ
“ฉันได้ยินมาว่าคุณแม่ของเธอไปหาลูกนอกสมรสของเฝิงเจิ้นปางเข้า และตั้งใจจะมอบเงินก้อนหนึ่งเพื่อให้พวกเขาไปจากเขตไห่เฉิงนี่ซะ แต่ว่าอีกฝั่งไม่เห็นด้วย ทั้งสองฝ่ายก็เลยมีปากเสียงทะเลาะกัน......” เจียงหวั่นหวั่นเงียบไปครู่หนึ่ง และรีบเอ่ยปากพูดเพิ่มเติมออกมาอีกว่า “แล้วฉันก็ยังได้ยินมาอีกว่า เป็นเพราะว่าครอบครัวนั้นอาศัยอยู่ในเขตชุมชนของเราพอดี......”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ขมวดคิ้วขึ้นมาในทันทีโดยไม่รู้ตัว
เธอรู้ดีว่าภายในใจของคุณแม่ไป๋นั้นกำลังกังวลในเรื่องอะไรอยู่ ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกนอกสมรส แต่สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเฝิงเจิ้นปาง ถ้าเกิดถึงคราวที่พวกเขาคิดที่จะอาศัยสถานะของตนเองเพื่อขอแบ่งทรัพย์สินแล้วล่ะก็ เฝิงเจิ้นปางก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้อย่างแน่นอน ดังนั้น คุณแม่ไป๋จึงคิดที่จะใช้เงินก้อนหนึ่งเพื่อไล่ให้พวกเขาไปจากที่นี่เสีย แล้วค่อยจัดการแบ่งทรัพย์สินให้พวกเขาในภายหลังอีกที
แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาไม่ใช่คนโง่ พวกเขาต่างรู้จักที่จะชั่งน้ำหนักถึงข้อดีข้อเสียของการกระทำเช่นนี้ และเป็นธรรมชาติที่พวกเขาจะไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงนี้
เจียงหวั่นหวั่นที่อยู่ปลายสายก็ยังคงพูดต่อไปอีกว่า “เสว่เอ๋อร์ ฉันคิดว่าเรื่องนี้คุณแม่ของเธอทำไม่ถูกเท่าไรนะ ฉันได้ยินมาว่ามีคนเอาข้าวของไปปาใส่บ้านของครอบครัวนั้นด้วย เรื่องมันแย่มากจนเพื่อนบ้านในละแวกนั้นต่างรู้กันหมดทุกคนเลยล่ะ......”
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เอ่ยปากถามกลับไปอย่างแผ่วเบาว่า “หวั่นหวั่น เธอพอจะรู้รายละเอียดที่อยู่ของพวกเขาไหม พรุ่งนี้ฉันอยากจะไปขอโทษพวกเขาแทนแม่ของฉันน่ะ”
“รู้สิ เดี๋ยวฉันจะส่งไปให้เธอนะ เธออยากจะให้ฉันไปเพื่อนเธอด้วยไหม”
“ไม่ต้องหรอก” ไป๋เสว่เอ๋อร์พูดเบาๆ ต่อไปว่า “แค่เธอเอาเรื่องนี้มาบอกให้ฉันรู้ ฉันก็รู้สึกซาบซึ้งมากแล้วล่ะ ยังไงพรุ่งนี้เธอก็ตั้งใจทำงานเข้านะ”
เจียงหวั่นหวั่นหัวเราะ “ทำไมพวกเราสองคนต้องคุยกันสุภาพขนาดนี้ด้วยล่ะ! นัดวันมาเจอกันหน่อยดีกว่า ฉันรู้จักร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่งที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อไม่นานนี้ รสชาติไม่เลวทีเดียว ไว้ฉันจะพาเธอไปกินนะ!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มตามทันที “ได้เลย ไว้เธอค่อยโทรนัดฉันอีกทีก็แล้วกันนะ”
หลังจากวางสายแล้ว รอยยิ้มที่เคยปรากฏบนใบหน้าของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ค่อยๆ หายไปอย่างช้าๆ เดิมทีนั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกง่วงนอนอะไรอยู่แล้ว และยิ่งตอนนี้เธอเพิ่งจะได้รู้เรื่องราวของคุณแม่ไป๋เข้า ทำให้เธอยิ่งรู้สึกกังวลมากขึ้นไปอีก
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ตอนนี้คุณแม่ไป๋เป็นคนในครอบครัวเพียงคนเดียวที่ยังเหลืออยู่เท่านั้น เธอจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าไปจัดการกับเรื่องนี้ให้ได้
เมื่อเหลือบไปมองยังนาฬิกา ตอนนี้เวลาก็ค่อนข้างดึกมากแล้วทีเดียว เธออดกลั้นความรู้สึกชั่ววูบที่อยากจะโทรหาคุณแม่ไป๋ของเธอเอาไว้ ไป๋เสว่เอ๋อร์ล้มตัวลงนอนบนเตียง ภายในหัวของเธอนั้นต่างคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้กลับไปกลับมา
อย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ทันทีที่เธอกลับมาถึงยังไห่เฉิง เธอก็ถูกลากเข้าไปให้มีส่วนร่วมในเรื่องราวต่างๆ มากมายโดยไม่ได้ตั้งใจในทันที
ขณะที่เธอกำลังพลิกตัวไปมาและรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่นั้น สุดท้ายแล้ว เธอก็ผล็อยหลับไปในที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อแสงแรกของวันส่องกระทบเข้ามายังภายในห้องนอน เผยลี่เชินก็มายืนอยู่ที่ข้างเตียงของไป๋เสว่เอ๋อร์ พร้อมกับกำลังอุ้มห้าวเจ๋อน้อยอยู่ในอ้อมแขน
ห้าวเจ๋อน้อยพิงเผยลี่เชิน และลดเสียงของเขาลง พร้อมกับพูดออกมาว่า “คุณอาข้าวโอ๊ตฮะ คุณอาบอกว่าหม่าม้าจะตื่นเมื่อไรเหรอฮะ”
เผยลี่เชินขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยปากถามออกไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยว่า “เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าเวลาอยู่กันสองคนให้เรียกอาว่าปะป๊าได้น่ะ”
ห้าวเจ๋อน้อยเบิกตาอันกลมโตที่เหมือนลูกองุ่นทั้งสองข้างของเขาขึ้นในทันที มืออันเล็กจิ๋วของเขาชี้ไปที่ไป๋เสว่เอ๋อร์ที่กำลังนอนอยู่บนเตียงอย่างเงียบๆ “หม่าม้าอยู่ ผมไม่กล้า......”
เมื่อได้ยินดังนั้น เผยลี่เชินไม่รู้ว่าจะดีใจหรือว่าเสียใจดี เขาจึงเอ่ยปากถามออกไปอย่างเรียบง่ายว่า “หนูอยากปลุกหม่าม้าให้ตื่นไหมครับ”
ห้าวเจ๋อน้อยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้น เขาก็กระซิบตอบกลับไปว่า “ให้คุณอาปลุกดีกว่าฮะ”
ทั้งสองหนุ่มน้อยใหญ่ต่างมองหน้ากัน และไม่มีใครกล้าพอที่จะปลุกหญิงสาวเลยสักคนเดียว
เมื่อได้ยินเสียงพึมพำบางอย่างดังขึ้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็พลิกตัวกลับมา และค่อยๆ ลืมตาของเธอขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อเธอเห็นว่าทั้งสองคนนั้นกำลังยืนอยู่ที่ข้างเตียง เธอก็อึ้งไปครู่หนึ่งอย่างช่วยไม่ได้
ไป๋เสว่เอ๋อร์ลุกขึ้นนั่ง และเอ่ยปากถามออกไปด้วยความประหลาดใจว่า “พวกคุณ.....มาทำอะไรที่นี่กันคะ”
ห้าวเจ๋อน้อยเอื้อมมืออันเล็กจิ๋วทั้งสองข้างออกมา และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “คุณอาข้าวโอ๊ตบอกว่าต้องปลุกหม่าม้าให้ตื่นได้แล้ว ผมไม่ได้เป็นคนคิดนะฮะ จริงๆ ผมเองก็ไม่อยากจะรบกวนหม่าม้าตอนกำลังหลับปุ๋ยอยู่แล้วด้วย!”
เผยลี่เชินมองห้าวเจ๋อน้อยด้วยความประหลาดใจ “เสี่ยวเจ๋อ หนู.......”
ในตอนแรกเริ่มนั้น เห็นได้ชัดว่าเจ้าหนูน้อยคนนี้ต่างหากที่เป็นคนแนะนำให้เขามาปลุกไป๋เสว่เอ๋อร์ แต่ทำไมเรื่องราวกลับตาลปัตรและกลายเป็นว่าชายหนุ่มต่างหากคือคนที่เป็นต้นคิดของเรื่องนี้ทั้งหมด!
เมื่อได้เห็นการแสดงออกของทั้งสองคนแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก “ก็ได้จ้ะ หม่าม้าตื่นแล้วก็ได้ พวกลูกสองคนออกไปก่อนนะ ขอแม่เปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย”
“หม่าม้า ผมอยากอยู่กับหม่าม้าต่อ” ห้าวเจ๋อน้อยดิ้นเล็กน้อย เพื่อให้เผยลี่เชินวางเขาลง จากนั้นเด็กน้อยก็เดินไปนั่งลงที่ข้างเตียง พร้อมกับหันไปมองเผยลี่เชิน และเอ่ยปากแนะนำออกไปว่า “คุณอาข้าวโอ๊ต คุณอาออกไปก่อนสิฮะ”
“อาเหรอ” เผยลี่เชินชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาดูครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้น เขาก็มองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อร์ด้วยอารมณ์ทีเล่นทีจริง “อาก็ไม่ไปเหมือนกัน”
ขณะที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็หยิบหมอนที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมา จากนั้น เธอก็ปาใส่เผยลี่เชินเข้าให้ในทันที