ตอนที่ 398
ตอนที่ 398 คิดจะทำอะไรกันแน่
October 28, 2026
ตอนที่ 398 คิดจะทำอะไรกันแน่
สีหน้าของเจียงอวี่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “เฮ้ย...พวกคุณคิดจะทำอะไรกันแน่!”
มือที่วางอยู่ข้างลำตัวค่อยๆ กำแน่นขึ้นมา จากนั้น เผยลี่เชินก็พูดออกไปด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “ขอโทษออกมาซะ!”
ถ้าเกิดว่าวันนี้ไม่ใช่เพราะเขารู้สึกไม่ไว้วางใจ จึงตัดสินใจแอบตามพวกเธอมาเป็นพิเศษแบบนี้ล่ะก็ เขาก็คงจะไม่รู้เลยสักนิดว่าภรรยาและลูกของเขากำลังถูกคนอื่นทำร้ายอยู่ที่ข้างนอกนี่!
ในที่สุด เจียงอวี่ก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา เขาขยิบตาให้กับผู้หญิงวัยกลางคนนั้น “แม่ครับ......”
แต่ทว่าผู้หญิงคนนั้นยังคงดูไม่ออกว่าใครถือไพ่เหนือกว่า “ทำไมพวกเราจะต้องขอโทษผู้หญิงคนนั้นด้วย!”
“เพราะเธอมาที่นี่เพื่อขอโทษพวกคุณอย่างจริงใจ แต่นอกจากคุณจะปฏิเสธไม่ยอมรับคำขอโทษของเธอแล้ว เธอยังถูกพวกคุณทำร้ายอีกด้วย แล้วคุณคิดว่าคุณควรขอโทษไหมล่ะ สิ่งที่คุณแม่ของเธอทำไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลยสักนิด ถึงแม้ว่าพวกคุณจะโกรธคุณแม่ของเธอมากแค่ไหน พวกคุณก็ไม่ควรมาลงที่เธอ!”
คำพูดอันทรงพลังที่ถูกกล่าวออกมาอย่างมีจังหวะจะโคนเหล่านั้น ทำให้เจียงอวี่และผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นได้แต่นิ่งเงียบและพูดอะไรไม่ออก แม้แต่บรรดาเพื่อนบ้านที่ยืนมุงล้อมรอบอยู่นั้นต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
ในท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาเป็นฝ่ายผิด เจียงอวี่รู้ตัวและเข้าใจในสถานการณ์ดี เขาจึงรีบก้าวออกไปข้างหน้า และมองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อร์ พร้อมกับเอ่ยปากพูดออกไปอย่างแผ่วเบาว่า “ขอโทษด้วยนะ วันนี้พวกเราเป็นฝ่ายที่ผิดเอง”
ถึงแม้ว่าคุณแม่ของเจียงอวี่ที่ยืนอยู่ด้านข้างจะไม่เต็มใจนัก แต่ท้ายที่สุดแล้ว เธอก็ยอมขอโทษแต่โดยดี
ไป๋เสว่เอ๋อร์ส่ายศีรษะ และไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
หลังจากที่ฝูงชนแยกย้ายกันไปเรียบร้อยแล้ว เจียงอวี่และผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นก็เดินจากไป จากนั้น เผยลี่เชินจึงหันกลับไปมองไป๋เสว่เอ๋อร์และห้าวเจ๋อน้อย “พวกคุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ไป๋เสว่เอ๋อร์นิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้น เธอก็เอ่ยปากถามออกไปว่า “คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน”
เผยลี่เชินเอ่ยปากพูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา “ผมรู้สึกไม่สบายใจ ผมก็เลยตามคุณมาที่นี่ด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ดูเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย “ฉันไม่หนีคุณไปหรอกค่ะ”
“ผมไม่ได้กลัวคุณหนีไป” เผยลี่เชินรีบเอ่ยปากอธิบายในทันที “ผมแค่เป็นห่วงคุณกับเสี่ยวเจ๋อน่ะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์นิ่งเงียบและไม่ยอมพูดอะไร จากนั้น เธอก็อุ้มเสี่ยวเจ๋อและเดินไปขึ้นรถในทันที หลังจากที่เธออุ้มเสี่ยวเจ๋อเข้าไปนั่งในรถได้แล้ว ขณะที่เธอกำลังจะขึ้นรถนั้น จู่ๆ เธอก็ถูกใครบางคนดึงเอาไว้ในทันที เมื่อเธอหันกลับไปมอง เธอก็เห็นว่าเผยลี่เชินกำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังอย่างพอดิบพอดี
“ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้น เธอก็ย่อตัวลงและยิ้มให้กับห้าวเจ๋อน้อย “เสี่ยวเจ๋อจ๊ะ หนูรอหม่าม้าอยู่ในรถก่อนนะ”
หลังจากพูดจบ เธอก็ปิดประตูรถ และมองไปที่เผยลี่เชิน พร้อมกับเอ่ยปากถามออกไปว่า “คุณมีเรื่องอะไรอยากจะพูดกับฉันเหรอคะ”
เผยลี่เชินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “หลังจากนี้เป็นต้นไป คุณไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคุณแม่คุณอีก”
ภายในหัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกบีบแน่นขึ้นมา จากนั้น เธอก็ขมวดคิ้วและเอ่ยปากถามกลับไปว่า “คุณหมายความว่ายังไง”
เผยลี่เชินพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “ตอนนี้คุณแม่ของคุณมีครอบครัวและมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว คุณเองก็เช่นกัน คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับความทุกข์ทรมานเพื่อแม่ของคุณขนาดนี้อีกต่อไป”
“คุณกำลังหมายความว่าถึงแม้ว่าแม่ของฉันจะทำไม่ดี หรือว่าเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรกับเธอขึ้นมาก็ตาม ฉันก็ควรที่จะนั่งเฉยๆ และไม่สนใจอะไรเลยอย่างนั้นใช่ไหมคะ”
เผยลี่เชินยกมือขึ้นมา และวางลงไปที่ไหล่ของหญิงสาวอย่างเบามือ “แบบนี้จะเป็นการดีกับทั้งตัวคุณและเสี่ยวเจ๋อมากกว่านะ ถ้าเกิดว่าวันนี้ผมไม่ได้ตามคุณมาด้วยแล้วล่ะก็ คุณเคยคิดบ้างไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ปัดมือของเขาออกไป “ไม่ว่ายังไงก็ตาม เธอก็คือคุณแม่ของฉัน ถ้าฉันไม่ดูแลแม่ของตัวเอง แล้วจะให้ใครคอยมาดูแลเธอกัน”
เผยลี่เชินขมวดคิ้ว จากนั้น เขาก็เสียงดังขึ้นเล็กน้อย “ไป๋เสว่เอ๋อร์ ตลอดเวลาหกปีที่คุณหายไป คุณแม่ของคุณมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ดีอย่างนั้นเหรอ มันไม่ใช่ว่าเมื่อใครสักคนจากไป คนที่เหลือจะไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้เสียหน่อย คุณแม่ของคุณไม่ได้ต้องการให้คุณคอยวิ่งไปทั่วและจัดการเรื่องต่างๆ ให้เธอแบบนี้หรอกนะ”
ในตอนนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกว่าหัวใจของเธอราวกับถูกใครบางคนทำให้มันกลายเป็นน้ำแข็งที่ช่างเย็นเยือกจากข้างใน เธอรู้ดีว่าเผยลี่เชินเป็นคนที่เย็นชา แต่กลับคาดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นคนไร้หัวใจและห้ามไม่ให้ตัวเธอนั้นไปดูแลแม่ของเธอเอง!
“ถูกต้องค่ะ เมื่อใครสักคนได้จากไปแล้ว คนที่เหลือก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป แล้วคุณจะพยายามแทบตายขนาดนั้นเพื่อให้ฉันกับห้าวเจ๋อน้อยมาอยู่ข้างคุณทำไมกันคะ” เธอจ้องมองลึกลงไปที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ พร้อมกับลดเสียงและพูดว่า “เผยลี่เชิน ฉันไม่ได้เป็นคนที่ไร้หัวใจเหมือนกับคุณนะคะ”
เมื่อเธอพูดจบ เธอก็ก้าวเท้าและเดินไปขึ้นรถในทันที แต่ทว่าเธอกลับถูกใครบางคนรั้งเอาไว้ “ไป๋เสว่เอ๋อร์ ผมทำแบบนี้เพราะหวังดีกับคุณนะ!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ปัดมือของเขาออกไป ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมา ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือก็ส่งเสียงดังขึ้นมาอย่างพอดิบพอดี
เมื่อก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ทันทีที่เธอเห็นชื่อของ “ลู่เหยา” คำสองคำนี้กำลังปรากฏขึ้นที่หน้าจอ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ชะงักและนิ่งไปครู่หนึ่งในทันที
เผยลี่เชินที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นก็เห็นข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจออย่างชัดเจนเช่นกัน ขณะที่เขายังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็กดปุ่มรับสายเสียแล้ว “สวัสดีค่ะ”
เสียงอันอ่อนโยนของลู่เหยาดังขึ้นมาจากปลายสายโทรศัพท์ “เสว่เอ๋อร์ วันนี้คุณว่างไหมครับ”