ตอนที่ 414
ตอนที่ 414 ให้เรียกพี่สะใภ้
October 28, 2026
ตอนที่ 414 ให้เรียกพี่สะใภ้
จินจิงจิงเพิ่งหายใจไม่ออก เผยอี้นั่งอยู่ข้างๆ ถอนสายตา หยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว จากนั้นลุกขึ้นยืน
จินจิงจิงตะลึงรีบถามทันที “คุณจะไปไหน?”
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านเธอไม่ค่อยโดดเด่นในวงการบันเทิง อาศัยความร้อนแรงและชื่อเสียงในอดีตของเธอรับงานโฆษณา แม้แต่สคริปที่สามารถเลือกได้ยังไม่มี ถ้าไม่ได้เผยอี้กลัวว่าตอนนี้เธอจะอยู่ไม่รอด
ในช่วงสองสามมานี้เผยอี้เองก็ไม่ได้เอาใจใส่ดูแลเธอมากนัก สื่อภายนอกต่างคาดเดาชีวิตแต่งงานของพวกเขาไปต่างๆ นานา ครั้งนี้ได้มาออกงานร่วมกับเผยอี้ แน่นอนเธอต้องให้คนได้เห็น ไม่อย่างนั้นก็ต้องพูดโน่นนี่ให้คนเขาได้พูดถึงเธอ
จินจิงจิงไม่ได้คิดอะไรมากลุกขึ้นยืนตามเขา เดินอยู่ข้างๆ เผยอี้เอื้อมมือพยายามดึงเขาไว้
เผยอี้ก้าวถอยหลังยกมือขึ้นหลบมือของเธอ พูดเสียงเข้ม “ฉันไปหาพี่ใหญ่ ถ้าเธออยากไป ฉันก็ไม่ห้ามเธอ”
ขณะพูดเขาละสายตาจากเธอ จากนั้นก้าวเท้าเดินไปทางเผยลี่เชินและไป๋เสว่เอ๋อร์
จินจิงจิงขมวดคิ้ว นึกถึงไป๋เสว่เอ๋อร์นั่งที่ตรงนั้นด้วย เธอก็ตามเขาไปอย่างไม่เต็มใจ
เมื่อเดินไปถึงโต๊ะข้างๆ เผยอี้ลากเก้าอี้มานั่งโดยไม่เกรงใจ มองเผยลี่เชินด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ ดูท่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่กับคุณเวินไม่เลวเลยนะ?”
เมื่อเห็นเผยอี้และจินจิงจิงเดินเข้ามาหา สีหน้าของเผยลี่เชินดูเคร่งเครียด คิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะจากคนที่ทดสอบเขามาแล้วคนหนึ่ง แล้วตอนนี้ยังมาเจออีกคนหนึ่ง
“ถ้านายอยากสานสัมพันธ์กับคุณเวิน ก็ควรไปหาเขาโดยตรง มาหาฉันไม่มีประโยชน์”
เผยลี่เชินพูดแล้วยกเหล้าขึ้นดื่ม สายตาหยุดมองอยู่ที่ไป๋เสว่เอ๋อร์
เห็นได้ชัดเจนว่าเผยลี่เชินไม่สนใจเขา เผยอี้ได้แต่ยิ้มแล้วหันไปมองไป๋เสว่เอ๋อร์ จงใจพูดคุยหยอกล้อ “เมื่อกี้เห็นเธอเต้นรำได้ไม่เลว เต้นกับฉันสักเพลงได้ไหม?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้ว ยังไม่ทันได้ตอบ จินจิงจิงก็โผล่ออกมา
ดูเหมือนเธอจะประกาศสิทธิในการเป็นเจ้าของ เธอยื่นมือออกไปดึงแขนของเผยอี้ มองไป๋เสว่เอ๋อร์ด้วยสายตาเย็นชา
เห็นสายตาที่ไม่เป็นมิตรของจินจิงจิง ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิ้มเยาะ ตอนแรกคำปฏิเสธที่ติดอยู่ที่ปากกลับถูกกลืนเข้าสู่ลำคออีกครั้ง
เธอเห็นสีหน้าขาวซีดของชายหนุ่ม ถามกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ “เผยอี้ จะเชิญใครเต้นรำอย่างน้อยก็ต้องมีความจริงใจด้วย อย่างน้อยที่สุดคุณเรียบเผยลี่เชินว่าพี่ใหญ่ ก็ควรเรียกฉันว่าพี่สะใภ้ด้วยซิ?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พูดประโยคนี้ทำให้สีหน้าของเผยอี้เคร่งขรึมจนเขานิ่งไป เห็นรอยยิ้มในดวงตาที่แฝงความหมายไม่ชัดเจน จึงพูดด้วยเสียงเย็นชา “สมกับที่เป็นพี่สะใภ้ การบังคับคนเป็นวิธีการที่ดี”
จินจิงจิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นเผยอี้ไม่สนใจเธอ แต่กลับไปสนใจจีบไป๋เสว่เอ๋อร์ เธอทั้งโกรธทั้งหงุดหงิด มือที่ดึงแขนของเผยอี้แรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว "เผยอี้ ถ้าคุณอยากเต้นรำ เดี๋ยวฉันไปเต้นเป็นเพื่อนคุณเอง”
เผยอี้ทำเสียง “เชอะ” ขมวดคิ้วกวาดตามองเธอ จากนั้นหันกลับไปมองไป๋เสว่เอ๋อร์ ดูเหมือนจะไม่ยิ้มแต่ก็ยิ้มให้ “ฉันยังอยากเต้นรำกับพี่สะใภ้”
การพูดเช่นนี้ต่อหน้าเผยลี่เชิน เผยอี้กำลังทดสอบความอดทนของเขาซึ่งสีหน้าของเผยลี่เชินดูเฉยเมยยกเว้นดวงตาที่ดูเคร่งเครียด ส่วนอื่นเป็นปกติดี
เมื่อเห็นว่าไม่มีการตอบสนองใดๆ เผยอี้ก็ยิ่งได้ใจ เขาดึงแขนของตัวเองออกจากมือของจินจิงจิง จากนั้นมองมาที่ไปไป๋เสว่เอ๋อร์พร้อมกับยื่นมือไปที่เธอ “พี่สะใส้ เชิญ?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์คิดไม่ถึงว่าเผยอี้จะเชิญเธอเต้นรำจริงๆ โค้งคำนับให้ด้วย
ตอนแรกเธอยังคิดว่าด้วยนิสัยของเผยอี้แน่นอนว่าไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ ดังนั้นเธอจึงพูดออกไปแบบนั้น แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะเรียกเธอจริงๆ
เห็นมือที่ชายหนุ่มยื่นออกมา ไป๋เสว่เอ๋อร์ลังเลว่าจะตอบรับดีไหม ทันใดนั้นเผยลี่เชินที่อยู่ข้างๆ ลุกขึ้น เดินไปข้างหน้าหยุดอยู่ตรงหน้าไป๋เสว่เอ๋อร์
เขาจ้องมองเผยอี้ด้วยสายตาที่น่ากลัวทำให้คนตัวสั่นสะท้าน “หยอกล้อกันพอแล้วก็ไปได้ อย่าอยู่ที่นี่ให้รกหูรกตา”
พูดจบเขาไม่มีเวลามานั่งมองดูสีหน้าของเผยอี้และจินจิงจิง แต่กลับหันไปมองไป๋เสว่เอ๋อร์ดึงเธอลุกขึ้น “ไป เราไปตรงโน้นกัน”