ตอนที่ 299
ตอนที่299 ต่างฝ่ายต่างยินยอม
October 28, 2026
ตอนที่299 ต่างฝ่ายต่างยินยอม
ไป๋เสว่เอ๋อร์หายใจเข้าลึกๆ จิตใจเริ่มสงบขึ้น “คะ”
ขณะที่เธอกำลังพูด เสียง “ก๊อก...” ดังขึ้น กู้หลี่เหลียงผลักประตูเข้ามา จากนั้นก็พาชายที่อยู่ข้างหลังเขาเข้ามาในห้อง
เธอเงยหน้าสบตากับชายหนุ่ม ทั้งสองตะลึงงัน
กู้หลี่เหลียงกระแอมในลำคอ พูดเบาๆ “พวกคุณคุยกันไปก่อนนะ ฉันขอตัวก่อน”
ประตูปิดลง บรรยากาศภายในห้องขณะนี้ดูเงียบงัน
เผยลี่เชินเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่พูดอะไร จึงลุกขึ้นยืนมองเฝิงเจิ้งปางแล้วพูดว่า “คุณเฝิง เธอคือไป๋เสว่เอ๋อร์ มีเรื่องส่วนตัวอยากจะพูดคุยกับคุณ ฉันนั่งอยู่ข้างๆ ไม่รบกวนพวกคุณ เชิญคุยกันตามสบาย”
ได้ยินชื่อนี้พร้อมกับมองหน้าไป๋เสว่เอ๋อร์ เฝิงเจิ้งปางก็พอเดาออก เขาจึงพยักหน้าไปทางเผยลี่เชิน จากนั้นเผยลี่เชินนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
ไป๋เสว่เอ๋อร์หายใจเข้าลึก ในที่สุดก็เงยหน้ามองเขา พูดเสียงเย็นๆ “ฉันคือไป๋เสว่เอ๋อร์”
เฝิงเจิ้งปางพยักหน้าพูดอย่างใจเย็น “ฉันรู้แล้ว คุณเหมือนเธอมากเลย”
เขาพูดถึง “เธอ” ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้อยู่เต็มอกว่าหมายถึงใคร ไม่ต้องพูดมาก
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกโกรธ จึงถามเขาไปตรงๆ “คุณก็รู้ว่าเธอมีครอบครัวแล้ว มีสามี มีลูกแล้ว แล้วทำไมยังยุ่งกับเธออีก?”
เฝิงเจิ้งปางหัวเราะเบาๆ “เธอก็ไม่ใช่เด็กแล้ว เรื่องความรัก เธอเองก็เข้าใจไม่น้อยไปกว่าฉัน เรื่องนี้ต่างฝ่ายต่างยินยอมพร้อมใจ พ่อเธอไม่สามารถดูแลและให้ความอุ่นใจแก่แม่เธอ ฉันแค่ทำหน้าที่แทนแล้วยังไง?”
“เพราะต่างฝ่ายต่างยินยอม คุณกำลังจะทำลายครอบครัวทั้งสองครอบครัวใช่ไหม?”
เธอรู้ว่าเฝิงเจิ้งปางมีครอบครัวแล้ว ยังมีลูกชายกำลังเรียนมหาวิทยาลัย
เฝิงเจิ้งปางหัวเราะเมื่อได้ฟังที่เธอพูด “สองครอบครัว ไม่ร้ายแรงขนาดนั้นมั้ง ฉันกับอดีตภรรยาเราจดทะเบียนหย่ากันตั้งนานแล้ว แต่เพราะลูกยังเรียนหนังสือจึงไม่ได้ประกาศให้ใครรู้ แต่โดยส่วนตัวแล้วพวกเราแยกกันอยู่นานแล้ว”
เขานิ่งไปสักพักดูลังเลเล็กน้อย แล้วพูดต่อ “ส่วนครอบครัวเธอ เธอย่อมเข้าใจมากกว่าฉัน ให้แม่ของเธอทนลำบากตั้งสามปี ไม่มีสามีคอยดูแล ไม่มีเงินทองให้ใช้สะดวกสบาย ถ้าเป็นเธอ เธอทำได้ไหม?”
คำพูดของเฝิงเจิ้งปางเหมือนพูดเอาแต่ได้ จึงทำให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ที่โกรธอยู่แล้วโกรธมากขึ้นไปอีก เธอกำมือแน่นถามกลับ “งั้นนี่คือสิ่งที่คุณพูดเพื่อทำลายครอบครับคนอื่นใช่ไหม?”
เฝิงเจิ้งปางไม่สนใจ พิงพนักโซฟาอย่างสบายใจ พูดเบาๆ “ถ้าเธอมีความคิดที่จะให้ฉันเลิกคบกับแม่เธอจริงๆ เธอก็ไปเจรจากับแม่เธอ ขอเพียงเขารับปากเธอ ฉันก็จะไม่พูดอะไรอีกเด็ดขาด เธอมาหาฉันเพื่อพูดเรื่องนี้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เธอรู้สึกสลดใจ
ที่จริงคนที่เธอควรจะพูดควรขอร้องก็คือแม่ของเธอถึงจะถูก ไม่ใช่เฝิงเจิ้งปาง
“เรื่องที่เธอควรพูดก็พูดแล้ว ส่วนเรื่องอื่นเธอคิดเอาละกัน ฉันมีธุระขอตัวก่อน”
เฝิงเจิ้งปางลุกขึ้นเดินจากไป
สองมือของไป๋เสว่เอ๋อร์กำไว้แน่น รู้สึกหนาวสั่น น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอหายใจเข้าลึกๆ “ฉันไม่ควรมาพบเขาเลย....”
การพบเฝิงเจิ้งปางทำให้เธอเหมือนถูกเล่นงานจนสะบักสะบอม เพราะเธอรู้อย่างชัดเจน แท้จริงแล้วมันไม่ใช่ความรับผิดชอบของเขา สาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่แม่ของเธอเอง
จู่ๆ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็อยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น เผยลี่เชินไม่พูดอะไร ได้แต่กอดเธอไว้อย่างนั้น ปราศจากเสียงรบกวนใดๆ
ก่อนจะมาเขาเองก็คาดผลการพูดคุยระหว่างไป๋เสว่เอ๋อร์กับเฝิงเจิ้งปางซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คิดเท่าไร ช้าเร็วสักวันเธอก็ต้องเผชิญหน้า ช้าเร็วเธอก็ต้องเข้าใจถึงเหตุผล
ถ้าคุณแม่ไป๋ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ต่อให้ไป๋เสว่เอ๋อร์มาพูดว่านล้อมสักแค่ไหน เป็นเฝิงเจิ้งปางแล้วยังไง ไม่แน่ว่าอาจจะมีชายคนที่สอง คนที่สามตามมา