ตอนที่ 1328
บทที่ 1329 แคว้นเฟยเหยา
October 21, 2026
ทั้งคู่ไล่ตามไป๋เสวี่ยไปติดๆ เย่จิ่งหลานก็ยิ้มอย่างขมขื่น
ในชาติที่แล้วเขาตัวคนเดียวไร้ที่พึ่ง ปล่อยให้คนทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ เมื่อเผชิญกับเรื่องใด ไม่มีแม้แต่ที่ที่จะให้ทวงคืนความยุติธรรม แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป เขามีพี่ชายที่รักและเคารพ มีเพื่อนสนิทที่ห่วงใย หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา พวกเขาจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา
แต่เขาจะทนลากพวกเขาลงไปได้อย่างไร ถ้าการไปแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นวิธีเดียวจริงๆ เขาจะเลือกที่จะเดินทางไปเพียงลำพัง
แม้ว่าเย่จิ่งหลานจะทั้งขำทั้งด่า คุยโวโอ้อวด แต่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าเพื่อเรื่องยิบย่อยในยุทธภพ เย่จิ่งอวี้และอินชิงเสวียนถูกรั้งตัวไว้นานเกินไป ถึงเวลาที่ต้องกลับไปแล้ว
ลำพังแค่หัวเดียวชีวิตเดียว ขนาดตงหลิวเขายังสามารถทำลายได้ นับประสาอะไรกับแดนศักดิ์สิทธิ์ มีอะไรให้กลัว?
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ เย่จิ่งหลานก็รู้สึกโล่งใจ
ตอนนี้เติบโตเป็นคนหนุ่มแล้ว ควรมีท่วงท่าลักษณะเหมือนคนหนุ่มทั่วไป วันนี้มีเหล้าวันนี้ก็เมา จะไปคิดอะไรให้มากความ!
เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วหมุนตัวกลับเข้าไป
มีเย่จิ่งอวี้และอินชิงเสวียนอยู่ที่นี่ แม้ว่าเขาจะไป ก็เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ในที่เกิดเหตุเท่านั้น ไม่สู้ไปอุ่นสุราดีไว้ รอให้พวกเขากลับมาดีกว่า
ทันทีที่ก้าวเท้าขวาเข้าไปในกรอบประตู ก็ได้กลิ่นหอมอันน่าพึงพอใจอย่างยิ่ง กลิ่นนี้เย็นราวกับต้นสนภูเขา และมีเสน่ห์ราวกับดอกพลัมสีแดงในหิมะ อันทำให้คนทั้งคนราวกับถูกมนต์สะกด
เย่จิ่งหลานหันกลับไป ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ห่างออกไปสามเมตร
หญิงสาวคนนั้นสวมหน้ากากผ้าโปร่ง คิ้วโก่งดั่งต้นหลิว ดวงตาเจือรอยยิ้มและความปั้นปึ่งเล็กน้อย มองทีไรก็ดูเปล่งประกาย
นางยืนอยู่ที่นั่น มองดูเย่จิ่งหลาน แล้วถามด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “คุณชายท่านนี้ต้องการเข้าไป หรือจะออกมา”
เมื่อมองดูดวงตาคู่นั้น เย่จิ่งหลานก็จำความฝันที่เร้าอารมณ์เมื่อคืนนี้ได้ ถึงกับมีความคิดที่จะมองนางอีก
“แม่นางจะเข้าไปหรือ”
เขาระงับความคิดในใจ ถอยหลังหนึ่งก้าว
“แน่นอน ที่นี่คือโรงเตี๊ยมกระมัง”
“ถูกต้อง”