ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 คิดหนทางทำเงิน
September 18, 2026
หลังจัดการนำน้ำในธารวิเศษไปเติมในบ่อใช้สอย โอ่งน้ำที่ใช้ในการปรุงอาหารและกาน้ำชาในเรือนเสร็จแล้ว เยว่ชิงก็นำลูกเจี๊ยบกับลูกเป็ดที่เลี้ยงข้างนอกไปใส่ในมิติพิเศษตามแผนที่วางเอาไว้
เท่านั้นไม่พอเยว่ชิงยังนำปลาที่จับมาได้อย่างง่ายดายจากธารน้ำในมิติพิเศษออกมาปรุงอาหารมื้อกลางวันให้ทุกคนด้วย
“ชิงเอ๋อ เจ้านำปลามาจากที่ใดกัน” ซูฮูหยินเอ่ยถามเมื่อเห็นปลา 2-3 ตัวว่ายเวียนอยู่ในถังน้ำ ส่วนอีกตัวหนึ่งอยู่บนเขียงไม้ที่เยว่ชิงกำลังแล่เนื้อออกมาเตรียมปรุงอาหาร
“ข้านำผักจากสวนของเราไปแลกมาน่ะเจ้าค่ะ” เยว่ชิงตอบ ซูฮูหยินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เพราะเพียงพืชผักผลไม้ไม่น่าจะแลกปลาสดๆเป็นๆได้มากถึงเพียงนี้
“ชาวบ้านแถวนี้จับปลามาได้เยอะจึงแบ่งปันมาให้ ข้าไม่อยากรับน้ำใจมาเปล่าๆเลยตอบแทนด้วยพืชผักผลไม้ในสวน พวกเขาจึงเพิ่มปลาให้ข้าอีกจึงเป็นอย่างที่ท่านแม่เห็นนั่นแหละเจ้าค่ะ”
เยว่ชิงเห็นสีหน้าท่าทางมารดาแล้วจึงจำต้องอธิบายเพิ่มเติม ซูฮูหยินนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้ารับรู้
จากนั้นซูฮูหยินก็กลับไปปักผ้าที่ค้างเอาไว้ ส่วนเยว่ชิงทำหน้าที่ปรุงอาหารมื้อกลางวัน ด้านอี้เจ๋อกำลังปลูกถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ข้าวโพดซึ่งเยว่ชิงนำเมล็ดพันธุ์ออกมาจากมิติพิเศษและสอนให้อาเจ๋อปลูกเมื่อครู่
แม้นอี้เจ๋อจะมีกิริยาท่าทางการพูดจาราวเด็กอายุสิบขวบ แต่ไหวพริบสติปัญญาและทักษะด้านต่างๆของเขานับว่าดีไม่น้อย เยว่ชิงสอนอะไรไปอี้เจ๋อก็ทำตามได้อย่างถูกต้องรวดเร็วทีเดียว
มื้อกลางวันเยว่ชิงทำบะหมี่แห้งคลุกเคล้าซอสน้ำมันพริก มีเครื่องเป็นผักดอง ผักลวกอย่างถั่วงอก ถั่วฝักยาว เห็ดหอม ผักกวางตุ้ง ตามด้วยเนื้อปลาหั่นเป็นชิ้นแล้วนำไปลวกให้สุก
“ชิงเอ๋อ นี่เจ้าไปเอาแป้งจากที่ใดมาทำบะหมี่งั้นรึ” ซูฮูหยินถามบุตรสาว เนื่องจากวัตถุดิบที่เหลือในห้องครัวมีเพียงข้าวฟ่างกับพวกถั่วเท่านั้น
“ข้านำพืชผักผลไม้จากสวนไปแลกมาเจ้าค่ะ เห็นว่าเรากินโจ๊กข้าวฟ่างทุกวันจึงอยากเปลี่ยนบ้าง อ้อ..พอดีลูกพลับที่ตากแห้งเอาไว้หวานได้ที่ เพื่อนบ้านของเราชอบมากจึงแบ่งปันแป้งมาให้มากหน่อย” เยว่ชิงแต่งเรื่องอย่างรวดเร็ว
“ดีจริง เพื่อนบ้านเรานี่มีน้ำใจพึ่งพาอาศัยกันได้ตลอด”
“ใช่เจ้าค่ะท่านแม่” เยว่ชิงกล่าว รู้สึกโล่งใจที่มารดาเชื่อคำนาง
“พี่สาว บะหมี่อร่อย เนื้อปลาอร่อยมาก” อี้เจ๋อเอ่ยอย่างมีความสุขขณะคีบบะหมี่กับเนื้อปลาเข้าปากเคี้ยวคำใหญ่
“อร่อยก็กินเยอะๆนะอาเจ๋อ เจ้าเป็นบุรุษผู้เดียวในเรือนนี้ต้องใช้แรงงานมากกว่าผู้อื่น ลำบากแล้วล่ะ” เยว่ชิงตอบพร้อมเอามือลูบศีรษะอาเจ๋ออย่างแผ่วเบา
‘แม้นอี้เจ๋อจะมีสติปัญญาไม่ดีเท่าอายุจริงของเขา แต่ร่างกายและพละกำลังของอี้เจ๋อกลับไม่แพ้บุรุษหนุ่มทั่วไปเลยสักนิด’ เยว่ชิงคิดพร้อมมองสำรวจร่างกำยำล่ำสันของอี้เจ๋อด้วยความพึงพอใจ
หลังทานมื้อกลางวันเสร็จอี้เจ๋อก็กลับไปปลูกพืชในสวนต่อตามคำสั่งของเยว่ชิง ส่วนซูฮูหยินกลับไปปักผ้าเช็ดหน้าลายดอกโบตั๋นอย่างประณีตงดงามเพื่อนำไปขายสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง
ด้านเยว่ชิงขอตัวเข้าไปในเมืองเพื่อสำรวจตลาดร้านค้า คิดหนทางหารายได้เพิ่มเติมให้กับครอบครัว
“ชิงเอ๋อเจ้าจะไปในเมืองงั้นเหรอ” ซูฮูหยินถามบุตรสาว
“ใช่เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะนำผักผลไม้ไปขายเพิ่มเติมจากรอบเช้าที่ท่านนำไปก่อนหน้านี้น่ะเจ้าค่ะ”
“เจ้าจะไม่เหนื่อยเกินไปงั้นรึ เมื่อเช้าเพิ่งจะเป็นลมล้มพับไปด้วย” ซูฮูหยินเอ่ยน้ำเสียงกังวล
“ข้าไม่เป็นไรจริงๆเจ้าค่ะท่านแม่” เยว่ชิงยืนยัน
“ไม่ได้หรอก แม่ไม่วางใจ เช่นนั้นเจ้าพาอาเจ๋อไปช่วยหิ้วของด้วยก็ยังดี” ซูฮูหยินเสนอ
“ได้เจ้าค่ะ”
สุดท้ายเยว่ชิงก็เก็บพืชผักผลไม้พร้อมเอาข้าวของบางอย่างออกมาจากมิติพิเศษเพื่อนำไปขายด้วย โดยมีอาเจ๋อเป็นคนสะพายตะกร้าที่บรรจุทุกอย่างเอาไว้เองทั้งหมด