ตอนที่ 3519
บทที่ 3523 พวกแกถ่วงเวลาเขาไว้
October 21, 2026
ภายใต้การปิดล้อมของม่านพลังเทียนเสิน เมืองเล็กๆ ก็กลายเป็นคุกทันที
ผู้เฒ่าหัวโล้นและผู้เฒ่าเครายาวพาคนอื่นๆ มาถึงหน้าประตูใหญ่ จ้องมองม่านพลังนั้น ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
มีศพนอนอยู่ด้านหน้าม่านพลัง ก็คือคนที่พวกเขาส่งออกไป
เห็นได้ชัดมากว่า คนคนนี้ไม่ได้สังเกตเห็นม่านพลัง จึงปะทะเข้าไปอย่างแรง ทำให้สั่นสะเทือนจนตัวเองตาย
หากจะช่วยชีวิตนั้นก็ไม่ยาก อย่างไรเสียศพก็สมบูรณ์ และเพิ่งจะตายได้ไม่นาน
แต่ตอนนี้ทุกๆ คนไม่มีกะจิตกะใจไปช่วยคนคนนี้แล้ว
"ทำลายม่านพลัง! คิดหาวิธีออกไป!"
ผู้เฒ่าหัวโล้นตะโกนออกมาทันที
เมื่อน้ำเสียงนี้จบลง ผู้แข็งแกร่งทรงพลังหลายคนพุ่งออกมาจากด้านหลังของเขา พวกเขารวบรวมพละกำลังและกระแทกเข้าไปที่ม่านพลังทันที
ตูม!
ตูม!
เสียงอัดอั้นดังทอดออกมา
วรยุทธ์อันน่าสะพรึงกลัวได้จู่โจมเข้าไปที่ม่านพลังอย่างรุนแรง
แต่ทว่า.....ม่านพลังกลับไม่ขยับเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
กลอุบายของยอดฝีมือเมืองเล็กๆ หลายท่านนี้ คาดไม่ถึงว่าจะไม่สามารถสั่นสะเทือนม่านพลังได้เลย!
"อะไรนะ?"
ทุกคนตกตะลึงอ้าปากค้าง
"ม่านพลังนี้.....ดูไม่ธรรมดาเลย! คิดที่จะทำลายมันจะต้องใช้เวลานานมาก!"
ผู้เฒ่าเครายาวจ้องม่านพลังไม่ละสายตา และกล่าวอย่างเคร่งขรึม : "อาเหมิ่ง! แกพากลุ่มองครักษ์ไปถ่วงเวลาคนคนนั้นเอาไว้ พวกเราจะไปตามถนนเล็กๆ เพื่อออกจากเมือง!"
"คุณลุง! ให้ฉันไปถ่วงเวลาเขาไว้เหรอ?"
เจิ้งเหมิ่งตกตะลึง
"ทำไมล่ะ? พวกเราเหล่านี้เป็นผู้อาวุโสเมื่อออกคำสั่งแกยังไม่ไปทำอีกเหรอ? ในสายตาแกยังมีพวกเราอยู่บ้างไหม?"
ผู้เฒ่าเครายาวโมโหขึ้นมาทันที และกล่าวตำหนิด้วยเหตุผล
เจิ้งเหมิ่งอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าจะโต้แย้งอย่างไรดี
"อาเหมิ่ง! แกเป็นหัวหน้าองครักษ์ของเมืองเรา ตอนนี้เมืองของเราตอนนี้เมืองเราเกิดเรื่องคอขาดบาดตาย แกจะเลี่ยงความรับผิดชอบได้ยังไง? แกควรจะต้องปฏิบัติต่อคนในตระกูลเดียวกันอย่างเหมาะสมไม่ใช่เหรอ? แกควรจะสำนึกบุญต่อการอุปถัมภ์ค้ำชูและไว้วางใจของทุกๆ ไม่ใช่เหรอ?"
ผู้เฒ่าโล้นตะคอกออกมา
คนอื่นเห็นเช่นนั้น ก็ตำหนิและกล่าวโทษเจิ้งเหมิ่งไปตามๆ กัน
"เจิ้งเหมิ่ง! แกลืมไปแล้วเหรอ เพื่อที่จะช่วยแกเชื่อนขั้นการฝึกฝน เราทุกคนได้เอายาขนานวิเศษให้แกไปตั้งเท่าไหร่กัน? หรือว่าแกลืมบุญคุณนี้ไปแล้ว?"
"อาเหมิ่ง! ตอนที่แกเรียนรู้อาวุธและทักษะทางการแพทย์ ฉันเป็นคนชี้แนะให้แกนะ! แกลืมไปแล้วเหรอ?"
"ตอนนี้แกตอบแทนบุญคุณเราก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว แกจะไม่สมัครใจงั้นเหรอ?"
"แกยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?"
"แกจะเนรคุณหรือไง?"
"ไอ้อกตัญญู!"
ผู้คนยิ่งด่าทอก็ยิ่งเดือดดาล และน้ำเสียงก็ดังขึ้นเรื่อยๆ
เจิ้งเหมิ่งมีสีหน้าซีดเผือด ถอยหลังไม่หยุด จ้องมองคนตรงหน้าที่เขานับถือเป็นญาติพี่น้องด้วยความตะลึงงัน
ครู่หนึ่ง เขาจึงพูดออกมาอย่างทึ่มทื่อ
"ฉัน.....ไม่เคยบอกว่าจะไม่ไปนะ...."
ทุกคนได้ยินเช่นนั้น จึงหยุดด่าทอทันที
"ก็แค่นั้น!"
"อาเหมิ่ง นี่คือหน้าที่ที่แกต้องรับผิดชอบ แกควรจะทำมันอย่างเต็มที่"
"เช่นนั้น ก็รีบลงมือเถอะ!"
ผู้คนต่างเร่งเร้าไม่หยุด และบ่นว่าออกมา
ไม่มีใครเห็นถึงความผิดหวังและจนใจของเจิ้งเหมิ่งเลย
เจิ้งเหมิ่งนำกลุ่มองครักษ์ไล่ตามหลินหยางทางด้านนั้นอย่างจนใจ
คนอื่นๆ ก็ตามผู้เฒ่าหัวโล้นไปยังถนนเล็กๆ
กลุ่มของเจิ้งเหมิ่งเดินมาได้ไม่ไกล ก็เจอกับหลินหยางและอวี่ปี้หงพร้อมกับจิ่วอวี้ที่ฟื้นคืนสติแล้วเดินมาที่นี่
ยาในร่างกายของหลินหยางเวลานี้ได้ถูกขจัดไปจนหมดแล้ว พลังแห่งสวรรค์ที่ปลดปล่อยออกมาจึงแข็งแกร่งมาก จนกระทั่งพื้นที่ที่ถูกปกคลุมทางด้านนี้ ทำให้ทุกๆ คนอึดอัดหายใจไม่ออก
เมื่อเห็นฉากนี้ เจิ้งเหมิ่งและคนอื่นๆ ก็มีสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมา
พวกเขาสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของหลินหยาง!
"พวกเรา....ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้กันได้!"
เจิ้งเหมิ่งบ่นพึมพำ ในใจหมดความมุ่งมั่นในการต่อสู้ไปจนหมด....
นี่ไม่สามารถตำหนิเจิ้งเหมิ่งได้
ท้ายที่สุดแล้วในเวลานี้เขาก็มีแขนแค่ข้างเดียว อาการบาดเจ็บบนร่างกายก็ยังไม่หายดี