ตอนที่ 127
บทที่ 127 วันเวลาผ่านไปทำวีรบุรุษน้ำตาซึม
October 28, 2026
แน่นอน นับจากที่ได้เข้าสำนักมังกรลับ เฉินอีก็ได้รู้จักกับบุคคลทางการแพทย์ที่เป็นเหมือนดั่งเทพเซียนท่านหนึ่ง พรสวรรค์ทางการแพทย์ที่มีอยู่ก็ได้แสดงออกมา ถึงทำให้ทักษะทางการแพทย์ของเขาบรรลุขั้นสูงสุดในวันนี้ ถึงขั้นยอดเยี่ยมที่สุด
ถึงแม้จะไม่เท่าเหมือนดั่งเทพเซียนคนนั้น แต่ก็เพียงพอแล้ว
อย่างน้อยก็เพียงพอที่จะให้เขาชี้แนะผู้อำนวยการโรงพยาบาลของโรงพยาบาลเมืองแห่งหนึ่ง เพราะยังไงก็เป็นบุคคลทางการแพทย์ที่มีฉายาว่ามือวิเศษ ความสามารถไม่ธรรมดา
คิดมาถึงตรงนี้ เฉินอีก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ยิ้มกล่าว: “ในเมื่อเป็นลูกศิษย์ของคนรู้จัก และยังเป็นลูกผู้น้องของชิงเฉิน งั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีเขตจำกัดอะไรอีก นายลุกขึ้นเถอะ”
เขาโบกมือ เป็นสัญลักษณ์ให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมาก่อน
ไม่นานคนคนนี้ก็ลุกขึ้นมา หันหน้าไปทางเฉินอีและยังคงมีท่าทางเคารพนอบน้อมเหมือนเดิม
เขาไม่กล้าที่จะไม่เคารพนอบน้อม เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าคนนี้แม้แต่ลูกผู้พี่ของเขาเองยังต้องปฏิบัติด้วยอย่างจริงจัง
“ที่มาในครั้งนี้ คงไม่ใช่มาแค่เพื่อเยี่ยมดูฉันหรอกใช่ไหม?”
เฉินอีเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
กวนชิงเหยียนอดไม่ได้ที่จะประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย
เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบรบราฆ่าฟัน ถ้าหากบอกว่าเขามาเยี่ยมดูเฉินอีโดยเฉพาะ นั่นก็เท่ากับว่ากำลังโกหกอยู่ คิดอยู่สักพัก เขาก็กล่าวตามความเป็นจริง: “เจ้ามังกรพูดถูก ที่ผมมาในครั้งนี้ก็เพื่อรักษาอาการป่วยของบุคคลสำคัญท่านหนึ่งของเมืองฉือ”
“บุคคลสำคัญ? ใครกัน?”
เฉินอีถามด้วยความสงสัย แต่ไม่ทันไรก็นึกอะไรขึ้นได้เขาโบกมือ “ถ้าพูดไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องพูด”
ทุกคนล้วนมีเรื่องส่วนตัวที่ไม่ต้องการเปิดเผย โดยเฉพาะเรื่องอย่างอาการป่วยยิ่งต้องระมัดระวัง
กวนชิงเหยียนเองก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก ยังไงเขาก็เป็นหมอ และห่างจากข้าราชการหมอเพียงแค่ก้าวเดียว ครั้งนี้นับเป็นภารกิจทดสอบ นอกจากนี้ที่เมืองชิงชวนฐานะของคนคนนั้นก็สูงส่งพอสมควร แน่นอนว่าเขาไม่อยากจะเปิดเผยออกมา แม้ว่าที่อยู่ด้านหน้าจะเป็นเจ้ามังกรก็ตาม
เพราะยังไงแม้ว่าเจ้ามังกรจะร้ายกาจ แต่ยังไงซะสำนักมังกรลับก็เป็นกองกำลังพลนอกเขตแดน แม้ว่าเขาจะเคารพยำเกรง แต่ก็ไม่ได้เชิดชูจนเกินไป
ดินแดนตะวันออก ยังไงก็เป็นดินแดนของประเทศต่ถัง
เฉินอีเองก็ไม่รู้ความคิดของเขา หลังจากที่คุยกันสักพัก ก็สั่งให้มังกรสิบเอ็ดพากวนชิงเหยียนไปพักผ่อน จากนั้นก็มองไปทางกวนชิงเฉิน
“ไอ้หนุ่ม นายรู้ได้ยังไงว่าพวกเราอยู่ที่นี่?”
มังกรเขียวเป็นคนเอ่ยขึ้นก่อน
เพราะยังไงหลายปีที่แล้วกวนชิงเฉินก็เคยเป็นทหารที่สำนักมังกรลับมาก่อน และเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาที่ค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาทีละขั้น
คลับคล้ายคลับคลาว่า ในตอนที่กวนชิงเฉินพึ่งเข้ามาในสำนักมังกรลับ มังกรเขียวยังเป็นผู้ช่วยนายพลเล็ก ๆ อยู่
แต่ตอนนี้ได้นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรเขียวที่หาได้ยากแล้ว
แน่นอน ถ้าถามว่าระหว่างพวกเขานั้นใครเป็นคนที่เข้ามาในสำนักมังกรช้าสุด นั่นก็คือเฉินอี มังกรเขียวได้เข้าสำนักมังกรลับมาตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนกวนชิงเฉินนั้นได้เข้ามาเมื่อสิบสองปีก่อน
สำหรับเฉินอีคือเมื่อเจ็ดปีก่อน
พูดถึงอายุ
ปีนี้เฉินอีอายุยี่สิบแปดปี
กวนชิงเฉินอายุยี่สิบเก้า มังกรเขียวอายุยี่สิบเก้า
ถ้านับแล้ว เฉินอีอายุน้อยที่สุด เวลาในการเข้าสู่สำนักมังกรลับนั้นก็สั้นที่สุด แต่ระดับในการพัฒนาเติบโตของเขานั้นกลับเร็วที่สุด
เท่ากับว่าพรสวรรค์ของเขานั้นไม่ธรรมดา
บวกกับเรื่องตระกูลเฉิน ซึ่งสร้างความกระทบกระเทือนให้เขามาก โดยเฉพาะเรื่องของฉินปิงหลันได้กลายเป็นตัวส่งเสริมให้ตระกูลเฉินแข็งแกร่งขึ้น
ดังนั้นถึงได้มีเหตุการณ์ในภายหลัง มังกรเขียวกลายเป็นลูกกน้องของเฉินอี ส่วนเฉินอีนั้นได้ควบคุมสำนักมังกรลับทั้งหมด