ตอนที่ 142
บทที่ 142 ความคิดชั่วร้ายของตระกูลฉิน
October 28, 2026
เฉินอีกล่าวกระแทกใจอย่างตรงไปตรงมา
สิ่งที่ทุกคนพยายามปิดบัง อันที่จริงแล้วก็เพราะประเด็นนี้
ทุกคนในที่นั้นต่างจ้องหน้ากันไปมา ชั่วขณะนั้นต่างไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรกันต่อดี
หรืออาจจะกล่าวง่ายๆ ว่า พวกเขาต้องการถ่วงดุลอำนาจเลยปล่อยจี้หยุนจ่างไป?
เพราะพูดกันตามตรงแล้ว คนอย่างจี้หยุนจ่าง พวกเขามีเส้นสายที่ไม่ธรรมดากระจายไปทั่วเมืองชิงชวน
อย่างเช่นท่านฟู่
ถ้าต้องการจะจัดการท่านฟู่ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ เพราะเหมือนเป็นการกระตุกหนวดเสือ ดังนั้นถ้าจะแตะต้องท่านฟู่ ก็คงจะต้องแตะต้องวงการใต้ดินทั้งหมดของเมืองชิงชวนด้วย พวกเขาเป็นเพียงแค่ตระกูลขุนนางของเมืองฉือเท่านั้น ไม่ได้มีความสามารถและทรัพยากรที่เพียงพอ
เมื่อความคิดของทุกคนพัฒนามาจนถึงจุดนี้แล้วต่างก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมา
เฉินอีเหล่มองพวกเขาแวบหนึ่งก่อนจะหัวเราะเสียงแข็งกระด้างออกมา
“พวกคุณมองผมไม่มีตัวตนไปแล้วหรือ”
“เอ่อ!”
ทุกคนต่างผงะไป ทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าใจความหมายของเฉินอี อีกฝ่ายหนึ่งจึงกล่าวต่อไปว่า “มีผมอยู่ทั้งคน พวกคุณไม่ต้องสนใจท่านฟู่อะไรนั่นหรอก”
“ทำหน้าที่ที่พวกคุณรับผิดชอบไปให้ดีก็พอ หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา ผมจะช่วยเหลือเอง”
เขาเข้าใจความในใจของเจ้าหน้าที่อาวุโสพวกนี้ดี ทั้งๆ ที่อยากจัดการระบบของประเทศต้าถังอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ แต่ก็ไม่กล้าออกหน้าด้วยตัวเอง มีเพียงวิธีเดียวคือให้คนนอกอย่างเฉินอีเป็นคนริเริ่ม หากเป็นเช่นนี้เฉินอีเองก็ยินดีทำเช่นกัน
อย่าเห็นแต่ว่าตอนนี้สถานการณ์สงบสุข
เพราะหากเทียบกับฝั่งตะวันตกแล้ว ประเทศต้าถังฝั่งตะวันออกยังคงล้าหลังอยู่กว่ามาก โดยเฉพาะคนบางพวกที่ควบคุมเศรษฐกิจของประเทศต้าถังเอาไว้ทั้งหมด
คนจำนวนน้อยเท่านั้นที่เป็นใหญ่
ผลประโยชน์ทั้งหมดทั้งมวลต่างไหลเข้ากระเป๋าของคนพวกนี้
เฉินอีไม่อาจปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเฉยๆ ได้
เพราะสำนักมังกรลับก็เป็นกลุ่มอำนาจนอกเมืองกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่อาจดำรงอยู่ยืนยาวตลอดไปได้ และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะคอยเฝ้าชายแดนประเทศต้าถังรอบนอกอยู่แบบนั้นไปตลอด อย่างไรแล้วก็ต้องการให้ประเทศต้าถังแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเฉินอีคือกำจัดตระกูลใหญ่ๆ ไม่กี่ตระกูลที่กุมอำนาจสูงสุดอยู่ ลำพังเพียงท่านฟู่รวมทั้งตระกูลฝั่งภรรยาที่อยู่เบื้องหลังท่านฟู่ไม่นับเป็นเรื่องใหญ่อะไรนัก
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถพูดเรื่องราวพวกนี้กับซูฮ่วนหรานได้ เพราะระดับของพวกเขาต่ำต้อยกว่ามาก หากให้พวกเขารู้ว่าตนต้องการจัดการตระกูลเหล่านั้น เกรงว่าจะมีแต่ทำให้พวกเขากลัวจนหัวหด และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เฉินอีต้องการให้เกิดขึ้น
หลังจากที่ส่งคนกลุ่มนี้กลับไปแล้ว มังกรเขียวก็กลับเข้ามาแล้วทำความเคารพเฉินอีอย่างนอบน้อม “เจ้ามังกร เมื่อครู่นี้ผมเพิ่งได้รับข่าวมาข่าวหนึ่ง บอกว่าคืนนี้คนตระกูลหลี่ต้องการเปิดประชุมสุดยอดเศรษฐกิจครับ”
“อ้อ?”
เฉินอีช้อนตาขึ้นอย่างเกียจคร้านแล้วหัวเราะเบาๆ “ตระกูลหลี่ตกต่ำถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะมีคนมาฟังคำแนะนำของเขาอีกหรือ”
เขาตั้งข้อสงสัยในประเด็นนี้
มังกรเขียวจึงกล่าวว่า “จากแหล่งข่าวล่าสุด คนและกลุ่มอำนาจที่เข้าร่วมประชุมสุดยอดเศรษฐกิจที่ตระกูลหลี่จัดขึ้นครั้งนี้คือกลุ่มอำนาจชั้นกลางในตอนนั้น หรือเป็นพวกที่รวมหัวกันกับตระกูลหลี่มานานแล้ว”
“ก่อนหน้านี้พวกเขาต้องการร่วมมือกับพวกเราแต่ถูกพวกเราปฏิเสธไป ดังนั้นเพื่อให้พวกตนสามารถมีที่ยืนต่อไปได้ การร่วมมือกันของพวกเขาถือเป็นเรื่องที่ไม่ได้เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด”
“หึๆ อย่างนี้เอง”
“ถึงตระกูลหลี่จะไม่ใช่กลุ่มคนที่มีอำนาจ แต่ก็ไม่ยอมตายง่ายๆ เลยอาศัยอำนาจของคนเลวพวกนี้”
“ในเมื่อเป็นอย่างนี้ พวกเราก็ต้องเล่นไปตามบทของพวกเขา ไปกันเถอะ ใช้ชื่อกองทุนมูลนิธิโตว๋โนว่ไปประกาศว่าคืนนี้นายจะไปเข้าร่วมในนามของฉัน เข้าใจไหม”
เฉินอีกล่าวคำพูดประโยคนี้ออกมาอย่างไม่ได้แสดงอารมณ์ใดเป็นพิเศษ