ตอนที่ 146
บทที่ 146 เจ้าดำออกไปต้อนรับพวกเขาหน่อย
October 28, 2026
“ตอนนี้มีคำสั่งออกมาจากตระกูลแล้ว พวกเขาคิดอะไรอยู่กันแน่”
ฉินปิงหลันนั่งลงบนเตียง แววตาของเธอปรากฏความทุกข์ใจออกมา
ก่อนหน้านี้ครู่เดียว เธอเพิ่งได้รับข่าวมาว่าตระกูลฉินต้องการให้เธอกลับไปอยู่กับตระกูลฉิน
และตระกูลฉินที่ว่านี้ไม่ใช่ตระกูลฉินเมืองฉือ แต่เป็นตระกูลฉินที่โจวตู
“แม้ไม่รู้ว่าวัตถุประสงค์ของตระกูลฉินที่โจวตูคืออะไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้ยากเกินกว่าจะจินตนาการได้”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สีหน้าของพวกเขาก็เริ่มหมองหม่นลง
เรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นเรื่องราวที่ไม่มีใครคาดคิดได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ตระกูลฉินแห่งโจวตูไม่มีทางเรียกตัวเธอโดยไม่มีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นอย่างแน่นอน ในฐานะที่เป็นผู้หญิงโดยเฉพาะผู้หญิงร่ำรวยที่เกิดในตระกูลแยก มีความเป็นได้ไปสูงมากว่าตระกูลฉินเมืองโจวตูจะจัดการบางอย่างกับเธอ
อาจกล่าวได้ว่า เธอจะกลายเป็นของเซ่นไหว้ของการแต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์
หลังจากความคิดเช่นนี้ผ่านเข้ามาในหัวแล้ว ฉินปิงหลันก็ไม่อยากจะดิ้นรนอีกต่อไป ได้แต่ยอมรับทุกอย่างอย่างเงียบๆ
แต่ก่อนที่จะเกิดเรื่องนี้ขึ้น เธอต้องยืนยันเรื่องบางอย่างกับเฉินอี นั่นคือการแต่งงานของเขากับเธอ
การได้มาซึ่งทะเบียนสมรสเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด
หากจัดการได้ตามนี้ เธอถึงจะหมดความกังวลทุกอย่างและจะสามารถต่อสู้กับคนพวกนั้นต่อไปได้
หรืออาจจะกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า ตอนนี้เธอกำลังปูทางอนาคตให้กับโต๋วโต๋วและโนว่โนว่ ดังนั้นจะโอ้เอ้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ เฉินอีเองก็รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว
“ช่วงหลายวันนี้ ปิงหลันเหนื่อยมาก”
เฉินอีมองไปที่ห้องของฉินปิงหลัน เขาสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของภรรยาตัวเอง จึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า
มังกรเก้าก้าวออกมาแล้วเอ่ยเสียงเข้มว่า “เจ้ามังกร สิบห้าคนนั้นยังรออยู่ด้านนอกอยู่เลย”
“หึหึ”
เฉินอีหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ
ในตอนนั้นเอง กวนจื่อโยวจึงเอ่ยแทรกขึ้นมาว่า “หรือว่าจะให้คนของฉันไปสั่งสอนคนพวกนั้นดี”
“นายหมายถึงบอดี้การ์ดที่คลับเฮาส์ของนายพวกนั้นน่ะหรือ”
เฉินอีเลิกคิ้วแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
ในรอยยิ้มนั้นมีความหมายที่ยากจะเข้าใจ
กวนจื่อโยวส่ายหน้าแล้วยิ้มแหย “เจ้ามังกรเล่นมุกซะแล้ว บอดี้การ์ดที่คลับเฮาส์ของฉันจะสู้องครักษ์คนสนิทของคุณชายใหญ่ตระกูลฉินได้ยังไง อีกอย่างยังมากันตั้งสิบห้าคน ฉันจะให้องครักษ์คนสนิทของฉันไปจัดการต่างหาก”
“ไม่ต้องหรอก”
เฉินอีส่ายหน้า “องครักษ์คนสนิทของนายฝีมือไม่เลว ถ้าจะจัดการพวกมันจริงๆ คนสิบห้าคนถือว่าน้อยเกินไป แม้ว่าตระกูลฉินจะไม่ได้น่ากลัวอะไร แต่นายจะไปยั่วยุพวกเขาไม่ได้ เพราะหากมีเรื่องด้วยบางทีอาจจะส่งผลเสียกับชื่อเสียงของนายขึ้นมาก็ได้”
“คนในตระกูลกวนที่จับตาดูนายอยู่มีเยอะนับไม่ถ้วน หากทำอะไรที่ส่งผลกระทบกับชื่อเสียงของนายจะต้องไม่ดีแน่”
กวนจื่อโยวได้ยินคำพูดนี้จึงรีบเอ่ยว่า “การได้ช่วยเจ้ามังกร เรื่องพวกนี้ถือเป็นเรื่องเล็ก......”
“อย่าพูดอย่างนั้นสิ วันข้างหน้าฉันยังต้องการนายดูแลตระกูลกวน เพราะว่าที่แผ่นดินเมืองชิงชวนยังต้องการนาย”
เฉินอีโบกมือ กวนจื่อโยวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยอย่างไม่มั่นใจว่า “แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี”
“กำลังคนที่คลับเฮาส์ก็อ่อนแอเกินไป จะใช้คนอีกพวกหนึ่งของฉันก็ไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมังกรเก้ากับมังกรสิบเอ็ด”
กวนจื่อโยวมองไปทางมังกรเก้ากับมังกรสิบเอ็ด คนทั้งสองจึงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
ทันใดนั้นเองก็มีคนจำนวนยี่สิบคนเดินเข้ามา ดูคล้ายเป็นพวกของเจ้าดำ เมื่อกวนจื่อโยวเห็นคนกลุ่มนี้ก็ตกใจ
“พวกคุณ......”
แน่นอนว่าเขาเคยเห็นพวกเจ้าดำมาก่อน และรู้ด้วยว่าคนทั้งยี่สิบคนนี้มีพลังค่อนข้างแข็งแกร่ง
แต่เรื่องที่ไม่รู้คือคนทั้งยี่สิบคนนี้มาได้อย่างไร
จะบอกว่าพวกเขาเป็นคนของสำนักมังกรลับก็ดูจะไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งน้อยเกินไป มีเพียงเจ้าดำคนเดียวเท่านั้นที่สามารถดันตัวเองเข้าไปในค่ายของสำนักมังกรลับได้
ส่วนที่เหลืออีกสิบเก้าคนดูจะไร้ความหวัง
แต่เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าของกวนจื่อโยวก็เริ่มปรากฏแววตาเป็นประกาย