ตอนที่ 152
บทที่ 152 ความขัดแย้งกับการเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตา
October 28, 2026
“เจ้าสำนักโม่ ยั้งมือเดี๋ยวนี้!”
เจ้าเก้าเฟิงร้องตะโกนเสียงดังออกมา ด้วยความกลัวว่าโม่โนว่จะชิงลงมือเสียก่อน
เอาตามตรงเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตนถึงได้วิ่งมาข้างหน้าแบบนี้ ราวกับว่ารู้ตัวอีกทีทุกอย่างก็เกิดขึ้นไปแล้ว
และเพราะเสียงนี้ ทำให้โม่โนว่ชะงักฝีเท้าไปโดยทันที ในขณะที่คนอื่นๆ ต่างหันมามองด้วยสีหน้าที่สงสัย แต่หลังจากที่ได้เห็นเจ้าเก้าเฟิง ต่างก็พากันหลบสายตาเล็กน้อย
“คงไม่ใช่ว่าไอ้คนบ้านนอกนี่มีความเกี่ยวข้องกับท่านเก้าหรอกนะ?”
“แม่เจ้า ฉันยังไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าท่านเก้ารู้จักกับคนบ้านนอกแบบนี้เลยนะ”
“แต่ว่าเมื่อกี้นี้ผู้หญิงคนนั้นลงมือรุนแรงมากเลยนะ ไม่ใช่มือสมัครเล่นแน่ อย่าบอกนะว่าไอ้บ้านนอกคนนี้ ไม่สิ งั้นผู้ชายคนนี้ก็เป็นคนที่มีหัวนอนปลายเท้าเหมือนกันน่ะสิ ?”
เพียงไม่นานก็มีคนเริ่มตั้งข้อสงสัยขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นดูผิดปกติเกินไป
โม่โนว่อยู่ใต้การบังคับบัญชาของท่านฟู่ และนับว่าเป็นลูกบุญธรรมของท่านฟู่ด้วยเหมือนกัน
ซึ่งหากวิเคราะห์มาแล้วเขาก็นับว่าเป็นรุ่นน้องของเจ้าเก้าเฟิงด้วย การที่ตอนนี้เจ้าเก้าเฟิงเอ่ยปากแล้วโม่โนว่รับฟังนั้นถือเป็นการไว้หน้าให้แก่เขาบ้าง
แต่ว่า!
“วันนี้เป็นถึงงานฉลองวันเกิดของท่านฟู่ ไอ้บ้านนอกคนนั้นกล้ามาอาละวาดแน่นอนว่าจะต้องทำให้โม่โนว่ไม่พอใจ เกรงว่านี่จะไม่เป็นผลดีแน่”
“เจ้าเก้าเฟิง?”
ตอนนี้โม่โนว่เองก็กวาดตามองไปยังเจ้าเก้าเฟิงเหมือนกัน ทันทีที่เห็นเจ้าเก้าเฟิง เขาชะงักไปชั่วขณะก่อนจะถาม : “เจ้าเก้าเฟิง เมื่อกี้นี้คุณบอกให้ผมยั้งมือมันหมายความว่ายังไง ?”
“หรือว่าคุณรู้จักเขาคนนี้?”
“อย่าบอกนะว่าที่หมอนี่กล้ามาทำร้ายคนอื่นที่นี่เพื่อขัดขวางงานเลี้ยงเป็นความคิดของคุณ ?”
ครั้งนี้สายตาของโม่โนว่หรี่ลงอย่างกะทันหัน ทำเอาเจ้าเก้าเฟิงใจสั่นเครือ ราวกับตกใจ
และไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นใด
เพราะว่าคำพูดประโยคนี้ของโม่โนว่แสดงออกถึงความหมายที่ดูหนักหนาเกินไป หากพูดตามจริง ครั้งนี้ต่อให้เขาจะสามารถตัดขาดความสัมพันธ์กับเฉินอีได้แล้ว แต่เกรงว่ามันจะตัดทอนคะแนนความประทับใจของท่านฟู่ไปด้วย
“ให้ตายสิ ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย อยู่เฉยๆ ก็หาเรื่องใส่ตัวจนได้”
ตอนนี้ในใจของเจ้าเก้าเฟิงเต็มไปด้วยความขมขื่น
แต่จะว่าไปในเมื่อเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว แน่นอนว่าเขาไม่สามารถที่จะถอยกลับได้อีกแล้ว จึงทำได้เพียงสุดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วอย่างเอือมระอา : “เจ้าสำนักโม่ มีบางอย่างเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ท่านนี้เป็นสหายคนหนึ่งในเมืองอสูรที่ผมรู้จัก เขาเพิ่งมาถึงที่นี่ได้ไม่นานน่าจะยังไม่ค่อยเข้าใจกฎเกณฑ์ของที่นี่สักเท่าไหร่ เจ้าสำนักโม่คุณว่าเราควรจะลองสอบถามสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า”
โม่โนว่หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดอย่างขุ่นเคือง: “ผมจะให้โอกาสเขาสักครั้ง แต่ว่าจะต้องทำให้ผมยอมรับเขาอย่างแท้จริงก่อนถึงจะได้ ไม่อย่างนั้นผมจะจัดการเขาทิ้งซะ ส่วนคุณ ท่านเก้า ช่วยตามผมไปด้วย เพราะยังไงซะวันนี้ก็เป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของท่านฟู่ สมควรที่จะมีคำอธิบายสักหน่อย !”
“ได้ ได้ ได้!”
เจ้าเก้าเฟิงตอบกลับอย่างต่อเนื่อง แล้วชำเลืองไปยังเฉินอี ด้วยแววตาที่แสดงออกถึงความหมายที่ชัดเจนอย่างมากคือส่งสัญญาณให้เฉินอีถอยออกไปแล้วไสหัวไปซะ และอย่าได้รนหาที่ตาย
เพียงแค่ว่าการมาของเฉินอีครั้งนี้ไม่สามารถที่จะถอยกลับไปง่ายๆ
เขามองกลับไปยังเจ้าเก้าเฟิงอย่างนิ่งเฉย ก่อนจะหันไปมองยังโม่โนว่คนนั้นพร้อมกับมุมปากที่กระตุกขึ้นเล็กน้อย
“คุณ ก็คือฟู่จื่อหลงอะไรนั่น?”
“โอหัง!”
“บังอาจ ชื่อของท่านฟู่นายก็กล้ามาพูดมั่วซั่วได้งั้นหรอ”
โม่โนว่และคนอื่นๆ พากันถลึงตากว้างจ้องมองเฉินอีด้วยความโกรธเคือง และไอสังหารที่โพยพุ่งออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน
คราวนี้ผู้คนที่อยู่ข้างๆ ต่างอึ้งตะลึง
“คนแซ่เฉินคนนี้กำลังทำอะไรกันแน่ ?ต่อให้อยากจะรนหาที่ตายไม่น่าจะทำแบบนี้มั้ง!”
?!