ตอนที่ 153
บทที่ 153 ท่าทีที่เปลี่ยนไปของโม่โนว่ และเจ้าเก้าเฟิง
October 28, 2026
มีคนอยากจะเข้าไปถามเจ้าเก้าเฟิง แต่ปรากฏว่าเจ้าเก้าเฟิงเองก็มีสีหน้าที่งุนงงไม่แพ้กัน
และคนที่อยากจะถามเฉินอีคือพ่อของคุณชายที่ถูกมังกรเก้าสั่งสอนไปก่อนหน้านี้
แต่พวกเขาเพิ่งจะก้าวเข้าไปพูดได้ไม่กี่คำก็ถูกคนของโม่โนว่ลากออกไปซะแล้ว
“ใครที่กล้าไปรบกวนคุณชายเฉินอีก ให้ไล่ออกไปทันที !”
โม่โนว่พูดด้วยเสียงที่ขึงขัง
ถึงแม้ฐานะของตัวเองในสายตาของเมืองชิงชวนแล้วถือว่าไม่เลวเลย
แต่หากลองเอามาเปรียบเทียบกันแล้วกับคนระดับอย่างคุณชายตระกูลกวนแล้ว ตัวเองนั้นยังไม่อาจที่จะไปเทียบได้
นอกจากนี้ หากเขาต้องการที่จะแย่งชิงตำแหน่งของพ่อในเวลานี้ จำเป็นที่จะได้รับการช่วยเหลือที่มั่นคง ซึ่งก็คือเส้นสายของคุณชายตระกูลกวนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย ขอเพียงได้รับการสนับสนุนจากท่านชายกวน เขาก็จะสามารถขึ้นตำแหน่งแทนพ่อแล้วกลายเป็นหัวหน้าคนถือหางเสือควบคุมทุกอย่างแน่นอน และไม่แน่ว่าอนาคตข้างหน้าเขายังจะสามารถขึ้นตำแหน่งของคุณปู่ หรือของท่านฟู่ได้ด้วย
เพราะถึงยังไงลูกชายเพียงคนเดียวของท่านฟู่ได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนแล้ว ส่วนรุ่นหลานก็มีเพียงแค่ลูกสาวคนเดียว ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นลูกบุญธรรม โดยเลือกจากลูกบุญธรรมที่ตนเลี้ยงดูมาซึ่งเป็นคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดในการสืบทอดตำแหน่ง
และนั่นคือความปรารถนาสูงสุดของตน พี่น้องบุญธรรม รวมทั้งคุณพ่อ และคุณลุงคุณอาทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีการแย่งชิงอันดุเดือดเกิดขึ้น
ในสายตาของคนธรรมดาทั่วไปและเหล่านักธุรกิจบางกลุ่ม อำนาจของโม่โนว่ถือว่าสุดยอดอย่างมาก แต่เมื่ออยู่ในวงการของเขาแล้วมันกลับไม่ได้โดดเด่น เทียบเท่าได้กับพวกท้ายแถวเลยก็ว่าได้
อีกทั้งในใจของคุณปู่หรือก็คือท่านฟู่ราชาไร้มงกุฎแห่งโลกใต้ดินคนนั้น ตำแหน่งของโม่โนว่ถือว่าต่ำตมอย่างมาก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ถูกสั่งให้มาเป็นคนรับแขกเฝ้าประตูแบบนี้
และนี่ก็คือข้อด้อยของโม่โนว่
เขาจึงต้องเร่งรีบในการหาเส้นสายที่แข็งแกร่ง เพราะมีเพียงหนทางนี้เท่านั้นเขาถึงจะได้รับความสำคัญจากท่านฟู่ และมีวิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นเขาถึงจะพอมีหวังที่จะสามารถขึ้นครองตำแหน่งของท่านฟู่ได้ อย่างน้อยๆ ก็สามารถที่จะยึดครองตำแหน่งของคุณพ่อได้ ไม่ให้มันตกไปอยู่ในกำมือของตระกูลอื่น
และคนที่กวนจื่อโยวคุณชายของตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองแห่งนี้เชิญมา แน่นอนว่าไม่มีทางเป็นคนธรรมดาอยู่แล้ว การที่จะสร้างมิตรภาพเพิ่มมาอีกคนสำหรับโม่โนว่แล้วถือเป็นตัวช่วยที่มีประโยชน์อย่างมาก
ผู้คนรอบๆ ต่างยืนงุนงงกะพริบตาปริบๆ โดยที่ยังไม่สามารถเรียกสติกลับมาได้
“เจ้า เจ้าสำนักโม่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?”
จนสุดท้ายเจ้าเก้าเฟิงก็ต้องถามออกมาอย่างอดไม่ได้
ถึงแม้แบบนี้จะถือเป็นผลดีสำหรับเขา แต่การที่ไม่ทราบสาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ใจของเขาจะต้องอยู่ไม่สุขแน่นอน
ในช่วงเวลาอันสั้น เฉินอีที่อยู่ในใจเขา เริ่มจากคนที่พอดูมีอะไรกลายเป็นคนธรรมดา จากนั้นจู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นคนที่มีระดับขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้งยังเป็นคนใหญ่คนโตที่โม่โนว่ซึ่งเป็นหลายชายบุญธรรมของท่านฟู่ต้องปฏิบัติอย่างสุภาพอีกด้วย
ราวกับว่าหากตัวเองไปสร้างความไม่พอใจให้กับเขาคนนี้แล้วจะไม่ใช่เรื่องดี
แต่กลับคิดไม่ถึงว่าโม่โนว่จะมองมาอย่างเจ้าเก้าเฟิงด้วยความประหลาดใจพร้อมคำถาม : “เจ้าเก้าเฟิง คุณรู้ว่าเขาคนนี้เป็นใครหรือเปล่า ?”
“ไม่รู้ แล้วเป็นใครล่ะ?”
เจ้าเก้าเฟิงได้เล่าถึงเรื่องที่เฉินอีมาเยี่ยมหาตน แต่กลับตัดคำสัตย์โอหังพวกนั้นของเฉินอีออกไป จากนั้นจึงถามถึงปัญหาที่ร้ายแรงนี้
โม่โนว่ส่ายหน้าแล้วตอบกลับ: “ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาเป็นใคร แต่บนบัตรเชิญใบนั้นมีตราประทับชื่อเรียกของคุณชายตระกูลกวนเอาไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาคุณชายท่านนั้นเคยมาขอบัตรเชิญใบหนึ่งจากผม แล้วให้ประทับเป็นชื่อของเขาไม่ใช่ตระกูลกวน ดังนั้นคุณเฉินคนนี้มีความเป็นไปได้ที่จะมีความเกี่ยวข้องกับคุณชายตระกูลกวน”
“นี่มัน……”
ริมฝีปากของเจ้าเก้าเฟิงกระตุกเล็กน้อย
นอกจากจะเป็นคุณชายที่เปลี่ยนตัวใหม่จากการหนีออกมาจากตระกูลเฉินแล้ว ยังมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับคุณชายตระกูลกวนอีก
แล้วทำไมอีกฝ่ายถึงไม่พูดออกมาตรงๆ เลยเล่า?