ตอนที่ 155
บทที่ 155 ผมตอบตกลงแทนเขาแล้วกัน
October 28, 2026
“ฮ่าๆ น้องโม่ นายมาทำอะไรตรงนี้ ?”
ในเวลานั้นเอง เสียงหัวเราะเบิกบานเสียงหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา ดึดดูดสายตาของผู้คนให้หันไปมองได้ไม่น้อย
“ที่แท้ก็เป็นท่านนั้นของตระกูลเกานั่นเอง”
“เขาเป็นถึงลูกบุญธรรมของท่านฟู่เชียวนะ ฐานะสูงส่ง ในทั้งสามรุ่นของตระกูลฟู่ ฐานะของเขาคนนี้สามารถจัดอยู่ในสามอันดับแรกเลยล่ะ หากเทียบกับเขาแล้ว โม่โนว่ก็เป็นเพียงแค่พวกปลายแถวเท่านั้น”
“ฮิฮิ เขาคนนี้มักจะดูถูกโม่โนว่มาโดยตลอด ทุกครั้งที่ได้พบหน้ากันก็มักจะเกิดความขัดแย้งกันเกิดขึ้น ครั้งนี้คิดว่าคงจะไม่ต่างจากครั้งก่อนๆ ”
“เหอะๆ ดูแล้วเรื่องจะไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นน่ะสิ พวกเราก็นั่งดูอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ ก็พอแล้ว”
มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่รู้จักฐานะของชายคนนี้ และพากันอดไม่ได้ที่จะพูดจาซุบซิบติดตลกกันขึ้นมา
ในขณะที่ทางฝั่งโม่โนว่กลับหน้าหมองคล้ำลง
“เป็นหมอนี่อีกแล้ว”
เขาก้มหน้าลง นิ่งเงียบไม่พูดอะไรอย่างกะทันหัน พลันลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าที่ลำบากใจ
เกาเจี้ยนซินเดินเข้ามา พร้อมกับมองโม่โนว่และเจ้าเก้าเฟิงตั้งแต่หัวจรดเท้าไปมา แล้วยิ้มเยาะเย้ยขึ้นมา
“เข้าฝูงหงส์เป็นหงส์ เข้าฝูงกาเป็นกา ขยะก็ย่อมอยู่กับขยะ คุณว่าใช่หรือเปล่าครับ ท่านแปด”
“ก็นั่นสิครับ เจ้าเก้าเฟิงเป็นขยะ ส่วนเจ้าสำนักโม่ที่อยู่ต่อหน้าเจ้าสำนักเกาอย่างท่าน ฮิฮิฮิ เกรงว่าแม้แต่สำนักของตัวเองก็คงจะดูแลไว้ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
คำพูดของเขาและชายวัยกลางคนคนหนึ่งสามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่ากำลังดูถูกโม่โนว่และเจ้าเก้าเฟิง
“เจ้าแปด นายนี่ช่างพูดจาเหลวไหล!”
“ก็แค่เอาได้ของเล่นที่ไม่เลวมาอันหนึ่งเท่านั้น ทั้งชีวิตของนายก็ทำได้คอยประจบประแจงคนอื่นเท่านั้น นอกจากนี้แล้วนายยังมีความสามารถอะไรอีก ?”
เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าอารมณ์ของเจ้าเก้าเฟิงนั้นมีความแข็งกร้าวและมีเดือดดาลได้ง่ายยิ่งกว่าโม่โนว่ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้ต่างจากสิ่งที่เฉินอีรับรู้มาสักเท่าไหร่
แต่ว่าตอนนี้เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขานั้นอ่อนกว่ามาก และอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีเพียงเกาเจี้ยนซินและเจ้าแปดอะไรนั่นคนเดียวเท่านั้น
“เจ้าเก้าเฟิง คำพูดนี้ของนายต้องการจะบอกว่าการมอบของขวัญดีๆ นิดๆ หน่อยในงานฉลองวันเกิดให้แก่ท่านฟู่นั่นเป็นการประจบประแจงงั้นหรอ ถ้าหากเป็นแบบนั้น แล้วนายเอาท่านฟู่ไปวางไว้ที่ไหนแล้ว ?”
คนที่อยู่ตรงข้ามหัวเราะเยาะขึ้นมา เขาคนนี้ก็เป็นเจ้าสำนักเหมือนกัน ซึ่งนับว่าเป็นคนของตระกูลฟู่ และเป็นพี่น้องบุญธรรมของโม่โนว่ด้วย
แต่ที่น่าเสียดายคือในสายสัมพันธ์น้องนี้กลับเป็นสิ่งที่ไร้ค่าเมื่อมองในแง่ของผลประโยชน์
โม่โนว่ยังคงนิ่งไร้คำพูดใดๆ ทางเจ้าเก้าเฟิงจึงได้เพียงตอบกลับไปอย่างโกรธเคืองเท่านั้น : “หากจะเทียบกันเรื่องของขวัญ ครั้งนี้ฉันได้เอาสมบัติล้ำค่ามา เจ้าแปด คนอย่างพวกนายกล้าที่จะมาแข่งกันหรือเปล่าล่ะ ?”
เจ้าเก้าเฟิงถูกยั่วจนแทบบ้าไปแล้ว เพียงประโยคเดียวที่พูดออกมากลับทำให้คนที่ได้ยินถึงกับใจสั่น
นี่คือต้องการท้าแข่งงั้นหรอ ?
ถึงจะบอกว่านี่ไม่ใช่ศึกระหว่างสำนัก และไม่ใช่ศึกในวงการธุรกิจ
แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นศึกที่สำคัญอย่างมาก
ถ้าหากว่าไม่เข้าไปยุ่งด้วยก็ไม่น่าจะเป็นอะไร อย่างน้อยในอนาคตก็ยังสามารถรักษาฐานะเดิมเอาไว้ได้
แต่แทรกตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ถ้าหากได้รับความโปรดปรานจากท่านฟู่ที่มากพอ นอกจากสามารถรักษาเสถียรภาพเอาไว้ได้แล้วยังจะสามารถยกระดับฐานะของตัวเองได้อีกด้วย
แต่ถ้าหากสูญเสียความโปรดปรานจากท่านฟู่ไป นอกจากจะได้รับความเกลียดชังแล้ว อำนาจคงจะดิ่งลงเหวด้วยแน่นอน
ขณะที่ตำแหน่งและอำนาจของเจ้าเก้าเฟิงในเมืองชิงชวนก็อยู่ในระดับที่ต่ำตมที่สุดเหมือนกับเขา ถ้าหากแพ้อีกทีแล้วถูกท่านฟู่ตัดขาดขึ้นมา อย่างนั้นคงจะมีคนและกองกำลังไม่น้อยเลยที่จะลงมือกับเจ้าเก้าเฟิง เมื่อถึงเวลานั้นขึ้นมาไม่ใช่แค่เจ้าเก้าเฟิงคนเดียวเท่านั้น แต่จะรวมถึงทั้งตระกูลเฟิงที่จะต้องพังพินาศ
ที่ทำแบบนี้เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
ตอนนี้เจ้าเก้าเฟิงพอจะรู้สึกตัวแล้วว่าตัวเองนั้นปากไว้เกินไป และที่สำคัญคือสังเกตเห็นถึงโม่โนว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไรกำลังมองมาที่ตัวเขาด้วยสายตาที่ไม่ดีนัก เขาถึงกับตรอมใจอย่างสุดขีด
นิสัยปากไวนี้ ดันแก้ไม่หายจริงๆ !
เขากำหมัดแน่นอย่างอดไม่ได้ พลางครุ่นคิดว่าควรจะเปลี่ยนคำพูด หรือว่ากลืนน้ำลายเกี่ยวคำพูดก่อนหน้านี้หรือไม่
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปากพูด เจ้าแปดที่อยู่ตรงข้ามก็หัวเราะขึ้นมาเสียงดังอย่างกะทันหัน
“ท่านเก้านะ ท่านเก้า เดิมทีพี่ก็ยังคิดจะไว้หน้านายอยู่หรอกนะ แต่ในเมื่อนายประกาศคำท้าแล้ว ในฐานะพี่ชายหากไม่รับคำท้าก็คงจะเป็นการไม่ไว้หน้า แต่ถ้าจะทำง่ายๆ แบบนี้คงจะไม่สนุก เอางี้นายกล้าเดิมพันกันตาหน่อยไหมล่ะ ?”
“เดิมพันอะไร?”