ตอนที่ 169
บทที่ 169 หาเรื่อง
October 28, 2026
“เธอคิดจะเอาตระกูลเฉินแห่งเมืองหยูมากดฉันงั้นหรอ ?”
ท่านช่าวหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ
คราวนี้ท่านแปดถึงกับแสดงท่าทีตื่นตระหนกขึ้นมาทันที “ท่านช่าว คุณกำลังพูดอะไรกัน อย่างผมจะกล้าข่มขู่คุณได้อย่างไร เพียงแค่ว่าสายเลือดของตระกูลเฉินแห่งเมืองหยูอุตส่าห์มาแล้ว ซึ่งนี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพวกเราที่เข้าสู่เมืองหยู ซึ่งเฉินฉือฮั๋วและตระกูลเฉินแห่งเมืองหยูก็นับว่าเป็นตัวช่วย ดังนั้นพวกเราจะพลาดโอกาสทองครั้งนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด”
ท่านแปดพูดร่ายยาวออกมาราวกับว่าหากพลาดโอกาสครั้งนี้ไปก็จะไม่มีโอกาสอีก
“ฮื้มๆ คำพูดช่างสวยหรูเสียจริงนะ แต่กลัวว่าถึงตอนนั้นจริงเธอจะทิ้งคนแก่อย่างฉัน แล้วตัวเองไปรับผมประโยชน์อยู่คนเดียว”
ท่านแปดที่ได้ยินถึงกับตกใจทันที แต่ยังคงพูดต่อ : “ท่านช่าวพูดเกินไปแล้ว ถ้าหากไม่มีการสนับสนุนจากท่านช่าว การที่ผมกล้าไปร่วมมือกับตระกูลเฉินแห่งเมืองหยูมันก็ไม่ต่างกับการฝากเนื้อไว้กับเสือไม่ใช่หรอครับ ผมไม่ได้ใจกล้าขนาดนั้นหรอกนะครับ”
“หุบปากซะ ไม่สิ รีบบอกมาว่าอยากได้คนแบบไหน !”
ท่านช่าวพูดด้วยท่าทีไม่พอใจ
ท่านแปดจึงรีบตอบกลับ: “ท่านช่าว พวกเราต้องการยอดฝีมือจำนวนหนึ่ง แต่ยังไงก็ต้องดูว่าในมือของท่านมียอดฝีมือแบบไหนถึงจะถูก”
“อืม”
คำพูดนี้ท่านช่าวค่อนข้างเห็นด้วย
ถึงแม้ว่าเขาจะได้ถามแบบนั้นไป แต่ไม่คิดว่าท่านแปดจะเป็นฝ่ายถามกลับ ไม่ใช่เพราะอะไรเลยเพียงเหตุผลง่ายๆ ว่าท่านแปดไม่ได้มีคุณสมบัตินั้นที่จะเรียกร้อง
เขาสะบัดมือส่งสัญญาณ ก่อนที่จะมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา คนที่เดินนำหน้ามาแสดงสายตาที่น่าสะพรึงกลัว และเพียงแค่แววตานั้นก็สามารถทำให้เกาเจี้ยนซินตกใจกลัวจนหัวใจเต้นตุบๆ
“เหอะๆ”
กลุ่มคนนั้นมองไปยังเกาเจี้ยนซินอย่างล้อเลียน
อีกฝ่ายเป็นหลานชายของท่านฟู่ก็จริง แต่มันก็เพียงเท่านั้น
สำหรับคนโหดเหี้ยมอย่างพวกเขาที่เหมือนเดินออกมาจากยุคก่อน นอกเสียจากว่าอีกฝ่ายจะมีความสามารถเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็จะไม่คุ้มที่จะทำให้พวกเขาสนใจ
“พวกนี้ถึงจะไม่ใช่ลูกน้องที่เก่งที่สุดของฉัน แต่ล้วนถูกคัดเลือกมาอย่างดีแล้ว ให้ติดตามพวกเธอไปจัดการกับเฉินอีก็น่าจะมากเกินพอแล้วมั้ง?”
ท่านช่าวพูดอย่างเรียบนิ่งไม่เร็วไม่อ่อนเกินไป
เกาเจี้ยนซินและคนอื่นๆ ที่ได้ยินอย่างนี้ก็รู้สึกมีพลังขึ้นมาทันที
“ขอบคุณท่านช่าว มีเหล่าสหายนี้เข้ามาช่วยเหลือ การจะจัดการกับเฉินอีคนเดียวก็ไม่ต่างกับปอกกล้วยเข้าปากเลยครับ”
ท่านช่าวได้ยินแล้วก็สะบัดมือเป็นการส่งสัญญาณว่าให้เกาเจี้ยนซินรีบไสหัวไป
เกาเจี้ยนซินและท่านแปดรู้ว่าท่านช่าวกำลังหงุดหงิด จึงรีบรับคนแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
“ท่านแปด คราวนี้ถือว่ามั่นคงแล้วสักที กับแค่คนไม่รู้จักตายอย่างเฉินอี เหอะๆ จัดการเขาก็กลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ”
“ถูกแล้ว ผมรู้จักสหายพวกนี้ดี พวกเขาทุกคนล้วนเคยผ่านสมรภูมิอันโหดเหี้ยมมาแล้ว ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าส่งไปแค่ไม่กี่คนก็น่าจะเพียงพอแล้ว คิดไม่ถึงว่าท่านฟู่จะใจกล้าขนาดนี้ถึงกับส่งมือดีระดับหนึ่งออกมาตั้งหลายสิบคน สมกับเป็นท่านช่าวจริงๆ ”
ในครั้งนี้ท่านแปดรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก พร้อมกับคิดว่าเรื่องนี้กลายเป็นเพียงเรื่องธรรมดาไปแล้ว
ขณะที่เหล่ามือดีพวกนั้นก็แสดงท่าทางที่น่าเกรงขามออกมาเหมือนกัน
พวกเขากลับมาอยู่ยังโจวตูนานเกินไปแล้ว และนานแล้วที่พวกเขาแต่ละคนไม่ได้ต่อสู้ จนเกิดอาการคันไม้คันมือ พอวันนี้ได้มีโอกาสที่พระเจ้าประทานมาให้แบบนี้มีหรือที่พวกเขาจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปได้ง่ายๆ
ไม่ว่าจะเป็นเฉินอีเฉินเอ้อร์อะไรนั่น พวกเขาจะทำให้หมอนี่รู้ว่าอะไรคืออะไร
แต่แล้วพวกเขาที่เพิ่งออกมาก็ได้เจอกับพวกของเจ้าดำซะแล้ว
“คือพวกเขา!”
เกาเจี้ยนซินสังเกตเห็นได้เป็นคนแรก
“นั่นก็คือลูกน้องของเฉินอี!”
ลูกน้องของท่านช่าวที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกฮึดขึ้นมาทันที
: