ตอนที่ 276
บทที่ 276 ผู้ดูแลบ้านของตระกูลเซียว
October 28, 2026
เมื่อคิดถึงตรงนี้ มุมปากของแต่ละคนก็แสยะยิ้มขึ้น เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเย้ยหยัน
ในขณะเดียวกัน ผู้ดูแลบ้านของตระกูลเซียวก็ค่อยๆยิ้ม
“ท่านปู่โฮ่ครับ ไม่เจอกันนานหลายปี ยังเป็นเหมือนเดิมเลยนะครับ”
เมื่อคำพูดถูกปล่อยออกไป ทุกคนในตระกูลโฮ่ไม่มีความยินดีแม้แต่น้อยในทางกลับกันยังเต็มไปด้วยความโกรธ
“ไอ้หมอนี่พูดแบบนี้ หรือไม่รู้อยู่แก่ใจเลยรึไง?”
“ใช่แล้ว ตอนนั้นเพื่อยับยั้งความก้าวหน้าของตระกูลโฮ่ของเรา ตระกูลเซียวถึงกับส่งคนมาโจมตีตระกูลโฮ่ของเรา ลอบทำร้ายท่านปู่ ถ้าหากไม่ใช่ฝีมือของพวกคุณ สุขภาพร่างกายของท่านปู่จะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้อย่างไร”
“ปากสุนัขย่อมคายงาช้างออกมาไม่ได้!”
คนพวกนี้ในตระกูลโฮ่อยู่ฝ่ายเดียวกับโฮ่ต้าวฝู่ สามารถกล่าวได้ว่าจงรักภักดีต่อตระกูลโฮ่ เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้ดูแลบ้านของตระกูลเซียวกล่าวจึงรู้สึกโกรธเกรี้ยวมาก
เมื่อเผชิญกับสิ่งนี้ ผู้ดูแลบ้านตระกูลเซียวยิ้มเบาๆ แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ“นี่นับประสาอะไรกัน?”
“ทุกท่านครับ ผมคิดว่าพวกคุณคงรู้ดีว่า ถึงแม้ตระกูลโฮ่กับตระกูลเซียวจะได้ชื่อว่าเป็นสามผู้นำใหญ่ แต่ยังคงห่างไกลกันมาก ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของชนชั้นหรือด้านอื่นๆก็มีช่องว่างไม่เล็กเลย”
ผู้ดูแลบ้านของตระกูลเซียวกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
แต่เป็นรอยยิ้มของเสือ
บนผิวเผินเขาดูเกรงใจ แต่ความจริงแล้วคำพูดกลับเสียดแทง ทำให้คุณตกอยู่ในสภาพหมดกำลังใจ
คนในตระกูลโฮ่จำนวนไม่น้อยรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก แต่กลับทำอะไรไม่ได้
ไม่พูดคงจะไม่ได้ว่า เรื่องที่คนพวกนี้พูดเป็นเรื่องจริง มาวันนี้ตระกูลโฮ่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้กับตระกูลเซียว
ถ้าหากลำพังแค่ตระกูลเซียวไม่เป็นอะไรหรอก
แต่สิ่งที่แย่ที่สุดก็คือ ตระกูลเซียวมีพันธมิตรเยอะมาก เมื่อเกิดความขัดแย้งก็จะมีอันตรายถึงชีวิต สิ่งนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกเหลือเชื่อมากๆ
ทุกคนอดที่จะมองหน้ากันไปมาไม่ได้ ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
และมีบางคนเหลือบมอง ไปที่ร่างที่อยู่ไกลกัน
“ดูท่า ช่วงรอยต่อแบบนี้ จะมีคนไม่รู้กาลเทศะ อยากจะลากตระกูลโอ่ของเราลงน้ำ สู้ส่งคนแบบนี้ไปให้ตระกูลเซียวของเราดีกว่า ถึงเวลานั้นเราทั้งสองตระกูลจะได้กลายเป็นเพื่อนกัน”
ผู้ดูแลบ้านของตระกูลเซียวชี้ไปที่เฉินอี
เขาจะให้ตระกูลโฮ่ส่งเฉินอีให้กับตนเองและตระกูลเซียว
ความหมายชัดเจนมากๆ ขอแค่ส่งตัวเฉินอีออกมานั่นก็หมายความว่าตระกูลโอ่ยอมก้มหัว ถึงเวลานั้นแน่นอนว่ามีอะไรเราก็สามารถพูดกันดีๆได้ จะไม่เกิดการปะทะกันเด็ดขาด
แต่ก็หมายความว่า ตระกูลโฮ่ก้มหัวยอมศิโรราบจนสิ้นเหมือนกัน
โฮ่เจวี้ยนไม่สนใจเรื่องนี้แม้แต่น้อย เขารีบพูดกับท่านปู่ว่า“ท่านปู่ครับ ผู้ดูแลบ้านตระกูลเซียวพูดมีเหตุผลนะครับ ไม่จำเป็นต้องทำลายความสัมพันธ์ของตระกูลเซียวและตระกูลโฮ่เพราะคนภายนอกแค่คนเดียว”
“นี่ใครก็ได้ มาจับตัวเฉินกับพวกสิ ต้องสอบปากคำพวกเขา ถามว่าใครเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง!”
โฮ่เจวี้ยนตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง เขาต้องจัดการปัญหายุ่งเหยิงให้เฉียบขาด
แต่ว่า!
“หึๆ ช่างเป็นตระกูลเซียวกับตระกูลโห่ที่ดีจริงๆ พวกแกคิดจริงๆหรอว่ายอมก้มหัวแล้วคนของตระกูลเซียวจะยอมปล่อยพวกแกไป?”
จู่ๆ เฉินอีก็หัวเราะอย่างเย้ยหยัน ทำให้คนไม่น้อยตกตะลึง ไม่มีใครคิดถึงว่า เฉินอีจะแบบนี้ในเวลาแบบนี้ ซึ่งน่าตกใจจริงๆ
โฮ่เจวี้ยนตะคอกด่า“แกไม่มีสิทธิ์พูดอะไรตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลโฮ่ของเราหรือตระกูลเซียวล้วนเป็นตระกูลใหญ่ในตะวันออกเฉียงใต้ แกเป็นแค่คนที่มาจากเมืองชิงชวนคนหนึ่งมีสิทธิ์อะไรมาพูดแทรกห้ะ!”