ตอนที่ 291
บทที่ 291 คนในกรมอัยการมา
October 28, 2026
“ตระกูลเย่ก็เป็นหนึ่งในสามผู้นำใหญ่ อีกทั้งยังมีสัมพันธภาพด้านคู่สมรสกันอยู่กับตระกูลเซียว เรียกว่าเป็นสายเลือดเดียวกันก็ได้ ฉะนั้นยามใดที่ตระกูลใดตระกูลหนึ่งเดือดร้อน อีกตระกูลหนึ่งย่อมต้องยื่นมือช่วยอยู่แล้ว”
“นี่จึงเท่ากับสองผู้นำใหญ่ร่วมมือกัน ไม่ ในความหมายที่แท้จริงต้องบอกว่านี่คือผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ตระกูลโฮ่ถึงจะเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ แต่ก็ชี้ชะตาได้ว่าต้องถูกถล่มล่มสลายเป็นแน่”
“นอกจากว่าตระกูลโฮ่มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่หนุนอยู่เบื้องหลัง มิฉะนั้นพวกเขาทำไมถึงกล้าเฉยนิ่งได้อย่างสงบ!”
“หรือจะเป็นตระกูลไหนที่อยู่ทางเหนือนั่น? ไม่น่าใช่ เบื้องหลังตระกูลเซียวก็มีเป่ยฟางเหาเหมินกรุ๊ปอยู่ นอกจากไม่กี่ตระกูลในเมืองหลวง ไม่งั้นตระกูลโฮ่คงไม่อุกอาจเหิมเกริมขนาดนี้”
พวกเศรษฐีคนดังในสังคมที่อยู่ในบริเวณต่างมีความเห็นแปรเปลี่ยนไปต่าง ๆ นา ๆ
แต่ก็ไม่มีข้อไหนที่จะฟันธงได้ พวกเขาคิดกันไม่ตกจริง ๆ ว่า ตระกูลโฮ่ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกับกล้าแสดงความกร่างได้ขนาดนี้
คนอื่น ๆ ก็มีความเข้าใจกันแบบนี้อยู่ ต่างพากันมองไปที่โฮ่ซี่
แต่โฮ่ซี่ไม่ปริปากใด ๆ
เขาก็เพียงมองเซียวชิ่งอย่างราบเรียบ พูดเสียงชืด ๆ ไปว่า “ท่านชิ่ง ข้าขอเตือนท่านสักหน่อย ยอมแพ้เสียแต่โดยดี อย่าดิ้นรนอย่างไร้สาระต่อไปเลย”
“แน่นอน ข้าก็รู้ว่าท่านคงทนฟังคำของข้าไม่ได้ งั้นก็ลงมือกันเลยดีกว่า”
พูดจบ โฮ่ซี่ควักเอากระบองเหล็กออกมา ดูยาวเป็นพิเศษ คงไม่ใช่ของโหลที่มีขายกันในท้องตลาดเป็นแน่
มิผิดแล้ว ตัวโฮ่ซี่เองเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง ครั้งก่อนที่ถูกโฮ่เจวี้ยนเล่นงานได้นั้น ก็เป็นเพราะกลุ่มพวกของโฮ่เจวี้ยนเล่นทีเผลอ อีกทั้งฤทธิ์จากยาพิษ มิฉะนั้นอาศัยแค่กลุ่มกะเลวกะลาดรวมตัวกันมาของโฮ่เจวี้ยนนั้นไม่มีทางจะจับตัวโฮซี่ได้เลย
ต้องรู้ไว้ว่า ผลงานการสู้รบของโฮ่ซี่ที่สุดยอดนั้น คือการบุกเดี่ยวเข้าถล่มกลุ่มลัทธินอกรีตกลุ่มหนึ่งในรัฐเจียงหนานจนล่มสลายไป ในครั้งนั้นยังสังหารยอดฝีมือของลัทธินอกรีตนั้นไปหลายคน จากผลการต่อสู้ของเขา ต้องจัดให้อยู่ในระดับสิบยอดปรมาจารย์ดินแดนภาคตะวันออกเฉียงใต้อย่างแน่แท้ได้
ถึงแม้ชื่อเสียงจะไม่เป็นที่โดดเด่น
แต่ระบบเครือข่ายที่กว้างขวางของตระกูลเซียว เซียวชิ่งย่อมรู้ดีในเรื่องนี้อยู่แน่นอน จึงมองจ้องเขม็งไปที่โฮ่ซี่ ยกมือขึ้นโบก ลูกสมุนข้าง ๆ ก็ได้ยื่นส่งมีดดาบหน้ากว้างมาให้อย่างรวดเร็ว
เซียวชิ่งมือกำดาบ ก้าวเดินเข้าหากองกำลังของตระกูลโฮ่ทีละก้าว
ไม่พูดไม่ได้ว่า เซียวชิ่งคนนี้มาดเข้มทีท่าไม่ธรรมดา อย่างน้อยคนธรรมดาทั่วไปเห็นแล้วไม่อยากกล้าหือด้วย นอกจากจะถูกบีบบังคับอย่างเสียไม่ได้จึงจะกล้าตอบโต้
และในครั้งนี้ บรรดาเหล่าเศรษฐีคนดังในสังคมที่อยู่ในบริเวณต่างอดไม่ได้ต้องก้าวถอยออก มีแต่กลุ่มกำลังตระกูลโฮ่กลับเดินขยับขึ้นหน้ามา
พวกเขาต่างตั้งใจแล้วที่จะเปิดศึกกับตระกูลเซียว จึงไม่มีการหวาดกลัวถอยหนี
ในเมื่อเซียวชิ่งจะเปิดศึก ก็ต้องสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง
แต่!
“ไม่จำเป็นต้องสู้กันให้ตายไปข้าง”
เฉินอีเอ่ยพูดขึ้นในทันใด คำพูดของเขาทำให้คนทั้งบริเวณตะลึงงัน
“มันอะไรกันนี่?”
“เฉินอี คุณหมายความว่าอย่างไร?”
“การศึกนี้ คุณก็เป็นคนก่อ ตอนนี้คิดจะให้เลิกราก็คุณอีก”
“ท่านคงไม่ใช่เกิดขลาดกลัวขึ้นมามัง ฮา ฮา ฮา!”
เซียวชิ่งหัวเราะเสียงประชดประชัน
โฮ่ซี่ถึงแม้จะรู้ดีว่าเฉินอีไม่มีทางจะขลาดกลัว แต่ก็ให้สงสัยอยู่มาก เฉินอีคนนี้คิดอะไรของเขาอยู่
โดยทันทีนั้นเอง
“นั่นไง คนของข้ามาแล้ว”
เฉินอีโบกมืออันใหญ่หนา ก็มีคนกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
คนเหล่านี้ต่างกันกับกลุ่มกำลังของตระกูลโฮ่อย่างสิ้นเชิง
คนตระกูลโฮ่เข้ามากันอย่างอึกทึกครึกโครม แต่กลุ่มคนที่มาใหม่นี้อยู่ในชุดสากลรองเท้าหนัง มองดูให้เห็นได้ว่ามาดคนมีระดับ