ตอนที่ 292
บทที่ 292 ข้าถอนตัวจากตระกูลฉิน
October 28, 2026
ฉินหวยจือ กับคนทั้งตระกูลฉิน ล้วนแล้วจะเริ่มขายหน้าฉินปิงหลัน
คงมีฉินต้าเจียงที่พยายามปกป้องฉินปิงหลันแต่ถูกกดดันอยู่ ช่างเป็นเรื่องน่าหนาวใจจริง ๆ
นี่หรือคือตระกูลที่ตัวเองอยู่มาแต่เล็กจนโต?
ถ้าจะว่าก่อนหน้านี้ฉินปิงหลันรู้สึกผิดหวังแล้ว มาถึงตอนนี้ต้องบอกว่าจิตใจตายแล้วอย่างสิ้นเชิง
“อย่ามามัวใช้ข้าเป็นข้ออ้างเลย ข้าไม่ใช่คนตระกูลฉินอีกต่อไปแล้ว!”
ฉินปิงหลันพูดออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว เธอตัดสินใจสลัดพ้นจากตระกูลฉิน เพราะเหตุจากถึงขณะนี้ได้ให้เธอเห็นแล้วถึงก้นบึ้งของตระกูลฉิน ทั้งยังคอยรั้งการก้าวเดินไปข้างหน้าของเธอ ฉินปิงหลันไม่ยอมรับแล้ว
คราวนี้ บรรยากาศทั้งบริเวณถึงกับระเบิด
ทุกคนล้วนตะลึงกันตาค้าง แต่ละคนมีสีหน้าให้เห็นถึงความรู้สึกไม่อยากเชื่อ
พวกเขาคิดยังไงก็คิดไม่ถึง ฉินปิงหลันคนนี้จะเด็ดเดี่ยวถึงขนาดนี้ คิดออกจากตระกูลฉินก็สลัดตัวออกจากตระกูลฉิน
ไม่มีการยืดยาดโอ้เอ้ ช่างเป็นอัตลักษณ์หญิงแกร่งโดยแท้
แต่!
“ฉินปิงหลัน แกนี่มันพวกจิ้งจอกตาขาวชัด ๆ เลยนะ!ตระกูลฉินเราให้แกเกิดเลี้ยงแกจนโต ตอนนี้กลับมาบอกว่าจะสลัดตัวออกจากตระกูลฉิน!”
“ก็ได้ สละออกจากตำแหน่งประธานผู้จัดการฉินซื่อกรุ๊ป ข้าก็จะปล่อยให้แกไสหัวออกไป!”
คุณยายตระกูลฉินพูดเสียงเยือก หล่อนรู้ดีว่าเรื่องที่ฉินปิงหลันใส่ใจมากที่สุดก็คือตำแหน่งประธานฉินซื่อกรุ๊ป อันเป็นความฝันของฉินปิงหลันมาตั้งแต่เล็ก
แต่ทว่า มาครั้งนี้ ฉินปิงหลันกลับแค่นเสียงหัวเราะออกไป พูดอย่างไม่ใยดีว่า “ทำอย่างกับว่าข้านี้ใส่ใจอะไรนักหนากับตำแหน่งประธานฉินซื่อกรุ๊ปอะไรนั่น”
“ในเมื่อพวกท่านอยากได้ ก็ยกให้พวกท่านกันไปเลย”
เธอพูดได้อย่างห้าวหาญ ทำเอาคนทั่วทั้งบริเวณงันอึ้ง แต่ละคนตาลุกยืนเซ่อ
คนทั้งตระกูลฉินต่างเหมือนโดนเล่นงานอย่างไม่ทันได้รู้ตัว
“ฉินปิงหลัน แกจะบ้าไปแล้วหรือ?”
หลิวฟางกรีดเสียงร้องมาก่อนเพื่อน หล่อนน่าจะเป็นคนที่ไม่ต้องการให้ฉินปิงหลันออกพ้นจากตระกูลฉินเป็นที่สุด เพราะถ้าอย่างนั้นแล้วหล่อนก็ไม่รู้จะไปเอาเงินมาใช้ไอย่างฟุ้งเฟ้อได้จากไหน
คนอื่น ๆ ก็ออกอาการหนังตาเขม่นกระตุก คิดจะพูดอะไรแต่ก็พูดอะไรไม่ออก
เจ้าฉินปิงหลันคนนี้ ช่างเป็นหญิงแกร่งที่ใจเด็ดได้จริง ๆ เลยเชียว
มาคราวนี้ ถึงทีเฉินอีก็ยิ้มน้อย ๆ ออกมา เดินเข้าไปโอบเอาฉินปิงหลันเข้ามาไว้กับอก แล้วหันมองไปยังกลุ่มคนตระกูลฉิน พูดว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกคุณจะไม่มีสิทธิ์ใช้ความอาวุโส และการเป็นญาติผู้ใหญ่มาสบประมาท หรือบีบบังคับปิงหลันได้อีกต่อไป มิฉะนั้นแล้วอย่ามาหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
เฉินอีตลอดเวลามาในก่อนหน้านี้ ด้วยสาเหตุจากฉินปิงหลัน ถึงแม้มีการทำอะไรบางอย่างกดดันตระกูลฉินอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยทำอะไรในขั้นรุนแรง
ถึงเวลานี้ฉินปิงหลันได้ตัดสัมพันธ์กับตระกูลฉินอย่างชัดเจนแล้ว เฉินอีในต่อไปนี้ก็คงไม่ต้องเกรงใจอะไรอีกต่อไปแล้ว จะทำตัวดี ๆ อยู่นิ่ง ๆ หรือไม่ก็ไสหัวกันออกไป
คนตระกูลฉินโดนคำพูดของฉินอีใส่เข้ามาให้ถึงกับหน้าเปลี่ยนสีกันไม่ทัน พวกเขาอึ้งคิดกันไม่ถูกว่าจะพูดอะไรออกไปดี
ไอ้เจ้าเฉินอีคนนี้ก็เด็ดขาดเอาเรื่อง คำสองคำไม่พอใจก็เล่นใส่คำแรงมา
มีเพียงฉินหวยจือไหนเลยจะไปสนใจกับเรื่องจะเป็นยังไง
ตัวเขาเองโดยแท้แล้วไม่ได้จ้องเล่นงานฉินปิงหลันอย่างเดียว แต่เป็นการแก้แค้นกับเฉินอี
“เฉินอี แกไม่ต้องมาคุยโม้ใหญ่โตอะไรมากมายเลย แกในตอนนี้ยังมีต้นทุนอะไรมาคุยว่าจะสั่งสอนตระกูลฉิน ไหนว่าจะให้ตระกูลฉินรับการสั่งสอนอย่างไม่รู้ลืม?”
“เฮอะ ๆ แกไม่หัดดูสถานการณ์เฉพาะหน้านี้มั่ง แกลองถ้ากล้าลงมือ ข้าว่าพวกคุณเจ้านายจากลู่ถิงคงต้องลากคอแกไปก่อน ถึงเวลานั้นข้าจะขอดูหน่อยว่าคำหยาบคายของแกจะออกมายังไง!”
ฉินหวยจือพูดอย่างหยิ่งผยอง